แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรรพคุณ เห็ดหลินจือแดง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรรพคุณ เห็ดหลินจือแดง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หลินจือมิน ดูแลอาการสุขภาพไม่แข็งแรง ไข้หวัด นอนไม่หลับ โทร 088 826 4444






หลินจือมิน ดูแลอาการสุขภาพไม่แข็งแรง ไข้หวัด นอนไม่หลับ

สอบถามรายละเอียด

http://www.Linhzhiminkorea.com

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

LINE ID : @Jumbolifeshop

https://www.facebook.com/LINHZHIMIN2U




สรรพคุณของเห็ดหลินจือ



     “ช่วยเพิ่มพลังชีวิต ” และในบรรดาเห็ดหลินจือทุกสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติทางยา เห็ดหลินจือแดงจัดได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ถูกพิสูจน์แล้วว่ามีสรรพคุณที่ดี ที่สุด ทางด้านการบำรุงร่างกาย และได้มีการนำไปใช้ทั่วโลก


ผลิตภัณฑ์หลินจือสกัด ตราหลินจือมิน ที่สารสกัดอยู่ในรูปแบบของเจล


ผลิตภัณฑ์หลินจือสกัด ตราหลินจือมิน ที่สารสกัดอยู่ในรูปแบบของเจล *ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ถึง 80–100%และใช้เวลาเพียง 5–15 นาทีเท่านั้นในการดูดซึมเข้าร่างกายทำให้ได้รับปริมาณสารสกัดจากหลินจือได้เต็มที่ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นซึ่งดูดซึมได้น้อยเพียง 10–50% เท่านั้นและใช้เวลา 2-4 ชั่วโมงในการดูดซึมเข้าร่างกาย *ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล





ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ถึง 80–100%และใช้เวลาเพียง 5–15 นาทีเท่านั้นในการดูดซึมเข้าร่างกายทำให้ได้รับปริมาณสารสกัดจากหลินจือได้เต็มที่ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นซึ่งดูดซึมได้น้อยเพียง 10–50% เท่านั้นและใช้เวลา 2-4 ชั่วโมงในการดูดซึมเข้าร่างกาย




ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลินจือมิน



สรรพคุณ :: บำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด , ระบบประสาท-สมอง, บำรุงตับ, ลดไขมันในเส้นเลือด,ลดคอเลสเตอรอล, ภูมิแพ้, ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ผิวพรรณดี และที่สำคัญมาก ๆ คือมีคุณสมบัติปรับเพิ่มภูมิคุ้มกัน (Immune modulation) ของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในไทยได้อีกด้วย ปัจจุบันมีการใช้สารสกัดเห็ดหลินจือร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน และเพื่อช่วยลดพิษและผลข้างเคียงอันเกิดจากการใช้เคมีบำบัดและการรักษาด้วยรังสี






ผลิตภัณฑ์หลินจือมินยังเสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญอีกหลายตัวคือ



- เบต้าเคโรทีน ตัวนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนท์ ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ในภายหลัง มีประโยชน์บำรุงสายตา และจำเป็นต่อการมองเห็น



-วิตามินบี 2 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง สร้างสารต้านโรค (anti body)



-วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนท์ มีประโยชน์และหลอดเลือด ทำให้ผิวพรรณดี ช่วยชะลอความแก่



-เฟอรัส ฟูมาเรต คือธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงและกล้ามเนื้อ






ส่วนประกอบ


เห็ดหลินจือ, วิตามิน อี, วิตามินบี 2, เบต้า-แคโรทีน



เฟอรัส ฟูมาเรต , ซิงค์ออกไซด์, แมงกานีสซัลเฟต, แมงนีเซี่ยมสเตียเรต







ส่วนประกอบของหลินจือมิน



1. สารสกัดจากเห็ดหลินจือสายพันธุ์สีแดง  เป็นสารสกัดหลินจือแดงเข้มข้นที่มีคุณภาพสูง



2. วิตามินและแร่ธาตุ



   » เบต้า-แคโรทีน  ส่งเสริมการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของกระดูก กระตุ้นภูมิคุ้มกัน บำรุงสุขภาพของดวงตา ลดจุดด่างดำ ลดริ้วรอยตื้นๆ



   » ดีแอล-อัลฟาโทโคฟีรอล ลดการเกาะตัวกันของเกล็ด             



   » ไรโบฟลาวิน ส่งเสริมการเจริญเติบโต ระบบสืบพันธุ์ สุขภาพผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม เสริมประสิทธิภาพการมองเห็น ลดการอ่อนล้าของ สายตา ลดอาการปวดไมเกรน                   



   » แมกนีเซียมซัลเฟต ควบคุมการผลิตฮอร์โมนต่างๆ ให้เป็นปกติ เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือด และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย                   



   » เฟอรัส ฟูมาเรต ส่งเสริมการเจริญเติบโต  ช่วยให้ร่างกายต้านทานต่อการเจ็บป่วย ป้องกันการอ่อนเพลีย  รักษาและป้องกันภาวะโลหิตจางครับ





คุณสมบัติของ หลินจือมิน


สรรพคุณเห็ดหลินจือแดงสกัด หลินจือมิน เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เป็นการผสมผสานกันระหว่างสารสกัดเห็ดหลินจือแดงกับวิตามินและแร่ธาตุ ในรูปแบบแคปซูลเจล ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดูดซึมง่าย ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด มีสรรพคุณสูง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลี   โดยเป็นสินค้านำเข้าของบริษัท เนเจอร์ไบโอเทค จำกัด ซึ่งจดทะเบียนสินค้าภายใต้ชื่อ หลินจือมิน สินค้าหลินจือมินได้ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม และการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแดงสกัดตราหลินจือมิน

วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง บอกลาความทรมานกับโรคเบาหวาน ความดัน โทร 094 70...






หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดง บอกลาความทรมานกับโรคเบาหวาน ความดัน

สอบถามรายละเอียด

http://www.Linhzhiminkorea.com

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

LINE ID : @Jumbolifeshop

https://www.facebook.com/LINHZHIMIN2U




โรคภูมิแพ้อากาศ ทำไมถึงแพ้ อาการและสาเหตุ?



อยู่ดีๆ ก็ จาม มีน้ำมูกไหล ทั้งที่ไม่ได้มีอาการของคนเป็นไข้หวัด บางครั้งอากาศร้อนแสนร้อน ก็ยังมีน้ำมูกไหลได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายกันแน่ อาการเหล่านี้อาจจะไม่ได้อยู่กับเรานาน แต่ก็สามารถทำให้เรารู้สึกรำคาญ หงุดหงิดได้ อาการแบบนี้เรามักเรียกกันว่า อาการแพ้อากาศ หรือ โรคภูมิแพ้อากาศ


โรคภูมิแพ้อากาศ


โรคภูมิแพ้อากาศ หรือ โรคภูมิแพ้จมูก (Allergic Rhinitis) คือการมีปฎิกิริยาตอบสนองไวมากต่อสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย สารอิมมูโนโกลบูลินอี (Immunoglobulin E/IgE) ก็จะทำปฎิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ที่หายใจเข้าไป ส่งผลให้เซลล์ภายในจมูกแตกตัวและหลั่งสารออกมา ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการอื่นของโรคตามมา เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล เยื่อบุตาอักเสบ ไซนัสอักเสบ คออักเสบ สารก่อภูมิแพ้จมูกอาจเกิดจากเปลี่ยนแปลงของอากาศ ไม่ว่าจะอากาศร้อนหรืออากาศเย็น ความชื้นในอากาศ กลิ่นฉุน สิ่งระคายเคืองต่างๆ อย่าง ไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ น้ำหอม ควันธูป เป็นต้น จากการสำรวจพบว่า โรคภูมิแพ้มักพบในเด็กและวัยรุ่นมากว่า 80 % ของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ และผู้ป่วยชาวไทยมักเป็นภูมิแพ้อากาศที่เกิดจากไรฝุ่น เป็นอันดับต้นๆ


โรคภูมิแพ้อาจเกิดจากพันธุกรรม ผู้ที่ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้อากาศจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ง่ายในทายาทรุ่นต่อๆไป และเกิดจากาสิ่งแวดล้อมที่มีสารก่อภูมิแพ้ การหลีกเลี่ยงสามารถช่วยลดอัตราการเป็นโรคนี้ได้เช่นกันคะ








โรคภูมิแพ้อากาศ อาจแบ่งได้ตามอาการได้ 4 ประเภท



มีอาการเด่นทางน้ำมูก คือมีน้ำมูกใส จาม คันจมูก

มีอาการคัดจมูกเป็นหลัก ไม่มีน้ำมูกหรือจาม

มีอาการทั้งมีน้ำมูกใสและคัดจมูก

มีอาการหลายๆอย่างเช่น ไอเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากมีเสมหะไหลลงคอ มีอาการคันหัวตา ปวดศีรษะเรื้อรัง นอนกรน ปากแห้ง สำหรับกลุ่มนี้ แพทย์จะต้องมีความชำนาญในการวิเคราะห์

