วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บิม100 โรคกรดไหลย้อน มีกลิ่นเปรี้ยวจากช่องปาก





บิม100 โรคกรดไหลย้อน มีกลิ่นเปรี้ยวจากช่องปาก

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกรดไหลย้อน คือ โรคที่มีอาการซึ่งเกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน หรือแม้แต่ผู้ป่วยไม่ได้รับประทานอาหารก็ตาม แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ



1. โรคกรดไหลย้อนธรรมดา หมายถึง กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาจะอยู่ภายในหลอดอาหาร ไม่ไหลย้อนเกินกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบน ส่วนใหญ่จะมีอาการของหลอดอาหารเท่านั้น



2. โรคกรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอและกล่องเสียง หมายถึง โรคที่มีอาการทางคอและกล่องเสียง ซึ่งเกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดขึ้นมาเหนือกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดอาการของคอและกล่องเสียง จากการระคายเคืองของกรด



อุบัติการณ์ของโรคกรดไหลย้อนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศตะวันตกค่อนข้างสูง  เฉลี่ยประมาณร้อยละ 50-60 ส่วนในประเทศไทย พบว่าคนไทยวัยทำงานประสบปัญหาโรคกรดไหลย้อนกันมากขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่เป็นเช่นนี้เพราะ





1. คนไทยรับอิทธิพลของตะวันตกมากขึ้น การดำเนินชีวิตของแต่ละคนเปลี่ยนไป เหมือนกับคนตะวันตกมากขึ้น เช่น



- ทำงานเลิกดึก ทำให้รับประทานดึก พอรับประทานแล้วก็เข้านอนทันที ทำให้ความดันในช่องท้อเพิ่มมากขึ้น เกิดการไหลย้อนของกรดได้ง่ายขึ้น



เครียดกับงานมากขึ้น เมื่อเครียด กระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือหลอดอาหารทำงานได้น้อยลง และหลั่งกรดมากขึ้น มีโอกาสเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น



- ชนิดของอาหาร ปัจจุบันคนทั่วไป นิยมรับประทานอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด พิซซ่า หรืออาหารที่ปรุงด้วยการผัด และทอดกันมากขึ้น รวมทั้งนิยมดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมกันมากขึ้น อ้วน ไม่ออกกำลังกาย



ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนส่งเสริมให้มีโอกาสเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น



2. มีเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งคือ Helicobacter pylori (H. pylori) ปัจจุบันเชื้อชนิดนี้มีบทบาทเกี่ยวกับแผลในกระเพาะอาหารมากขึ้น   เชื้อนี้มีข้อดีคือ ช่วยปกป้องภาวะกรดไหลย้อน แต่ในปัจจุบัน มีการสั่งยาที่ทำลายเชื้อชนิดนี้กันมากขึ้น ในการรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือแผลในกระเพาะอาหาร   เมื่อเชื้อชนิดนี้ถูกทำลายไป ทำให้มีโอกาสเกิดโรคกรดไหลย้อนมากขึ้นด้วย

BIM100 อาการกรดไหลย้อน ภูมิแพ้ โทร 088 826 4444





BIM100 อาการกรดไหลย้อน ภูมิแพ้

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกรดไหลย้อน คือ โรคที่มีอาการซึ่งเกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน หรือแม้แต่ผู้ป่วยไม่ได้รับประทานอาหารก็ตาม แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ



1. โรคกรดไหลย้อนธรรมดา หมายถึง กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาจะอยู่ภายในหลอดอาหาร ไม่ไหลย้อนเกินกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบน ส่วนใหญ่จะมีอาการของหลอดอาหารเท่านั้น



2. โรคกรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอและกล่องเสียง หมายถึง โรคที่มีอาการทางคอและกล่องเสียง ซึ่งเกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดขึ้นมาเหนือกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดอาการของคอและกล่องเสียง จากการระคายเคืองของกรด



อุบัติการณ์ของโรคกรดไหลย้อนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศตะวันตกค่อนข้างสูง  เฉลี่ยประมาณร้อยละ 50-60 ส่วนในประเทศไทย พบว่าคนไทยวัยทำงานประสบปัญหาโรคกรดไหลย้อนกันมากขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่เป็นเช่นนี้เพราะ





1. คนไทยรับอิทธิพลของตะวันตกมากขึ้น การดำเนินชีวิตของแต่ละคนเปลี่ยนไป เหมือนกับคนตะวันตกมากขึ้น เช่น



