วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

DrJill เซรั่มคุณหมอ เนื้อบางเบา ดูแลผิวหน้าแม้อายุ60





Dr.Jill เซรั่มคุณหมอ เนื้อบางเบา ดูแลผิวหน้าแม้อายุ60

รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.drjillserum.com/

โทร 088-8256-4444,094-709-4444,089-071-8889,094-435-0404

LINE ID : @Jumbolife หรือคลิ๊กลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



เซรั่ม Dr.Jill G5 Essence ดร.จิล นวัตกรรมล่าสุดเพื่อการบำรุงผิวระดับเซลล์

และให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว มองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ



5 EGF (Epidermis Growth Factors) …

Essence น้ำนมเข้มข้นประสิทธิภาพสูงแต่มีเนื้อสัมผัสบางเบา สามารถซึมซาบสู่ผิวแก้ไขปัญหาผิวทั้ง 5 ประการได้อย่างรวดเร็ว



ส่วนผสมหลักใน ใน Dr.JILL g5 essense

Active Ingredients จากการสกัด Growth Factor จาก Stem Cell ถึง 5 ชนิด (มากที่สุดในท้องตลาดขณะนี้)

ผสมผสานสารสำคัญ Moisturizer Complex ให้ได้สูตรที่มีประสิทธิภาพสูงสุดตอบโจทย์ปัญหาผิวทั้ง 5 ประการ



ผิวขาวกระจ่างใสด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก แอปเปิ้ล Apple Growth Factor

-แอปเปิ้ลสเต็มเซลล์สามารถฟื้นฟูเซลล์ได้เพิ่มขึ้น

-มุ่งไปที่เมลานินเพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำ

-ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

-ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีอันเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ

-ใบหน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ



ลดเลือดริ้วรอยด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลอาร์แกน  Argan Growth Factor

-สามารถลดการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ใบหน้า จึงทำให้ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ลดลง

-ช่วยให้ริ้วรอยลึกตื้นขึ้น และป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

-เสริมการสร้างผิวชั้นนอกให้แข็งแรง

-ปกป้องผิวให้สามารถรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง

-ริ้วรอยดูลดเลือน



ผิวชุ่มชื่นด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก กุหลาบ Rose Growth Factor

-ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

-ช่วยกักเก็บน้ำ ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี

-ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านและริ้วรอย

-ลดการสูญเสียน้ำออกนอกผิว โดยเพิ่มหน้าที่เป็นตัวเคลือบผิวตามธรรมชาติ



ผิวเรียบเนียนด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ใบบัวบก Centella Growth Factor

-เป็นสาร Antioxidant ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

-ช่วยในการสร้างคอลลาเจนในผิว

-ช่วยในการสมานแผล จึงทำให้เป็นสาร Anti-aging ได้อย่างดี ทำให้ผิวกระชับและมีความยืดหยุ่น

-สามารถใช้ได้หลังการทำเลเซอร์ เพื่อช่วยลดการอักเสบและช่วยให้การฟื้นฟูสภาพผิวเร็วขึ้น



ต้านอนุมูลอิสระและปกป้องผิวด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก องุ่นแดง Red Grape Growth Factor

-มีคุณสมบัติในการปกป้อง และซ่อมแซมผิวจากอันตรายของแสงแดด

-ช่วยต่อต้านแสงยูวี

-ทำให้เซลล์แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

-ปกป้องผิวจากการรบกวนจากสิ่งแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอาการอักเสบของผิว

-ทำให้เซลล์กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

อาการปวดตามตัว บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ ข้อเสื่อม





อาการปวดตามตัว บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ ข้อเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่า มีการสึกหรอและเสื่อมอย่างช้าๆ และจะเป็นมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอาการปวดเข่า เข่าบวม ข้อยึดติด มีเสียงดังในเข่า เข่าผิดรูปไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ



โรคข้อเข่าเสื่อมนี้เกิดจากการเสื่อมตามอายุขัยส่วนใหญ่ เกิดกับข้อใหญ่ๆ เช่น ข้อสะโพก ข้อเข่าและข้อกระดูกสันหลัง ปัญหาปวดเข่าพบได้มากในผู้สูงอายุหญิงมากกว่าชาย เนื่องจากขนบธรรมเนียมไทยที่ต้องนั่งคุกเข่าพับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งเป็นท่าที่ทำให้ข้อเข่าถูกกดพับ และเอ็นกล้ามเนื้อถูกยึดมาก การนั่งเช่นนั้นนานๆ ทำให้การหมุนเวียนของเลือดไปเลี้ยงเข่าไม่ได้ดี และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย อีกทั้งต้องทำงานหนักไม่มีการพัก ประกอบกับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เข่าต้องแบกน้ำหนักส่วนเกินนั้น กล้ามเนื้อจึงหย่อนสมรรถภาพลง จึงทำให้เป็นโรคเข่าเสื่อมได้ง่าย



สาเหตุหลักๆ ได้แก่



เป็นผลจากความเสื่อม และการใช้เข่าที่ไม่ถูกต้องมานาน

ความอ้วน น้ำหนักตัวมากๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น

เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณเข่ามาก่อน เช่น กระดูกบริเวณเข่าหัก, ข้อเข่าเคลื่อนหลุด, เส้นเอ็นฉีกขาด หรือ หมอนรองเข่าฉีกขาด

โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเก๊าท์ หรือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น

ข้อเข่าเสื่อม



อาการเริ่มแรกที่เตือนให้รู้ว่าเข่ากำลังมีปัญหา

เจ็บปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นปวดแบบเมื่อยๆ พอทน ปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือในรายที่เข่าได้รับบาดเจ็บ จะปวดแบบเฉียบพลันและปวดรุนแรง



เข่าบวม เข่าที่บวมทันทีภายหลังจากได้รับบาดเจ็บ มักเกิดจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า บวมที่เกิดขึ้นช้าๆ มักเกิดจากมีความผิดปกติขององค์ประกอบภายในข้อเอง



เข่าอ่อนหรือเข่าสะดุดติด อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่างภายในข้อ ทำให้งอ หรือเหยียดเข่าในทันทีทันใดไม่ได้ เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ฉีกขาด หรือเศษกระดูกที่หยุดอยู่ในข้อ

เข่าฝืดหรือยึดติด อาจเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน นั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น หรือเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า



เมื่อปรากฎอาการดังกล่าวแล้วแสดงว่า ท่านเริ่มมีปัญหาของข้อเข่า ควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง และพิจารณาดูว่า มีอะไรเป็นสาเหตุดังกล่าว จะเป็นต้องเริ่มต้นฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะให้หลักประกันได้ว่า ท่านจะสามารถยืนและเดินอยู่บนขา และเข่าของตนเองได้ตลอดไป

น้ำมังคุด ช่วย โรคข้อเข่าเสื่อม บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุด





น้ำมังคุด ช่วย โรคข้อเข่าเสื่อม บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



อาการเข่าเสื่อม



เมื่อต้องเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมบางอย่าง จะทำให้มีอาการเจ็บปวดและรู้สึกฝืดที่ข้อเข่า ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก รวมไปถึงเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ ก็อาจทำให้เจ็บปวดและรู้สึกฝืดขัดที่ข้อเข้าได้เช่นกัน อาการอื่น ๆ ของเข่าเสื่อม ได้แก่



เมื่อต้องเคลื่อนไหวจะมีเสียงเสียงลั่นในข้อ

มีอาการกดเจ็บ

เข่าอ่อนแรงและเสียมวลกล้ามเนื้อ

ข้อเข่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่ เสียความยืดหยุ่น ข้อติดหรือขยับได้ยาก มักจะเกิดขึ้นเวลาเช้าหรือต้องนั่งเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความยากลำบากเวลาเดิน ขึ้นบันได หรือลุกจากเก้าอี้

ผู้ที่มีอาการสำคัญของเข่าเสื่อม เช่น อาการเจ็บปวด ข้อเข่าฝืด รวมไปถึงอาการที่กล่าวไปข้างต้น หากมีอาการติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางรักษา เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้อาการมีความรุนเแรงยิ่งขึ้น



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์

นอกจากนั้น ผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องยกของหนักหรือแบกรับน้ำหนักมาก ๆ เป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน ก็จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้มากขึ้น

อาการปวดอักเสบข้อเข่า บิม100 น้ำมังคุด ช่วย โรคข้อเข่าเสื่อม





อาการปวดอักเสบข้อเข่า บิม100 น้ำมังคุด ช่วย โรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



เข่าเสื่อม (Knee Ostoearthritis) เกิดจากความเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า โดยมีสาเหตุสำคัญคืออายุที่มากขึ้น รวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ เช่น มีน้ำหนักตัวมาก เกิดอาการบาดเจ็บ หรือกรรมพันธุ์



เข่าเสื่อม



เข่าเสื่อมจะพบมากในวัยกลางคนจนไปถึงผู้สูงอายุ หากไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ และเมื่อมีการเคลื่อนไหวก็จะทำให้เกิดการเสียดสีจนสึกกร่อน รู้สึกฝืดที่ข้อเข่า เข่าผิดรูปและทำให้เกิดความเจ็บปวด หรือทำให้เกิดความยากลำบากและความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน



อาการเข่าเสื่อม



เมื่อต้องเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมบางอย่าง จะทำให้มีอาการเจ็บปวดและรู้สึกฝืดที่ข้อเข่า ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก รวมไปถึงเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ ก็อาจทำให้เจ็บปวดและรู้สึกฝืดขัดที่ข้อเข้าได้เช่นกัน อาการอื่น ๆ ของเข่าเสื่อม ได้แก่



เมื่อต้องเคลื่อนไหวจะมีเสียงเสียงลั่นในข้อ

มีอาการกดเจ็บ

เข่าอ่อนแรงและเสียมวลกล้ามเนื้อ

ข้อเข่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่ เสียความยืดหยุ่น ข้อติดหรือขยับได้ยาก มักจะเกิดขึ้นเวลาเช้าหรือต้องนั่งเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความยากลำบากเวลาเดิน ขึ้นบันได หรือลุกจากเก้าอี้

ผู้ที่มีอาการสำคัญของเข่าเสื่อม เช่น อาการเจ็บปวด ข้อเข่าฝืด รวมไปถึงอาการที่กล่าวไปข้างต้น หากมีอาการติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางรักษา เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้อาการมีความรุนเแรงยิ่งขึ้น


สาเหตุของเข่าเสื่อม


สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์

นอกจากนั้น ผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องยกของหนักหรือแบกรับน้ำหนักมาก ๆ เป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน ก็จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้มากขึ้น

ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม BIM100 ลดอาการข้อเข่าอักเสบ





ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม BIM100 น้ำมังคุด ลดอาการข้อเข่าอักเสบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม” เกิดจากการใช้งานข้อต่อเนื่องยาวนานจนทำให้กระดูกอ่อน ผิวข้อสึกกร่อน ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดข้อขณะเคลื่อนไหว เข่าผิดรูปโก่งงอ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก



เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม น่าสนใจว่า...ปัจจุบันไม่เฉพาะคนแก่เท่านั้นที่เป็น คนกลางคน...ก็เป็นได้ นพ.ศริษฏ์ หงษ์วิไล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า จริงๆแล้ว สถิติคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อมูล ณ ปี 2553 เป็นอยู่ 6-7 ล้านคน



ปัญหาสำคัญมีว่า...พอเป็นโรคแล้วส่งผลกระทบในเรื่องคุณภาพชีวิต มากขึ้น พบว่า ที่พบเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 45 ปีก็เริ่มมีอุบัติการณ์ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น มีรายงานบ่อยขึ้น...อาจจะยังเป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็เกิดขึ้นได้



สาเหตุที่เกิดมีอยู่ 2 หลักใหญ่ๆ หนึ่ง...แรงที่กระทำกับข้อเยอะเกินปกติและเป็นเวลานาน เช่น ในกลุ่มที่เป็นนักวิ่งมาราธอน จะพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นข้อเข่าเสื่อมในอนาคตจะสูงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่าตัว



ถัดมา...กลุ่มที่มีพยาธิสภาพในข้อเข่า เช่น มีอุบัติเหตุมาก่อน อาจจะมีกระดูกหักหรือมีผิวกระดูกที่บาดเจ็บมาก่อน อย่างนักฟุตบอลที่เอ็นฉีกขาด ทำให้พยาธิสภาพในเข่าเปลี่ยนแปลงไปไม่สมดุล เสียความมั่นคง



อีกปัจจัยก็คือ “โรคประจำตัว” เช่น พวกที่เป็นรูมาตอยด์...ข้ออักเสบอยู่บ่อยๆ ก็อาจจะทำให้ข้อเสื่อม สึกได้เร็วขึ้น ในกลุ่มคนอายุน้อยจะพบสาเหตุใหญ่ๆก็คือ เกิดอุบัติเหตุมาก่อน กระดูกหัก ทำให้แนวแกนขาเปลี่ยนไป อาจเป็นกระดูกหน้าแข้ง กระดูกต้นขาหัก หรือกระดูกตรงเข่าหัก ทำให้การรับแรงเปลี่ยนไปเกิดเสื่อมสึกได้



กรณีถัดมาก็จะเป็นกลุ่มที่มีโรคประจำตัวอย่างที่กล่าวไปแล้ว รวมถึงโรคเลือดบางชนิดที่ไม่ค่อยพบในเมืองไทย เช่น เลือดข้นผิดปกติ อย่างที่สามพวกที่เรียกว่า ดื่มเหล้า สูบบุหรี่เยอะ จะทำให้กระดูกตายได้



“หลักๆในบ้านเราจะเป็นเช่นนี้ น้ำหนักเยอะก็เป็นปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะบีเอ็มไอที่เกิน 40 จริงๆน้ำหนักเกินมากไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าเกินบีเอ็มไอ 40 จะเป็นเยอะเลย...โอกาสที่เป็นสูงขึ้นเยอะ”



อาการแรกของคนที่เป็นข้อเข่าเสื่อมจะเริ่มจากปวดเข่าบ่อยๆ แต่การปวดแบบนี้ก็มีหลายลักษณะหลายแบบ...ปวดเวลาทำอะไร ส่วนมากข้อเข่าเสื่อมจะปวดตอนนั่งยอง นั่งคุกเข่า พับเพียบ จะเริ่มปวด



หรือ...ปวดตอนขึ้นลงบันได รู้สึกปวดมาก อยู่ท่านั้นนานๆไม่ไหว อาจจะต้องปรึกษา คุยกับคุณหมอดูว่า...เริ่มเป็นเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง หรือว่าเป็นอย่างอื่น ก็มีโอกาสเป็นได้หรือยัง สัญญาณต่อมาก็คืออาจจะมีเข่าบวม เข่าอุ่น...บวมร้อน ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีการอักเสบตรงข้อเข่า ข้อเข่ามีปัญหา



คุณหมอศริษฏ์ บอกอีกว่า การแบ่งระยะสำหรับข้อเข่าเสื่อมจะใช้ภาพเอกซเรย์เป็นหลักในการบอก ซึ่งจะมีตั้งแต่ข้อเข่าปกติ ข้อเข่าเสื่อมระยะต้น หรือว่าเสื่อมเล็กน้อย เสื่อมปานกลาง แล้วก็รุนแรง



“ตรงนี้ต้องเข้าใจต่อไปอีกว่า ตัวที่เอกซเรย์ว่าเป็นมากเป็นน้อยบอกระยะของอาการเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเราควรต้องทำอย่างไร...การวินิจฉัยหลักๆก็คือ การอ่านประวัติแล้วก็ตรวจร่างกาย เอกซเรย์เหมือนเป็นตัวยืนยัน ว่า...ใช่ แล้วก็ช่วยบอกว่าเป็นระยะไหนเท่านั้น ระยะต้น...ระยะกลาง หรือว่ารุนแรงแล้ว”

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

BIM100 น้ำมังคุด สร้างภูมิสมดุล ช่วย โรคจอประสาทตาเสื่อม





BIM100 น้ำมังคุด สร้างภูมิสมดุล ช่วย โรคจอประสาทตาเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



ผู้ที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป ควรได้รับการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะผู้สูงอายุแม้ว่าจะไม่มี

โรคประจำตัวใดๆ ก็มีโอกาสที่จะเกิดโรค "ศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ" ได้

   

     โรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติบริเวณจุดศูนย์กลางการรับภาพของจอประสาทตา

ทำให้สูญเสียการมองเห็นเฉพาะภาพตรงกลาง โดยที่ภาพด้านข้างของการมองเห็นยังดีอยู่ พบมากในผู้ที่มีอายุ 65 ปี

ขึ้นไป ซึ่งโรคนี้เป็นภาวะที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จะทำให้การมองเห็นลดลงจนอาจทำให้ตาบอดได้อย่าง

รวดเร็วภายใน 2 ปี หากไม่ได้รับการรักษา และหากพบว่าเป็นโรคนี้ในตาข้างหนึ่งข้างใดแล้ว จะมีความเสี่ยงสูงมากกว่า

40%  ที่จะเกิดกับตาอีกข้างหนึ่งภายในระยะเวลา 5 ปี หลังจากที่เคยเป็นในตาข้างแรกแล้ว



สาเหตุของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม



ปัจจัยเสี่ยงที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ได้แก่



1. อายุ สามารถพบได้ในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป

2. พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรได้รับการตรวจเช็คจอประสาทตาทุก 1 ปี

3. เชื้อชาติและเพศ พบโรคนี้ได้มากในคนต่างชาติ ยุโรป, อเมริกา และเพศหญิงที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

4. การสูบบุหรี่ เพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

5. ภาวะความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาลดความดันโลหิตและมีระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง

    ระดับแคโรทีนอยด์ในเลือดต่ำ มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเป็นโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (Wet AMD)

6. วัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนและไม่ได้รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน มักมีความเสี่ยงสูง

    ในการเป็นโรคนี้



ชนิดของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม



1. แบบแห้ง (Dry AMD)

         

     เป็นชนิดที่พบมากที่สุด เกิดจากการเสื่อมและบางตัวลงของจุดศูนย์กลางการรับภาพของจอประสาทตา (Macular)

จากกระบวนการเสื่อมตามอายุ อาการเริ่มต้นของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมแบบแห้ง คือ การมองเห็นภาพเบลอ

ทำให้มองเห็นหน้าคนไม่ชัดเจน เป็นผลให้จำหน้าบุคคลไม่ได้ หรือต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นในการทำกิจกรรมต่างๆ หรือ

ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการเริ่มจากตามัวเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสามารถในการมองเห็นจะค่อยๆ ลดลง

และเป็นไปอย่างช้าๆ



2. แบบเปียก (Wet AMD)



    พบประมาณ 10 - 15 % ของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้งหมด แต่จะสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วและเป็นสาเหตุ

สำคัญของอาการตาบอดในโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม เกิดจากมีหลอดเลือดผิดปกติงอกอยู่ใต้จอประสาทตา

ทำให้เลือดและของเหลวที่อยู่ภายในไหลซึมออกมา เป็นผลให้จุดศูนย์กลางการรับภาพบวม ผู้ป่วยจะเริ่มมองเห็นภาพ

ตรงกลางบิดเบี้ยว และเมื่อเซลล์ประสาทตาตาย ผู้ป่วยจะสูญเสียการมองเห็นในที่สุด อาการเริ่มต้นของโรคศูนย์กลาง

จอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก คือ เริ่มเห็นเส้นตรงกลายเป็นเส้นโค้งบิดเบี้ยว เห็นภาพสีซีดจางกว่าปกติ และอาจเห็น

จุดมืดดำที่ตรงกลางภาพ

         

     ผู้ป่วยที่ตรวจพบว่ามีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม สามารถสังเกตความผิดปกติ

ด้วยตัวเองได้ โดยการใช้แผ่นทดสอบ "แอมส์เลอร์กริด" (Amsler Grid) โดยไม่ต้องถอดแว่นตา หรือ คอนแทคเลนส์ที่

ใส่อยู่ออก  โดยนำแผ่นทดสอบไปติดบนผนังที่มีแสงสว่างเพียงพอในระดับสายตา ยืนห่างจากแผ่นภาพประมาณ 14 นิ้ว

ใช้มือปิดตาข้างหนึ่งไว้แล้วมองที่จุดสีดำตรงกลางแผ่นทดสอบด้วยตาข้างที่เปิดอยู่ ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับตาอีกข้าง หาก

มองเห็นลายเส้นตรงบนแผ่นทดสอบ มีลักษณะเป็นคลื่น หงิกงอ ขาดจากกัน พร่ามัว หรือบางพื้นที่หายไปจากที่มองเห็น

ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ภายใน 1 สัปดาห์ จักษุแพทย์จะทำการตรวจโดยใช้กล้อง Slit Lamp Biomicroscope และตรวจ

พิเศษด้วยการฉีดสีเพื่อถ่ายภาพจอประสาทตา หรือเข้าเครื่องตรวจวิเคราะห์ภาพตัดขวางจอประสาทตา เพื่อดูลักษณะและ

ขอบเขตความผิดปกติที่เกิดขึ้น

อาการตาอักเสบ บิม100 น้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคจอประสาทตาเสื่อม





อาการตาอักเสบ บิม100 น้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคจอประสาทตาเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคจอประสาทตาเสื่อมแบ่งออกเป็น  2 ประเภท



จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง (Dry AMD) มีจุดสีเหลืองบริเวณจอรับภาพตรงกลางของประสาทตาซึ่งเรียกว่า ดรูเซ่น (Drusen) สะสมอยู่ใต้จอประสาทตา จุดสีเหลืองนี้ทำลายเซลล์รับแสง ซึ่งนำไปสู่การมองเห็นที่บิดเบี้ยว โรคมักแสดงอาการอย่างช้า ๆ และในบางกรณีอาจกลายเป็นจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียกได้


จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) พบเพียง 10 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด เกิดจากเส้นเลือดฝอยด้านหลังจอประสาทตาผิดปกติ ซึ่งมีของเหลวในหลอดเลือดรั่วไหลไปโดนจุดรับภาพ  ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างมากทั้งแบบถาวรและเฉียบพลัน



อาการจอประสาทตาเสื่อม



อาการจอประสาทเสื่อมชนิดแห้ง อาการในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจมองเห็นภาพเบลอและจุดดำหรือจุดบอดตรงกลางภาพ เมื่อเวลาผ่านไป จุดดำในภาพจะเริ่มขยายใหญ่ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้อ่านหนังสือลำบากหรือมองเห็นรายละเอียดไม่ชัด



อาการจอประสาทเสื่อมชนิดเปียก ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพบิดเบี้ยว พร่ามัว เห็นจุดดำขนาดใหญ่ในภาพซึ่งเป็นผลมาจากการที่เลือดไหลไปอยู่ในจุดรับภาพ



อาการโดยทั่วไปที่เหมือนกันของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้ง 2 ประเภท มีดังนี้

มองภาพบิดเบี้ยว

มองในที่สว่างไม่ชัด หรือแพ้แสง

ปรับสายตาจากการมองเห็นในที่มืดมาที่สว่างไม่ค่อยได้

สูญเสียความสามารถในการมองเห็น ตามัว มีจุดดำหรือเงาบังอยู่ตรงกลางภาพ

เห็นสีผิดเพี้ยน

สาเหตุของจอประสาทตาเสื่อม

โรคจอประสาทตาเสื่อมนี้เป็นไปตามวัย สาเหตุเกิดจากจุดรับภาพซึ่งอยู่ตรงกลางจอประสาทตามีปัญหา โดยจุดรับภาพนี้เป็นจุดที่มีความไวต่อแสง ช่วยในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ให้เห็นได้ชัดเจนที่สุดของจอประสาทตา



จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง เกิดจากเซลล์รับแสงในจุดรับภาพเริ่มเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น อาจมีของเสียสะสมอยู่ในจอประสาทตาซึ่งเรียกว่าดรูเซ่น และเซลล์รับแสงในจุดรับภาพมีจำนวนน้อยลง การมองเห็นบริเวณกลางภาพแย่ลง ทำให้ต้องใช้แสงสว่างมากกว่าปกติเมื่อต้องอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมระยะใกล้



จอประสาทเสื่อมชนิดเปียก เส้นเลือดฝอยเกิดใหม่ใต้จุดรับภาพขยายจำนวนมากขึ้น ถ้าเส้นเลือดฝอยก่อตัวผิดตำแหน่ง ทำให้ส่งผลเสียมากกว่าผลดีเพราะของเหลวในเส้นเลือดจะไหลซึมเข้าตา และทำให้ ประสิทธิภาพการทำงานของบริเวณจุดรับภาพลดลง