เราสามารถรักษาโรคภูมิแพ้อากาศได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้หรือสารก่อภูมิแพ้ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงภาวะเครียดจะทำให้ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีอาการหนักขึ้น และหากมีอาการให้รีบพบแพทย์ทันที, การทานยาหรือพ่นยาทางจมูก เช่น ยาต้านฮีสตามิน (Antihistamine) ยาขยายหลอดลม ยาสเตียรอยดพ่นจมูก และการฉีดวัคซีนเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ เป็นการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกายโดยเริ่มจากปริมาณน้อยๆ และค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายของผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้น การรักษาด้วยวิธีนี้ต้องรักษาต่อเนื่องนานกว่า 3-5 ปี โดยแพทย์เฉพาะทาง นอกจากนี้การฉีดวัคซีนมักกระทำให้ผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาแล้วไม่หายหรือมีอาการแพ้ยา


สารภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยมักอยู่รอบๆตัวเราเอง อาทิ



ไรฝุ่น อาจเกิดจากมูลของไร หรือจากตัวไร เราควรจัดห้องให้โล่ง ไม่ควรมีพรม ตุ๊กตา หมั่นเปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าม่าน ผ้าห่ม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

สัตว์เลี้ยง ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ที่มีขน เพราะสัตว์เหล่านี้จะมีการผลัดขนอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าอยากจะเลี้ยงไม่ควรนำเข้ามาเลี้ยงในตัวบ้าน รักษาความสะอาดให้กับสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นและเครื่องกรองอากาศ

แมลงสาบ ฝุ่นทีเกิดจากซากที่ตายแล้วของแมลงสาบและมูลของแมลสาบ เป็นสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ และเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหอบหืด มากกว่าสารที่มาจากตัวแมลสาบเองเสียอีก

เกสรพืช ไม่ควรนำดอกไม้สด ดอกไม้แห้งไว้ในบ้าน ควรปิดประตู หน้าต่างในช่วงที่มีการแพร่กระจายของเกสรดอกไม้มากๆ

อย่างก็ตามเมื่อเรารักษาอาการภูมิแพ้หายแล้ว ก็ยังสามารถกลับมาเป็นได้ตลอดเวลา เนื่องการผู้ป่วยไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้หรือปัจจัยต่างที่ส่งเสริมให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่ายและเร็วขึ้น อาจมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้บ่อย อย่าง ไซนัสอักเสบ (เกิดจากเยื่อบุจมูกบวม รูเปิดไซนัสตีบตัน ทำให้เกิดการอักเสบในไซนัส) หูชั้นกลางอักเสบ(เนื่องจากมีทางเชื่อมต่อระหว่างโพรงหลังจมูกกับหูชั้นกลาง ถ้าเกิดมีอาการภูมิแพ้เรื้อรังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในหู) และนอนกรน การดูแลสุขภาพตนเองอยู่ตลอดเวลา เป็นหนทางของการห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บได้ดีคะ

วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงเกาหลี ช่วยโรคไขมันในเส้นเลือด เบาหวาน ความดัน ...




หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงเกาหลี ช่วยโรคไขมันในเส้นเลือด เบาหวาน ความดัน

รายละเอียดเพิ่มเติม    http://www.Linhzhimin2U.com

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



โรคไขมันในเลือดสูงมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ภาวะที่มีระดับกลุ่มไขมัน LDL สูงถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์/อัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง จากการที่ไขมันไปทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่แข็งตัวซึ่งเรียกว่า Atherosclerosis (โรคหลอดเลือดแดงแข็ง) ความเสี่ยงเหล่านั้นได้แก่

ผู้ชายที่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ผู้หญิงที่อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป

มีประวัติพ่อหรือพี่น้องผู้ชายเป็นโรคหัวใจขาดเลือด (กล้ามเนื้อหัวใจตาย) ที่อายุน้อยกว่า 55 ปี หรือมีแม่หรือญาติผู้หญิงเป็นโรคหัวใจขาดเลือดที่อายุน้อยกว่า 65 ปี

เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีความดันโลหิต ≥ 140/90 มิลลิเมตร-ปรอท