- ทำงานเลิกดึก ทำให้รับประทานดึก พอรับประทานแล้วก็เข้านอนทันที ทำให้ความดันในช่องท้อเพิ่มมากขึ้น เกิดการไหลย้อนของกรดได้ง่ายขึ้น



เครียดกับงานมากขึ้น เมื่อเครียด กระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือหลอดอาหารทำงานได้น้อยลง และหลั่งกรดมากขึ้น มีโอกาสเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น



- ชนิดของอาหาร ปัจจุบันคนทั่วไป นิยมรับประทานอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด พิซซ่า หรืออาหารที่ปรุงด้วยการผัด และทอดกันมากขึ้น รวมทั้งนิยมดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมกันมากขึ้น อ้วน ไม่ออกกำลังกาย



ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนส่งเสริมให้มีโอกาสเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น



2. มีเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งคือ Helicobacter pylori (H. pylori) ปัจจุบันเชื้อชนิดนี้มีบทบาทเกี่ยวกับแผลในกระเพาะอาหารมากขึ้น   เชื้อนี้มีข้อดีคือ ช่วยปกป้องภาวะกรดไหลย้อน แต่ในปัจจุบัน มีการสั่งยาที่ทำลายเชื้อชนิดนี้กันมากขึ้น ในการรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือแผลในกระเพาะอาหาร   เมื่อเชื้อชนิดนี้ถูกทำลายไป ทำให้มีโอกาสเกิดโรคกรดไหลย้อนมากขึ้นด้วย

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ปัญหาไอ จามทุกวัน บิม100 โรคภูมิแพ้อากาศ





ปัญหาไอ จามทุกวัน บิม100 โรคภูมิแพ้อากาศ

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถประสบพบเห็นได้หลายทีในทุกหัวระแหงทั้งโลก โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะปลอดภัยกับร่างกาย อย่างเช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบรับที่มากแตกต่างจากปกติต่อสารเหล่านี้ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ตอนที่อาการจะแสดงออกมาตอนหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบรับไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งสภาพการณ์ตอบโต้นี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และจากนั้นก็สามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้



ที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการศึกษาและทำการค้นพบว่า หากคนไหนมีบิดาหรือแม่มีอาการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็ได้จังหวะที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเหมือนกัน โดยได้ช่องเป็นราว30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะสบโอกาสเป็นมากขึ้นคร่าวๆ 50 - 70% ขณะที่





คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะได้ช่องเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในทุกวันนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะปรับแก้ปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และก็สารเคืองต่างๆยกตัวอย่างเช่น ควันของบุหรี่ ไรฝุ่น อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ แล้วก็คุ้มครองปกป้องไม่ให้กำเนิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



ขั้นตอนกำเนิดโรคภูมิแพ้

เริ่มด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ดังเช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบรับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆซึ่งจะกระตุ้นให้มีการแก้ไขเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ



แล้วหลังจากนั้นในคราวต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและก็แอนติบอดีก็จะตอบรับ รวมทั้งก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงปรารถนาของโรคภูมิแพ้

บิม100 อาการภูมิแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น โทร088 8264444





บิม100 อาการภูมิแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถประสบพบเห็นได้หลายทีในทุกหัวระแหงทั้งโลก โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะปลอดภัยกับร่างกาย อย่างเช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบรับที่มากแตกต่างจากปกติต่อสารเหล่านี้ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ตอนที่อาการจะแสดงออกมาตอนหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบรับไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งสภาพการณ์ตอบโต้นี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และจากนั้นก็สามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้



ที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการศึกษาและทำการค้นพบว่า หากคนไหนมีบิดาหรือแม่มีอาการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็ได้จังหวะที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเหมือนกัน โดยได้ช่องเป็นราว30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะสบโอกาสเป็นมากขึ้นคร่าวๆ 50 - 70% ขณะที่





คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะได้ช่องเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในทุกวันนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะปรับแก้ปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และก็สารเคืองต่างๆยกตัวอย่างเช่น ควันของบุหรี่ ไรฝุ่น อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ แล้วก็คุ้มครองปกป้องไม่ให้กำเนิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



ขั้นตอนกำเนิดโรคภูมิแพ้

เริ่มด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ดังเช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบรับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆซึ่งจะกระตุ้นให้มีการแก้ไขเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ



แล้วหลังจากนั้นในคราวต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและก็แอนติบอดีก็จะตอบรับ รวมทั้งก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงปรารถนาของโรคภูมิแพ้

บิม100 อาการภูมิแพ้ มีน้ำมูก จาม ในช่วงเช้า โทร 0947094444





บิม100 อาการภูมิแพ้ มีน้ำมูก จาม ในช่วงเช้า

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถประสบพบเห็นได้หลายทีในทุกหัวระแหงทั้งโลก โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะปลอดภัยกับร่างกาย อย่างเช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบรับที่มากแตกต่างจากปกติต่อสารเหล่านี้ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ตอนที่อาการจะแสดงออกมาตอนหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบรับไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งสภาพการณ์ตอบโต้นี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และจากนั้นก็สามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้



ที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการศึกษาและทำการค้นพบว่า หากคนไหนมีบิดาหรือแม่มีอาการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็ได้จังหวะที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเหมือนกัน โดยได้ช่องเป็นราว30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะสบโอกาสเป็นมากขึ้นคร่าวๆ 50 - 70% ขณะที่





คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะได้ช่องเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในทุกวันนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะปรับแก้ปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และก็สารเคืองต่างๆยกตัวอย่างเช่น ควันของบุหรี่ ไรฝุ่น อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ แล้วก็คุ้มครองปกป้องไม่ให้กำเนิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



ขั้นตอนกำเนิดโรคภูมิแพ้

เริ่มด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ดังเช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบรับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆซึ่งจะกระตุ้นให้มีการแก้ไขเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ



แล้วหลังจากนั้นในคราวต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและก็แอนติบอดีก็จะตอบรับ รวมทั้งก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงปรารถนาของโรคภูมิแพ้

บิม100 โรคภูมิแพ้ อากาศเปลี่ยนแปลง มีไข้ โทร 0947094444





บิม100 โรคภูมิแพ้ อากาศเปลี่ยนแปลง มีไข้

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถประสบพบเห็นได้หลายทีในทุกหัวระแหงทั้งโลก โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะปลอดภัยกับร่างกาย อย่างเช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบรับที่มากแตกต่างจากปกติต่อสารเหล่านี้ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ตอนที่อาการจะแสดงออกมาตอนหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบรับไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งสภาพการณ์ตอบโต้นี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และจากนั้นก็สามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้



ที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการศึกษาและทำการค้นพบว่า หากคนไหนมีบิดาหรือแม่มีอาการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็ได้จังหวะที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเหมือนกัน โดยได้ช่องเป็นราว30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะสบโอกาสเป็นมากขึ้นคร่าวๆ 50 - 70% ขณะที่





คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะได้ช่องเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในทุกวันนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะปรับแก้ปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และก็สารเคืองต่างๆยกตัวอย่างเช่น ควันของบุหรี่ ไรฝุ่น อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ แล้วก็คุ้มครองปกป้องไม่ให้กำเนิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



ขั้นตอนกำเนิดโรคภูมิแพ้

เริ่มด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ดังเช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบรับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆซึ่งจะกระตุ้นให้มีการแก้ไขเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ



แล้วหลังจากนั้นในคราวต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและก็แอนติบอดีก็จะตอบรับ รวมทั้งก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงปรารถนาของโรคภูมิแพ้

บิม100 โรคภูมิแพ้ หายใจลำบาก โทร 088 8264444




บิม100 โรคภูมิแพ้ หายใจลำบาก

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถประสบพบเห็นได้หลายทีในทุกหัวระแหงทั้งโลก โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะปลอดภัยกับร่างกาย อย่างเช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบรับที่มากแตกต่างจากปกติต่อสารเหล่านี้ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ตอนที่อาการจะแสดงออกมาตอนหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบรับไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งสภาพการณ์ตอบโต้นี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และจากนั้นก็สามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้



ที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการศึกษาและทำการค้นพบว่า หากคนไหนมีบิดาหรือแม่มีอาการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็ได้จังหวะที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเหมือนกัน โดยได้ช่องเป็นราว30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะสบโอกาสเป็นมากขึ้นคร่าวๆ 50 - 70% ขณะที่





คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะได้ช่องเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในทุกวันนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะปรับแก้ปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และก็สารเคืองต่างๆยกตัวอย่างเช่น ควันของบุหรี่ ไรฝุ่น อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ แล้วก็คุ้มครองปกป้องไม่ให้กำเนิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



ขั้นตอนกำเนิดโรคภูมิแพ้

เริ่มด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ดังเช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบรับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆซึ่งจะกระตุ้นให้มีการแก้ไขเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ



แล้วหลังจากนั้นในคราวต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและก็แอนติบอดีก็จะตอบรับ รวมทั้งก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงปรารถนาของโรคภูมิแพ้