แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูแลสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูแลสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ปัญหาโรคมะเร็ง บิม100 น้ำมังคุด ดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง





ปัญหาโรคมะเร็ง บิม100 น้ำมังคุด ดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร.  094-709-4444  ,  088-826-4444  ,  089-071-8889  ,  094-435-0404

ไลน์  :   @jumbolife (มี@ข้างหน้าด้วยนะคะ)หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



ขบวนการเกิดโรคมะเร็ง



เมื่อร่างกายได้รับสารก่อมะเร็ง เช่น สารเคมี ไวรัส รังสี สิ่งเหล่านี้จะทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงและในที่สุดเซลล์ปกติก็จะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ถ้าระบบภูมิต้านทานของร่างกายไม่สามารถทำลายเซลล์นั้นได้ เซลล์มะเร็งก็จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็นก้อนมะเร็งต่อไป


สาเหตุของโรคมะเร็ง



ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่เชื่อว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งอยู่หลายประการ ดังนี้



1. สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย



1.1 สารเคมีบางชนิด เช่น



สารเคมีในควันบุหรี่ และเขม่ารถยนต์

สารพิษจากเชื้อรา

สารพิษที่เกิดจากเนื้อสัตว์รมควัน ปิ้ง ย่าง ทอด จนไหม้เกรียม

สีย้อมผ้า

สารเคมีบางชนิดที่เกิดจากขบวนการทางอุตสาหกรรม

1.2 รังสีต่างๆ รวมทั้งรังสีอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดด



1.3 การติดเชื้อเรื้อรัง เช่น



ไวรัสตับอักเสบ ชนิด บี มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งตับ

ฮิวแมน แพพพิโลมา ไวรัส (Human Papilloma Virus หรือ HPV) อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งของเซลล์เยื่อบุต่างๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก

เอบสไตน์ บาร์ ไวรัส (Epstein Barr Virus) มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหรือมะเร็งโพรงหลังจมูก

เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลรัย (Helicobacter Pylori) มีความสัมพันธ์กับมะเร็งกระเพาะอาหาร

1.4 พยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ตับ มีความสัมพันธ์กับมะเร็งท่อน้ำดีในตับ



2. สาเหตุภายในร่างกาย เช่น



2.1 กรรมพันธ์ที่ผิดปกติ



2.2 ความไม่สมดุลทางฮอร์โมน



2.3 ภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง



2.4 การระคายเคืองที่เกิดซ้ำๆ เป็นเวลานาน



2.5 ภาวะทุพโภชนาการ เป็นต้น







อาการของโรคมะเร็ง



ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็ง แต่เป็นอาการเช่นเดียวกับการอักเสบของเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่เป็นมะเร็ง โดยที่แตกต่างคือ มักเป็นอาการที่แย่ลงเรื่อยๆ และเรื้อรัง ดังนั้นเมื่อมีอาการต่างๆ นานเกิน 1 – 2 สัปดาห์ จึงควรรีบพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม อาการที่น่าสงสัยว่าเป็นมะเร็ง ได้แก่



มีก้อนเนื้อโตเร็ว หรือ มีแผลเรื้อรัง ไม่หายภายใน 1 – 2 สัปดาห์ หลังจากการดูแลตนเองในเบื้องตัน

มีต่อมน้ำเหลืองโต คลำได้ มักจะแข็ง ไม่เจ็บ และโตขึ้นเรื่อยๆ

ไฝ ปาน หูด ที่โตเร็วผิดปกติ หรือ เป็นแผลแตก

หายใจ หรือ มีกลิ่นปากรุนแรงจากที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เลือดกำเดาออกเรื้อรัง มักออกเพียงข้างเดียว (อาจออกทั้งสองข้างได้)

ไอเรื้อรัง หรือ ไอเป็นเลือด

มีเสมหะ น้ำลาย หรือ เสลดปนเลือดบ่อย



อาเจียนเป็นเลือด

ปัสสาวะเป็นเลือด

ปัสสาวะบ่อย ขัดลำ ปัสสาวะเล็ด โดยไม่เคยเป็นมาก่อน

อุจจาระเป็นเลือด มูก หรือเป็นมูกเลือด

ท้องผูก สลับท้องสีย โดยไม่เคยเป็นมาก่อน

มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ หรือ มีประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดในวัยหมดประจำเดือน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน

ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น อึดอัดท้อง โดยไม่เคยเป็นมาก่อน

มีไข้ต่ำๆ หาสาเหตุไม่ได้

มีไข้สูงบ่อย หาสาเหตุไม่ได้

ผอมลงมากใน 6 เดือน น้ำหนักลดลงจากเดิม 10%

มีจ้ำห้อเลือดง่าย หรือ มีจุดแดงคล้ายไข้เลือดออกตามผิวหนังบ่อย

ปวดศีรษะรุนแรงเรื้อรัง หรือ แขน/ขาอ่อนแรง หรือ ชักโดยไม่เคยชักมาก่อน

ปวดหลังเรื้อรัง และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อาจร่วมกับ แขน/ขาอ่อนแรง

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ดูแลสุขภาพมะเร็งเม็ดเลือดขาว บิม100 น้ำมังคุด โรคมะเร็ง





ดูแลสุขภาพมะเร็งเม็ดเลือดขาว บิม100 น้ำมังคุด โรคมะเร็ง

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร.  094-709-4444  ,  088-826-4444  ,  089-071-8889  ,  094-435-0404

ไลน์  :   @jumbolife (มี@ข้างหน้าด้วยนะคะ)หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



มะเร็งเม็ดเลือดขาวสามารถแบ่งได้หลายแบบ ได้แก่ แบ่งตามระยะการเกิดโรค และแบ่งตามชนิดของเซลล์มะเร็ง



แบ่งตามระยะเวลาเกิด



มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (acute leukemia) คือการที่เซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดขาวแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว อาการของโรคจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง (chronic leukemia) คือการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกผลิตออกมามากเกินไป ทำให้ผู้ป่วยมีเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติ เนื่องจากความผิดปกติเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลยเป็นเวลานับปี แต่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด

แบ่งตามชนิดของเซลล์มะเร็ง



มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัยอีโลจีนัส (myelogenous leukemia) เป็นชนิดของมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในสาย myeloid เติบโตผิดปกติ

มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟซิติก (lymphocytic leukemia) เป็นชนิดของมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในสาย lymphoid

ทั้งนี้ การแบ่งชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะมีผลต่อการเลือกวิธีการรักษา เนื่องจากมะเร็งเม็ดเลือดขาวแต่ละชนิดมีการดำเนินโรคและการพยากรณ์โรคที่แตกต่างกัน



ปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรค แต่ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ก็ส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้



การได้รับรังสีขนาดสูง เช่น รังสีนิวเคลียร์

การรับเคมีบำบัด เกิดจากการรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วยตัวยาเคมี เนื่องจากยาเคมีบำบัดบางกลุ่มอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้



การสัมผัสกับสารเคมีในสิ่งแวดล้อม เช่น สารเคมีในกลุ่มพวกเบนซีน และยาฆ่าแมลงบางชนิด


โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคดาวน์ซินโดรม



อายุ ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวก็ยิ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

ผู้ป่วยโรคไขกระดูกเสื่อม (Myelodysplastic syndrome, MDS)



เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดที่ผิดปกติไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ทำให้เกิดอาการดังนี้



เม็ดเลือดแดงลดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการจากภาวะโลหิตจาง เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ

เม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

เกล็ดเลือดลดลง ทำให้มีภาวะเลือดออกง่ายกว่าปกติ อาจพบจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือดตามตัว รวมถึงภาวะเลือดหยุดยาก

นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลำพบก้อนตามตัวหรือปวดกระดูกได้

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม





BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม” เกิดจากการใช้งานข้อต่อเนื่องยาวนานจนทำให้กระดูกอ่อน ผิวข้อสึกกร่อน ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดข้อขณะเคลื่อนไหว เข่าผิดรูปโก่งงอ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก



เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม น่าสนใจว่า...ปัจจุบันไม่เฉพาะคนแก่เท่านั้นที่เป็น คนกลางคน...ก็เป็นได้ นพ.ศริษฏ์ หงษ์วิไล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า จริงๆแล้ว สถิติคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อมูล ณ ปี 2553 เป็นอยู่ 6-7 ล้านคน



ปัญหาสำคัญมีว่า...พอเป็นโรคแล้วส่งผลกระทบในเรื่องคุณภาพชีวิต มากขึ้น พบว่า ที่พบเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 45 ปีก็เริ่มมีอุบัติการณ์ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น มีรายงานบ่อยขึ้น...อาจจะยังเป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็เกิดขึ้นได้



สาเหตุที่เกิดมีอยู่ 2 หลักใหญ่ๆ หนึ่ง...แรงที่กระทำกับข้อเยอะเกินปกติและเป็นเวลานาน เช่น ในกลุ่มที่เป็นนักวิ่งมาราธอน จะพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นข้อเข่าเสื่อมในอนาคตจะสูงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่าตัว



ถัดมา...กลุ่มที่มีพยาธิสภาพในข้อเข่า เช่น มีอุบัติเหตุมาก่อน อาจจะมีกระดูกหักหรือมีผิวกระดูกที่บาดเจ็บมาก่อน อย่างนักฟุตบอลที่เอ็นฉีกขาด ทำให้พยาธิสภาพในเข่าเปลี่ยนแปลงไปไม่สมดุล เสียความมั่นคง



อีกปัจจัยก็คือ “โรคประจำตัว” เช่น พวกที่เป็นรูมาตอยด์...ข้ออักเสบอยู่บ่อยๆ ก็อาจจะทำให้ข้อเสื่อม สึกได้เร็วขึ้น ในกลุ่มคนอายุน้อยจะพบสาเหตุใหญ่ๆก็คือ เกิดอุบัติเหตุมาก่อน กระดูกหัก ทำให้แนวแกนขาเปลี่ยนไป อาจเป็นกระดูกหน้าแข้ง กระดูกต้นขาหัก หรือกระดูกตรงเข่าหัก ทำให้การรับแรงเปลี่ยนไปเกิดเสื่อมสึกได้



กรณีถัดมาก็จะเป็นกลุ่มที่มีโรคประจำตัวอย่างที่กล่าวไปแล้ว รวมถึงโรคเลือดบางชนิดที่ไม่ค่อยพบในเมืองไทย เช่น เลือดข้นผิดปกติ อย่างที่สามพวกที่เรียกว่า ดื่มเหล้า สูบบุหรี่เยอะ จะทำให้กระดูกตายได้



“หลักๆในบ้านเราจะเป็นเช่นนี้ น้ำหนักเยอะก็เป็นปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะบีเอ็มไอที่เกิน 40 จริงๆน้ำหนักเกินมากไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าเกินบีเอ็มไอ 40 จะเป็นเยอะเลย...โอกาสที่เป็นสูงขึ้นเยอะ”



อาการแรกของคนที่เป็นข้อเข่าเสื่อมจะเริ่มจากปวดเข่าบ่อยๆ แต่การปวดแบบนี้ก็มีหลายลักษณะหลายแบบ...ปวดเวลาทำอะไร ส่วนมากข้อเข่าเสื่อมจะปวดตอนนั่งยอง นั่งคุกเข่า พับเพียบ จะเริ่มปวด



หรือ...ปวดตอนขึ้นลงบันได รู้สึกปวดมาก อยู่ท่านั้นนานๆไม่ไหว อาจจะต้องปรึกษา คุยกับคุณหมอดูว่า...เริ่มเป็นเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง หรือว่าเป็นอย่างอื่น ก็มีโอกาสเป็นได้หรือยัง สัญญาณต่อมาก็คืออาจจะมีเข่าบวม เข่าอุ่น...บวมร้อน ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีการอักเสบตรงข้อเข่า ข้อเข่ามีปัญหา

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บิม100 ดูแลสุขภาพโรคกรดไหลย้อน โทร 088 8264444





บิม100 ดูแลสุขภาพโรคกรดไหลย้อน

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนกลับมาในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร โดยผู้ป่วยจะรู้สึกแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และคลื่นไส้ ซึ่งสาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในสภาพสังคมปัจจุบัน หากปล่อยให้เกิดอาการเรื้อรังและรักษาด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การเกิดหลอดอาหารอักเสบ แผลที่หลอดอาหาร หรือหลอดอาหารตีบ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ แม้โอกาสเกิดจะไม่มากนักก็ตาม



อาการของกรดไหลย้อน



ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนจะรู้สึกจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ ปวดแสบปวดร้อนบริเวณอกบ่อยครั้ง มีอาการจุกเสียดแน่นคล้ายอาหารไม่ย่อย เรอบ่อย คลื่นไส้ อาจมีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปากและคอ ไปจนถึงกลืนอาหารได้ลำบาก ในบางรายที่เป็นเรื้อรังอาจพบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไอเรื้อรัง รู้สึกระคายเคืองคอตลอดเวลา เสียงแหบแห้ง หรือฟันผุ



สาเหตุของกรดไหลย้อน



กรดไหลย้อนเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณส่วนปลายของหลอดอาหาร (Lower Esophageal Sphincter - LES) ทำให้กรดหรือน้ำย่อยภายในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาบริเวณหลอดอาหารจนสร้างความระคายเคืองกับผนังของหลอดอาหาร นอกจากนี้พฤติกรรมในชีวิตประจำวันหรือโรคบางชนิดมีส่วนกระตุ้นการทำงานของหลอดอาหารให้เกิดความผิดปกติได้ หรือทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดในปริมาณมากขึ้น เช่น เข้านอนหลังรับประทานอาหารทันที สูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารปริมาณมากภายในมื้อเดียว เป็นโรคอ้วน อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน



ภาวะแทรกซ้อนของกรดไหลย้อน



ภาวะกรดไหลย้อนมักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากฤทธิ์ของกรดได้สร้างความระคายเคืองแก่หลอดอาหารไปถึงอวัยวะบริเวณทางเดินหายใจ ทำให้กลืนอาหารได้ลำบาก รู้สึกเจ็บ หรือมีเลือดออกในหลอดอาหาร รวมทั้งอาจเกิดภาวะหลอดอาหารตีบตัน อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืด อเรื้อรัง อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์บริเวณหลอดอาหาร แต่ในปัจจุบันยังคงพบได้น้อยราย



การป้องกันอาการกรดไหลย้อน



ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ไปกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้มากที่สุด รวมไปถึงการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอาจช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะกรดไหลย้อนให้น้อยลงได้

กรดไหลย้อน ดูแลสุขภาพด้วย บิม100





กรดไหลย้อน ดูแลสุขภาพด้วย บิม100

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนกลับมาในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร โดยผู้ป่วยจะรู้สึกแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และคลื่นไส้ ซึ่งสาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในสภาพสังคมปัจจุบัน หากปล่อยให้เกิดอาการเรื้อรังและรักษาด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การเกิดหลอดอาหารอักเสบ แผลที่หลอดอาหาร หรือหลอดอาหารตีบ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ แม้โอกาสเกิดจะไม่มากนักก็ตาม



อาการของกรดไหลย้อน



ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนจะรู้สึกจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ ปวดแสบปวดร้อนบริเวณอกบ่อยครั้ง มีอาการจุกเสียดแน่นคล้ายอาหารไม่ย่อย เรอบ่อย คลื่นไส้ อาจมีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปากและคอ ไปจนถึงกลืนอาหารได้ลำบาก ในบางรายที่เป็นเรื้อรังอาจพบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไอเรื้อรัง รู้สึกระคายเคืองคอตลอดเวลา เสียงแหบแห้ง หรือฟันผุ



สาเหตุของกรดไหลย้อน



กรดไหลย้อนเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณส่วนปลายของหลอดอาหาร (Lower Esophageal Sphincter - LES) ทำให้กรดหรือน้ำย่อยภายในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาบริเวณหลอดอาหารจนสร้างความระคายเคืองกับผนังของหลอดอาหาร นอกจากนี้พฤติกรรมในชีวิตประจำวันหรือโรคบางชนิดมีส่วนกระตุ้นการทำงานของหลอดอาหารให้เกิดความผิดปกติได้ หรือทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดในปริมาณมากขึ้น เช่น เข้านอนหลังรับประทานอาหารทันที สูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารปริมาณมากภายในมื้อเดียว เป็นโรคอ้วน อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน



ภาวะแทรกซ้อนของกรดไหลย้อน



ภาวะกรดไหลย้อนมักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากฤทธิ์ของกรดได้สร้างความระคายเคืองแก่หลอดอาหารไปถึงอวัยวะบริเวณทางเดินหายใจ ทำให้กลืนอาหารได้ลำบาก รู้สึกเจ็บ หรือมีเลือดออกในหลอดอาหาร รวมทั้งอาจเกิดภาวะหลอดอาหารตีบตัน อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืด อเรื้อรัง อีกทั้งยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์บริเวณหลอดอาหาร แต่ในปัจจุบันยังคงพบได้น้อยราย



การป้องกันอาการกรดไหลย้อน



ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ไปกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้มากที่สุด รวมไปถึงการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอาจช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะกรดไหลย้อนให้น้อยลงได้

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บอกลาความทรมานจากโรคเบาหวาน บิม100 น้ำมังคุด





บอกลาความทรมานจากโรคเบาหวาน บิม100 น้ำมังคุด

สอบถามเพิ่มเติม

https://goo.gl/7jYDDs

Tel.  094-709-4444 , 088-826-4444 , 089-071-8889 , 094-435-0404

Line:   @jumbolife  หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM) เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้น



จากข้อมูลของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF) พบผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกราว 425 ล้านคนในปี 2560 และคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากถึง 629 ล้านคนในปี 2588 สำหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทยพบว่า คนไทยช่วงอายุ 20-79 ปี เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 8.3 หรือหมายความว่าใน 100 คน จะพบคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 8 คน และจำนวนมากกว่าครึ่งไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน 





สถิติการพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ยังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ต้องมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องถึงภัยร้ายของโรค เพราะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนลุกลามใหญ่โตจนต้องสูญเสียอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทางสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคนี้



ในปัจจุบัน ประเทศไทยยึดหลักเกณฑ์ตามสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาในการจำแนกผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยการตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือด หากผลการตรวจหลังงดอาหารและเครื่องดื่มมีน้ำตาลอยู่กระแสเลือดไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แสดงว่าระดับน้ำตาลในเลือดปกติ ทั้งนี้ระดับน้ำตาลในเลือดยังบ่งบอกถึงภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานได้ด้วย (Prediabetes) ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะเป็นเบาหวานสามารถพัฒนาการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 (เบาหวานที่เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้) โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองในอนาคตได้ง่ายขึ้น

สร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุล Bim100 ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน





สร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุล Bim100 ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน

สอบถามเพิ่มเติม

https://goo.gl/7jYDDs

Tel.  094-709-4444 , 088-826-4444 , 089-071-8889 , 094-435-0404

Line:   @jumbolife  หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM) เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้น



จากข้อมูลของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF) พบผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกราว 425 ล้านคนในปี 2560 และคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากถึง 629 ล้านคนในปี 2588 สำหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทยพบว่า คนไทยช่วงอายุ 20-79 ปี เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 8.3 หรือหมายความว่าใน 100 คน จะพบคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 8 คน และจำนวนมากกว่าครึ่งไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน 





สถิติการพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ยังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ต้องมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องถึงภัยร้ายของโรค เพราะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนลุกลามใหญ่โตจนต้องสูญเสียอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทางสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคนี้



ในปัจจุบัน ประเทศไทยยึดหลักเกณฑ์ตามสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาในการจำแนกผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยการตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือด หากผลการตรวจหลังงดอาหารและเครื่องดื่มมีน้ำตาลอยู่กระแสเลือดไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แสดงว่าระดับน้ำตาลในเลือดปกติ ทั้งนี้ระดับน้ำตาลในเลือดยังบ่งบอกถึงภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานได้ด้วย (Prediabetes) ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะเป็นเบาหวานสามารถพัฒนาการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 (เบาหวานที่เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้) โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองในอนาคตได้ง่ายขึ้น

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บิม100 โรคภูมิแพ้ เป็นมานานไม่หายสักที โทร 094 7094444




บิม100 โรคภูมิแพ้ เป็นมานานไม่หายสักที

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถประสบพบเห็นได้หลายทีในทุกหัวระแหงทั้งโลก โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะปลอดภัยกับร่างกาย อย่างเช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบรับที่มากแตกต่างจากปกติต่อสารเหล่านี้ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ตอนที่อาการจะแสดงออกมาตอนหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบรับไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งสภาพการณ์ตอบโต้นี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และจากนั้นก็สามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้



ที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการศึกษาและทำการค้นพบว่า หากคนไหนมีบิดาหรือแม่มีอาการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็ได้จังหวะที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเหมือนกัน โดยได้ช่องเป็นราว30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะสบโอกาสเป็นมากขึ้นคร่าวๆ 50 - 70% ขณะที่





คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะได้ช่องเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในทุกวันนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะปรับแก้ปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และก็สารเคืองต่างๆยกตัวอย่างเช่น ควันของบุหรี่ ไรฝุ่น อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ แล้วก็คุ้มครองปกป้องไม่ให้กำเนิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



ขั้นตอนกำเนิดโรคภูมิแพ้

เริ่มด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ดังเช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบรับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆซึ่งจะกระตุ้นให้มีการแก้ไขเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ



แล้วหลังจากนั้นในคราวต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและก็แอนติบอดีก็จะตอบรับ รวมทั้งก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงปรารถนาของโรคภูมิแพ้

บิม100 ดูแลสุขภาพอาการภูมิแพ้ ที่เกิดจากกรรมพันธ์





บิม100 ดูแลสุขภาพอาการภูมิแพ้ ที่เกิดจากกรรมพันธ์

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถประสบพบเห็นได้หลายทีในทุกหัวระแหงทั้งโลก โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะปลอดภัยกับร่างกาย อย่างเช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบรับที่มากแตกต่างจากปกติต่อสารเหล่านี้ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ตอนที่อาการจะแสดงออกมาตอนหลังสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบรับไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งสภาพการณ์ตอบโต้นี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และจากนั้นก็สามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้



ที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการศึกษาและทำการค้นพบว่า หากคนไหนมีบิดาหรือแม่มีอาการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็ได้จังหวะที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเหมือนกัน โดยได้ช่องเป็นราว30 - 50% แต่หากเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะสบโอกาสเป็นมากขึ้นคร่าวๆ 50 - 70% ขณะที่





คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะได้ช่องเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในทุกวันนี้ยังไม่มีแนวทางที่จะปรับแก้ปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และก็สารเคืองต่างๆยกตัวอย่างเช่น ควันของบุหรี่ ไรฝุ่น อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ แล้วก็คุ้มครองปกป้องไม่ให้กำเนิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



ขั้นตอนกำเนิดโรคภูมิแพ้

เริ่มด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ดังเช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือที่เกิดขึ้นจากด้านการกิน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบรับสารก่อภูมิแพ้พวกนั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆซึ่งจะกระตุ้นให้มีการแก้ไขเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ



แล้วหลังจากนั้นในคราวต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและก็แอนติบอดีก็จะตอบรับ รวมทั้งก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงปรารถนาของโรคภูมิแพ้

สาเหตุโรคภูมิแพ้ บิม100 แพ้ฝุ่น แพ้เส้นผม





สาเหตุโรคภูมิแพ้ บิม100 แพ้ฝุ่น แพ้เส้นผม

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในทุกที่ทั่วโลก โดยเป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกาย เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะเกิดการตอบสนองที่มากผิดปกติต่อสารเหล่านี้ จึงทำให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระยะเวลาที่อาการจะแสดงออกมาหลังจากสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบสนองไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งภาวะการณ์ตอบสนองนี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และสามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้


สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการค้นพบว่า ถ้าใครมีบิดาหรือมารดาป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเช่นกัน โดยมีโอกาสเป็นประมาณ 30 - 50% แต่ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา





บุคคลนั้นก็จะมีโอกาสเป็นมากขึ้นประมาณ 50 - 70% ในขณะที่ คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะมีโอกาสเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังไม่มีหนทางที่จะแก้ไขปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจึงควรป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ ไรฝุ่น เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ และป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



กระบวนการเกิดโรคภูมิแพ้

เริ่มต้นด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือจากการรับประทาน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้มีการพัฒนาเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้น ๆ เมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นเพิ่มมากขึ้น



จากนั้นในครั้งต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและแอนติบอดีก็จะตอบสนอง และก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงประสงค์ของโรคภูมิแพ้

อาการภูมิแพ้ ทานยาแล้วไม่หายขาด บิม100 โทร 088 8264444





อาการภูมิแพ้ ทานยาแล้วไม่หายขาด บิม100

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นโรคที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในทุกที่ทั่วโลก โดยเป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกาย เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะเกิดการตอบสนองที่มากผิดปกติต่อสารเหล่านี้ จึงทำให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระยะเวลาที่อาการจะแสดงออกมาหลังจากสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบสนองไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งภาวะการณ์ตอบสนองนี้อาจจะอยู่นานเป็นวัน หรือเป็นเดือน และสามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้


สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการค้นพบว่า ถ้าใครมีบิดาหรือมารดาป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเช่นกัน โดยมีโอกาสเป็นประมาณ 30 - 50% แต่ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา





บุคคลนั้นก็จะมีโอกาสเป็นมากขึ้นประมาณ 50 - 70% ในขณะที่ คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะมีโอกาสเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังไม่มีหนทางที่จะแก้ไขปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจึงควรป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ ไรฝุ่น เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ และป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้



กระบวนการเกิดโรคภูมิแพ้

เริ่มต้นด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือจากการรับประทาน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้มีการพัฒนาเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี (antibody) ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้น ๆ เมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว (sensitive) ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นเพิ่มมากขึ้น



จากนั้นในครั้งต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและแอนติบอดีก็จะตอบสนอง และก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ (mast cell) ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงประสงค์ของโรคภูมิแพ้

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561

X-Cordy ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดัน ลดคลอเรสเตอรอล โทร 094 709 4444





X-Cordy ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดัน ลดคลอเรสเตอรอล

รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.xcordyshop.com/

ไลน์  :  jumbolife  หรือกด  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife

โทร  :   094-709-4444   ,  088-826-4444

            089-071-8889   ,   094-345-0404



ถั่งเช่า X-Cordy เหมาะกับใครบ้าง



-ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ

-ผู้ที่พักฟื้นจากการเจ็บป่วย

-ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ

-ผู้สูงอายุ ที่ต้องการดูแลสุขภาพ

-ผู้ที่มีปัญหา อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง เหนื่อยง่าย

-ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยง่าย ภูมิต้านทานโรคต่ำ

-นักกีฬาที่ต้องแข่งขันบ่อย ช่วยให้ ไม่เหนื่อยง่าย ลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ

-ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เครียด หน้ามืด วิงเวียนศรีษะ วูบ หอบหืด ภูมิแพ้

-ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ความดันขึ้น น้ำตาลในเลือดสูง ไม่มีแรง เสื่อมสมรรถภาพ

-ช่วย ลดริ้วรอย ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย

-ผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง

-เหมาะสำหรับ เป็นของฝาก ของขวัญ ในเทศกาลสำคัญ สำหรับคนที่เรารัก เคารพ





สรรพคุณที่สำคัญของ ถั่งเฉ้า X-Cordy สร้างเสริมการทำงานของระบบภูมิต้านทานโรค

-ถั่งเช่า เอ็กซ์ คอร์ดี้ มีสรรพคุณ ช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติได้ อีกทั้งยังช่วยลดอาการหัวใจขาดออกซิเจน และเพิ่มออกซิเจนให้หัวใจได้ เหมาะสำหรับบำรุงผู้ที่มีปัญหา โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

-ต้านมะเร็ง และ เนื้องอก สาร Cordycepin คอร์ไดเซปิน ที่อยู่ใน ถั่งเช่า เอ็กซ์ คอร์ดี้ ถือเป็นสารที่มีความสำคัญในการต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ป้องกันการเกิดและการแพร่กระจายของเซลล์เนื้อร้าย รวมทั้งยัง-ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รักษาหายแล้ว กลับมาเป็นซ้ำอีกด้วย

-สร้างเสริมการทำงานของตับ

-ช่วยเพิ่มอ๊อกซิเจนในเลือด ทำให้ร่างกาย สดชื่น ไม่เหนื่อยง่าย บรรเทาอาการหอบหืด เนื่องจากในเลือดมีอ๊อกซิเจนมากชึ้น

-ปรับสมดุลย์ระบบน้ำตาลในเลือด มีการศึกษาพบว่า การรับประทาน ถั่งเช่า วันละ 3 กรัม จะช่วยปรับสมดุลย์-ระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ซึ่งมากกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบันที่ควบคุมได้เพียงแค่ 54%

-ช่วยลดไขมันในเลือด เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา ไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง

-บำรุงโลหิต

-ฟื้นฟูการทำงานของไต

-ช่วยให้ หลับลึก หลับสนิท ตื่นเช้ามาสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย ในทางการแพทย์พบว่า การที่เราหลับลึก หลับสนิท จะช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดี

-ลดการเกิดริ้วรอย

-ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย กลับมาเป็นหนุ่มเป็นสาวอีกครั้ง

-มีส่วนช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน X-Cordy ถั่งเช่าสีขาว โทร 088 826 4444





ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน X-Cordy ถั่งเช่าสีขาว

รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.xcordyshop.com/

ไลน์  :  jumbolife  หรือกด  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife

โทร  :   094-709-4444   ,  088-826-4444

            089-071-8889   ,   094-345-0404



X-Cordy เอ็กซ์ คอร์ดี้ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก ถั่งเช่า แท้ 100% ราชาที่สมุนไพร คุณประโยชน์เลิศล้ำ ช่วย บำรุงสุขภาพ คุณภาพเต็มเม็ด มาตรฐาน ISO ในราคาที่คุณเอื้อมถึง



ถั่งเช่า หรือ ตังถั่งเช่า (Cordyceps) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘หญ้าหนอนราชาที่สมุนไพรจีน ที่ได้รับการยินยอมรับมานานกว่า 1,000 ปี เป็นสมุนไพรจีนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตำราเรียนการแพทย์ของจีน



ถั่งเช่า ได้รับการตั้งชื่อว่า “ไวอากร้า ที่ แนวเขาหิมาลัย” เนื่องจากว่ามีประโยชน์ที่เด่นในประเด็นการ สร้างเสริมความสามารถทางเพศ ของผู้ชาย



ถั่งเช่า X Cordy รูปแบบใหม่ มีถั่งเช่าสีขาว สายพันธุ์ใหม่ ที่แรกในโลก ซึ่งมีค่า SOD สูงยิ่งกว่าถั่งเช่าสีทองคำถึง 5️ เท่า มีกลูต้าไธโอน(ธรรมชาติ) รวมทั้งมี เบต้าเคโรธีนสูงขึ้นมากยิ่งกว่าถั่งเช่าสีทองคำ 3️ เท่า มีการเรียน ศึกษาค้นคว้า และก็ปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับ ทางมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ





สารสำคัญใน ถั่งเช่า X-Cordy



- Adenosine อะดีโนซีน ต่อต้านการแข็งตัวของเลือด โน่นเป็นสลายลิ่มเลือด หรือต่อต้านการเกิดลิ่มเลือด



- Cordycepin คอร์ไดเซปิน เป็นสารเฉพาะบุคคลของถั่งเช่า ที่ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในระบบการไหลเวียนของโลหิต มีฤทธิ์บำรุงไต ต้านทานเชื้อแบคทีเรียที่ก่อกำเนิดโรค



- Cordycepic Acid กรดคอร์ไดเซปิก สารส่วนตัวของถั่งเฉ้า ที่ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการเผาไหม้สารอาหาร(เพิ่มเมตาโบลิซึ่มของร่างกาย) ก็เลยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ผู้เจ็บป่วยจะฟื้นได้รวดเร็วทันใจ ไม่เหน็ดเหนื่อยง่าย คุ้มครองเลือดออกในสมอง ละลายลิ่มเลือด ปกป้องโรคหัวใจขาดเลือด แล้วก็ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายคนที่มีปัญหาโรคหอบหืด 



- Polysaccharides : β-Glucan โพลีแซคค้างไรด์ : เบต้า-กลูแคน ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ต้านทานโรคมะเร็งรวมทั้งเนื้องอก ปรับเท่ากันระดับน้ำตาลในเลือด ต่ออายุรวมทั้งชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์ ลดระดับคอเลสเตอรอล รวมทั้ง ไตรกลีเซอไรด์



- Cordycep sterol สารสเตียรอคอยลเฉพาะบุคคลของ ถั่งเฉ้า ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของการบีบตัวของหัวใจ เสริมความสามารถของกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยคุ้มครองปกป้องอาการอักเสบ โดยยิ่งไปกว่านั้นรักษาอาการไตอักเสบ ปกป้องโรคหอบหืด รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพร่างกายคนป่วยโรค SLE (แพ้ภูมิต้านทานตนเอง)



- ไนตริกออกไซด์ ช่วยทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้ระบบโลหิตไหลเวียน

- Ergosterol เอ้อร์โกสเตอคอยล มีฤทธิ์สำหรับการต่อต้านเชื้อรา

- วิตามิน K ช่วยเลี้ยงดูระบบหัวใจ

- วิตามิน B1

- วิตามิน B12

- อื่นๆอีกมากมาย

X-Cordy อาหารเสริมถั่งเช่า ตัวช่วยดูแลสุขภาพ โทร 088 826 4444





X-Cordy อาหารเสริมถั่งเช่า ตัวช่วยดูแลสุขภาพ

รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.xcordyshop.com/

ไลน์  :  jumbolife  หรือกด  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife

โทร  :   094-709-4444   ,  088-826-4444

            089-071-8889   ,   094-345-0404


X-Cordy เอ็กซ์ คอร์ดี้ สินค้าอาหารเสริมจาก ถั่งเช่า แท้ 100% ราชาสมุนไพร คุณประโยชน์บรรเจิด ช่วย บำรุงสุขภาพ คุณภาพเต็มเม็ด มาตรฐาน ISO ในราคาที่คุณเอื้อมถึง



ถั่งเช่า หรือ ตังถั่งเช่า (Cordyceps) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘หญ้าหนอน’ ราชาที่สมุนไพรจีน ที่ได้รับการยินยอมรับมานานกว่า 1,000 ปี เป็นสมุนไพรจีนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในแบบเรียนการแพทย์ของจีน



ถั่งเช่า ได้รับการตั้งชื่อว่า “ไวอากร้า ที่ แนวเขาหิมาลัย” เพราะเหตุว่ามีประโยชน์ที่เด่นในหัวข้อการ สร้างเสริมความสามารถทางเพศ ของผู้ชาย



ถั่งเช่า X Cordy รูปแบบใหม่ มีถั่งเช่าสีขาว สายพันธุ์ใหม่ ที่แรกในโลก ซึ่งมีค่า SOD สูงยิ่งกว่าถั่งเช่าสีทองถึง 5️ เท่า มีกลูต้าไธโอน(ธรรมชาติ) รวมทั้งมี เบต้าเคโรธีนสูงขึ้นมากยิ่งกว่าถั่งเช่าสีทองคำ 3️ เท่า มีการศึกษาเล่าเรียน ศึกษาค้นคว้า แล้วก็ปรับปรุงโดยตลอด ร่วมกับ ทางมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ





สารสำคัญใน ถั่งเช่า X-Cordy



- Adenosine อะดีโนซีน ต่อต้านการแข็งตัวของเลือด โน่นเป็นสลายลิ่มเลือด หรือต้านทานการเกิดลิ่มเลือด



- Cordycepin คอร์ไดเซปิน เป็นสารเฉพาะบุคคลของถั่งเช่า ที่ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในระบบการไหลเวียนของโลหิต มีฤทธิ์บำรุงไต ต้านทานเชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลให้เกิดโรค



- Cordycepic Acid กรดคอร์ไดเซปิก สารเฉพาะบุคคลของถั่งเฉ้า ที่ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการเผาไหม้สารอาหาร(เพิ่มเมตาโบลิซึ่มของร่างกาย) ก็เลยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย คนเจ็บจะฟื้นได้เร็วทันใจ ไม่อ่อนเพลียง่าย ปกป้องเลือดออกในสมอง ละลายลิ่มเลือด คุ้มครองป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด และก็ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายคนที่มีปัญหาอาการหอบหืด



- Polysaccharides : β-Glucan โพลีแซคติดอยู่ไรด์ : เบต้า-กลูแคน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ต้านทานโรคมะเร็งและก็เนื้องอก ปรับเท่ากันระดับน้ำตาลในเลือด ต่ออายุรวมทั้งชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์ ลดระดับคอเลสเตอรอล และก็ ไตรกลีเซอไรด์



- Cordycep sterol สารสเตียคอยลเฉพาะบุคคลของ ถั่งเฉ้า ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของการบีบตัวของหัวใจ เสริมคุณภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยคุ้มครองอาการอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรักษาอาการไตอักเสบ คุ้มครองโรคหอบหืด แล้วก็ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายคนป่วยโรค SLE (แพ้ภูมิต้านทานตนเอง)



- ไนตริกออกไซด์ ช่วยทำให้เส้นโลหิตขยายตัว ทำให้ระบบโลหิตไหลเวียน

- Ergosterol เอ้อร์โกสเตอคอยล มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานเชื้อรา

- วิตามิน K ช่วยเลี้ยงดูระบบหัวใจ

- วิตามิน B1

- วิตามิน B12

- อื่นๆอีกมากมาย

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

หลินจือโกะ เห็ดหลินจือมยุรา ดูแลสุขภาพ เชื้อราขึ้นสมอง โทร 094 709 4444





หลินจือโกะ เห็ดหลินจือมยุรา ดูแลสุขภาพ เชื้อราขึ้นสมอง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.lingzhigothailand.com/

โทร  094-709-4444  หรือ  088-826-4444

LINE  :   jumbolife  หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



#Lingzhigo ดูดซึมและเห็นผลดีกว่าแคปซูลทั่วไป กว่า 3 เท่า #หลินจือโกะมยุรา

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Lingzhigo  เป็นการผสมผสานกันระหว่างสารสกัดเห็ดหลินจือแดงกับวิตามินและแร่ธาตุ ในรูปแบบแคปซูลเจลหรือแคปซูลนิ่ม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดูดซึมง่าย ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นสินค้านำเข้าของ



บริษัท คิวดีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งจดทะเบียนสินค้าภายใต้ชื่อ หลินจือโกะ สินค้าหลินจือโกะได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม และการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ #เห็ดหลินจือแดงสกัด ตราหลินจือโกะ



หลินจือโกะ LingzhiGO by ตั๊ก มยุรา : สหเฮอร์เบิ้ลขอแนะนำ เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



สรรพคุณ : เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



วิธีใช้ : รับประทานวันละ 1 แคปซูล (ก่อนอาหารเช้า 1 แคปซูล หรือก่อนนอน 1 แคปซูล)

หลินจือโกะ เห็ดหลินจือมยุรา ดูแลสุขภาพอาการอัมพฤกษ์ โทร 088 826 4444





หลินจือโกะ เห็ดหลินจือมยุรา ดูแลสุขภาพอาการอัมพฤกษ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.lingzhigothailand.com/

โทร  094-709-4444  หรือ  088-826-4444

LINE  :   jumbolife  หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



#Lingzhigo ดูดซึมและเห็นผลดีกว่าแคปซูลทั่วไป กว่า 3 เท่า #หลินจือโกะมยุรา

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Lingzhigo  เป็นการผสมผสานกันระหว่างสารสกัดเห็ดหลินจือแดงกับวิตามินและแร่ธาตุ ในรูปแบบแคปซูลเจลหรือแคปซูลนิ่ม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดูดซึมง่าย ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นสินค้านำเข้าของ



บริษัท คิวดีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งจดทะเบียนสินค้าภายใต้ชื่อ หลินจือโกะ สินค้าหลินจือโกะได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม และการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแดงสกัด ตราหลินจือโกะ



หลินจือโกะ LingzhiGO by ตั๊ก มยุรา : สหเฮอร์เบิ้ลขอแนะนำ เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



สรรพคุณ : เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



วิธีใช้ : รับประทานวันละ 1 แคปซูล (ก่อนอาหารเช้า 1 แคปซูล หรือก่อนนอน 1 แคปซูล)

อย่าให้โรคร้ายทำลายสุขภาพจนเสียขา หลินจือโกะ เห็ดหลินจือมยุรา ดูแลสุขภาพ...





:  อย่าให้โรคร้ายทำลายสุขภาพจนเสียขา หลินจือโกะ เห็ดหลินจือมยุรา ดูแลสุขภาพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.lingzhigothailand.com/

โทร  094-709-4444  หรือ  088-826-4444

LINE  :   jumbolife  หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



#Lingzhigo ดูดซึมและเห็นผลดีกว่าแคปซูลทั่วไป กว่า 3 เท่า #หลินจือโกะมยุรา

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Lingzhigo  เป็นการผสมผสานกันระหว่างสารสกัดเห็ดหลินจือแดงกับวิตามินและแร่ธาตุ ในรูปแบบแคปซูลเจลหรือแคปซูลนิ่ม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดูดซึมง่าย ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นสินค้านำเข้าของ



บริษัท คิวดีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งจดทะเบียนสินค้าภายใต้ชื่อ หลินจือโกะ สินค้าหลินจือโกะได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม และการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแดงสกัด ตราหลินจือโกะ



หลินจือโกะ LingzhiGO by ตั๊ก มยุรา : สหเฮอร์เบิ้ลขอแนะนำ เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



สรรพคุณ : เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



วิธีใช้ : รับประทานวันละ 1 แคปซูล (ก่อนอาหารเช้า 1 แคปซูล หรือก่อนนอน 1 แคปซูล)

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

สุขภาพดีได้ แม้เสียขาไปข้างนึง LinzhiGo เห็ดหลินจือมยุรา โทร 088 826 4444





#สุขภาพดี ได้ แม้เสียขาไปข้างนึง LinzhiGo เห็ดหลินจือมยุรา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.lingzhigothailand.com/

โทร  094-709-4444  หรือ  088-826-4444

LINE  :   jumbolife  หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



Lingzhigo ดูดซึมและเห็นผลดีกว่าแคปซูลทั่วไป กว่า 3 เท่า หลินจือโกะ ตั๊ก มยุรา

เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Lingzhigo  เป็นการผสมผสานกันระหว่างสารสกัดเห็ดหลินจือแดงกับวิตามินและแร่ธาตุ ในรูปแบบแคปซูลเจลหรือแคปซูลนิ่ม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดูดซึมง่าย ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นสินค้านำเข้าของ



บริษัท คิวดีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งจดทะเบียนสินค้าภายใต้ชื่อ หลินจือโกะ สินค้าหลินจือโกะได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม และการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแดงสกัด ตราหลินจือโกะ



หลินจือโกะ LingzhiGO by ตั๊ก มยุรา : สหเฮอร์เบิ้ลขอแนะนำ เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



สรรพคุณ : เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงตับ, บำรุงไต บรรจุในลิแคปแคปซูล จากประเทศญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากกว่าซอฟแคปซูลทั่วไป จึงทำให้การออกฤทธิ์เร็วมากยิ่งขึ้น



วิธีใช้ : รับประทานวันละ 1 แคปซูล (ก่อนอาหารเช้า 1 แคปซูล หรือก่อนนอน 1 แคปซูล)

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคมะเร็ง โทร 094 709 4444





บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคมะเร็ง

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/20

โทร.  094-709-4444  ,  088-826-4444  ,  089-071-8889  ,  094-435-0404

ไลน์  :   @jumbolife (มี@ข้างหน้าด้วยนะคะ)หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



มะเร็ง (Cancer) คือ ภาวะที่เซลล์ในร่างกายของเรามีการแบ่งตัวและเจริญขึ้นโดยรวดเร็วอย่างผิดปกติในสารพันธุกรรม (DNA) โดยเริ่มจากเป็นเซลล์เล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นตามเวลา นานวันเข้าเซลล์นั้นก็จะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงทำให้เซลล์ในก้อนเนื้อนั้นตาย จนกลายเป็นก้อนเนื้องอกร้ายที่ไปเบียดบังทั้งส่วนที่เกิดและส่วนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง จากนั้นก็จะค่อยๆ กระจายไปในส่วนอื่นๆ ของร่างกายโดยผ่านระบบกระแสเลือดหรือน้ำเหลืองของเราเป็นตัวนำเชื้อไป



สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง



สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้คนต่างป่วยด้วยโรคมะเร็งกันมากขึ้นนั้นเกิดได้จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน คือ

1. ปัจจัยภายนอก

– ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มักเกิดในคนที่ไม่นิยมกินร้อนช้อนกลาง โดยอาจติดจากทางน้ำลายในการรับประทานอาหารร่วมกัน

– การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ ในกรณีที่ชอบรับประทานอาหารแบบดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ

– ผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชีวิตจิตใจ และผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

– ผู้ได้รับรังสีอัลตราไวโลเลตจากแสงแดดเป็นเวลานาน

– ผู้ที่เคยผ่านการฉายรังสีเอกซเรย์





– สารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานกันทุกวัน โดยเฉพาะในพวกพริกแห้ง ถั่ว ฯลฯ

– สารก่อมะเร็งในอาหารจำพวกปิ้ง ย่าง ทอด โดยเฉพาะเนื้อที่ย่างหรือปิ้งจนไหม้เกรียม หรือเนื้อที่ทอดโดยใช้น้ำมันซ้ำๆ ทุกวัน

– สารไฮโดรคาร์บอน เป็นสารเคมีที่นำมาใช้ในการถนอมอาหารอย่างไนโตรซามิน ซึ่งเป็นสีย้อมผ้าที่นำมาใช้เป็นสีผสมอาหาร



2. ปัจจัยภายใน

– เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย เช่น เด็กพิการแต่กำเนิด ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม

– ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น พวกวิตามินเอ หรือซี ฯลฯ



ซึ่งจะเห็นได้ว่ามะเร็งส่วนใหญ่นั้นเกิดจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน นั่นหมายความว่าเราสามารถป้องกันการก่อเกิดโรคมะเร็งได้มากพอสมควร ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและระเบียบวินัยการเลือกปฏิบัติของเราเป็นหลัก รวมทั้งความรู้ในเรื่องของสารก่อมะเร็งด้วย



อาการของโรคมะเร็ง

– สำหรับในช่วงแรกของการเกิดโรคมะเร็งขึ้นในร่างกายนั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีอาการอะไรส่อเค้า หรือบอกให้ผู้ป่วยทราบได้เลยว่ากำลังเผชิญกับโรคมะเร็งนี้อยู่ ทำให้กว่าที่จะรู้ตัวก็สายเกินแก้

– เมื่อเป็นประสักระยะหนึ่งหรือหลายปี ผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่มักจะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็ว ผอมซูบ น้ำหนักลด ร่างกายเริ่มดูทรุดโทรมลง ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม

– และเมื่ออยู่ในระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามมากขึ้นก็จะเริ่มปรากฏอาการอย่างชัดเจนในระยะนี้ จะรู้สึกเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมากตามจุดต่างๆ ที่เกิดมะเร็งขึ้น ทั้งนี้จะมีอาการมากน้อยอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับโรคมะเร็งที่เป็นว่าเป็นมะเร็งชนิดใด ประเภทไหน และการกระจายของเซลล์มะเร็งภายในนั้นไปเบียดบังอวัยวะส่วนใดบ้าง ณ ขณะนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561

อาการเสี่ยงต่อการทำคลีโม Bim100 น้ำมุังคุด ดูแลสุขภาพโรคมะเร็งเต้านม โทร...





- อาการเสี่ยงต่อการทำคลีโม Bim100 น้ำมุังคุด ดูแลสุขภาพโรคมะเร็งเต้านม 

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/20

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



มะเร็งเต้านม (Breast cancer) เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติส่วนใดส่วนหนึ่งภายในเต้านมเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งและขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย ก่อนจะลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อข้างเคียงและแพร่กระจายไปยังเซลล์อื่นของร่างกาย มะเร็งชนิดนี้สามารถพบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่พบในเพศชายในอัตราที่น้อยมาก



ภายในเต้านมของผู้หญิงจะประกอบไปด้วยต่อมผลิตน้ำนม ท่อน้ำนม เนื้อเยื่อไขมัน ท่อน้ำเหลือง เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน หลอดเลือดต่าง ๆ ซึ่งเซลล์มะเร็งส่วนใหญ่ที่พบมักจะเกิดขึ้นบริเวณต่อมผลิตน้ำนม (Lobules) และท่อน้ำนม (Ducts) มากกว่าส่วนอื่น การก่อตัวของมะเร็งเต้านมสามารถเกิดขึ้นได้กับเซลล์ทุกส่วนภายในเต้านมในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากเซลล์ผิดปกติมีการแบ่งตัวมากขึ้นเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถควบคุมได้ และขยายใหญ่ขึ้นเป็นก้อนเนื้อร้าย ก่อนจะแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง ระบบน้ำเหลือง และสุดท้ายกระจายไปยังกระแสเลือด และไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้

 



ระยะของมะเร็งเต้านม



ระยะความรุนแรงของโรคมะเร็งเต้านมแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนเนื้อ การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปสู่ต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย



-ระยะ 0-1: พบเซลล์ผิดปกติภายในเนื้อเยื่อเต้านม และก้อนเนื้อมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร แต่ยังจำกัดการเกิดเฉพาะภายในเต้านม ซึ่งเป็นระยะที่ยังไม่พบการลุกลามของโรคไปยังส่วนอื่น

-ระยะ 2: ก้อนมะเร็งมีขนาดโตขึ้น และอาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองเฉพาะบริเวณรักแร้ แต่จำนวนไม่กี่ต่อม หรืออาจไม่พบก้อนเนื้อ แต่พบเซลล์มะเร็งบริเวณต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้

-ระยะ 3: เนื้อเยื่อเต้านมถูกทำลายเป็นบริเวณกว้างถึงชั้นผิวหนังจนเกิดเป็นแผล ก้อนมะเร็งมีขนาดโตขึ้นมากกว่า 5 เซนติเมตร ลุกลามไปติดกับกล้ามเนื้อหน้าอก มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้และต่อมน้ำเหลืองอื่นในบริเวณใกล้เคียงเต้านม หรือก้อนเนื้อขยายใหญ่ขึ้นไม่เกิน 5 เซนติเมตร และมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองจำนวนมากขึ้น 

-ระยะ 4: โรคมีการแพร่กระจายเข้าหลอดเลือดไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ตับ สมอง ปอด กระดูก ซึ่งเป็นระยะที่รักษาไม่หายขาด



สำหรับในประเทศไทย จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในผู้หญิงไทยเป็นอันดับต้น ๆ และยังพบจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ประมาณ 13,653 ราย หรือคิดเป็น 29.3 ต่อประชากร 100,000 ราย ซึ่งคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ผู้ป่วยหายขาดได้มากขึ้น