สูบบุหรี่

มีไขมัน HDL ต่ำกว่า 40 mg/dl แต่ถ้า HDL ≥ 60 mg/dl ให้ลบความเสี่ยงข้างต้น (ถ้ามี) ออก 1 ข้อ เพราะกลุ่มไขมัน HDL ถือว่าเป็นกลุ่มไขมันที่ดีที่ช่วยยับยั้งการเกิดหลอดเลือดแดงใหญ่แข็งตัว



ดังนั้นการที่จะบอกว่าบุคคลใดมีระดับไขมันในเลือดสูงที่จะต้องรักษา ก็ต้องดูว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงใดบ้าง ถ้าไม่มีความเสี่ยงเลยหรือมีความเสี่ยงเพียง 1 ข้อ ค่าระดับกลุ่มไขมัน LDL ที่มากกว่า 160 mg/dl ถือว่ามีไขมันในเลือดสูง แต่ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไปค่าระดับกลุ่มไขมัน LDL ที่มากกว่า 130 mg/dl จะถือว่ามีไขมันในเลือดสูง แต่ถ้าเป็นโรคเบาหวานหรือเคยเกิดโรคหัวใจขาดเลือดมาแล้ว ค่าระดับกลุ่มไขมัน LDL ที่มากกว่า 100 mg/dl ก็ถือว่าสูงแล้ว

สำหรับค่าไขมันไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้มีความสัมพันธ์ชัดเจนต่อความเสี่ยงในการเกิดโรค หัวใจขาดเลือด

รักษาโรคไขมันในเลือดสูงอย่างไร?

การรักษาโรคไขมันในเลือดสูงขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดกี่ความเสี่ยง

ถ้าไม่มีความเสี่ยงเลยหรือมีความเสี่ยงเพียง 1 ข้อ ค่า LDL ≥ 160 mg/dl ให้ใช้การรักษาโดยไม่ใช้ยาลดไขมันในเลือด 3 เดือน แล้วตรวจซ้ำ ถ้ายัง ≥160 ให้ใช้ยารักษาควบคู่ไปด้วย แต่ถ้าค่า LDL ≥ 190 ก็ให้เริ่มใช้ยาไปเลยควบคู่กับการรักษาโดยไม่ใช้ยา

ถ้ามีความเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป ค่า LDL ≥130 ให้ใช้การรักษาโดยไม่ใช้ยาลดไขมันในเลือด 3 เดือน แล้วตรวจซ้ำ ถ้ายัง ≥ 130 ให้ใช้การรักษาโดยใช้ยาควบคู่กับการรักษาโดยไม่ใช้ยา

ถ้าเป็นโรคเบาหวานหรือเคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ/โรคหัวใจขาดเลือดมาแล้ว ค่า LDL ≥100 ให้ใช้การรักษาโดยไม่ใช้ยา ถ้า LDL ≥ 130 ให้ใช้ยาควบคู่กับการรักษาโดยไม่ใช้ยา

สำหรับค่าไขมันไตรกลีเซอไรด์ ถ้า ≥ 150 mg/dl ร่วมกับมีไขมัน HDL

วิธีการรักษาโรคไขมันในเลือดสูง

การรักษาโดยไม่ใช้ยาโดย

การควบคุมอาหาร ผู้ป่วยที่มีระดับกลุ่มไขมัน LDL สูงจะต้องลดอาหารที่มีคอเลสเตอรอลให้น้อยกว่า 300 mg ต่อวัน อาหารที่มีคอเลสเทอรอลสูงเช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ต่างๆ เนื้อสัตว์ติดมัน กุ้ง หอย ปลาหมึก ไข่ปลา เป็นต้น และต้องลดอาหารประเภทไขมันให้น้อยกว่า 30% ของปริมาณแคลอรีที่ร่างกายได้รับต่อวัน (โดยเฉลี่ยคือ 1,500 - 2,000 กิโลแคลอรี/วัน) โดยต้องเป็นอาหารที่กรดไขมันอิ่มตัว (มักเป็นไขมันจากสัตว์) ไม่เกิน 10% อาหารที่มีกรดไขมันอิ่ม ตัวสูงพบมากในอาหารผัด ทอด ที่ใช้น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม เนย หรืออาหารที่ใช้กะทิ เป็นต้น

ผู้ป่วยที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงต้องลดอาหารประเภทแป้งขัดสีเช่น ขนมปังชนิดต่างๆ รวม ถึงปาท่องโก๋ โดนัท เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นสปาเกตตี มักกะโรนี บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น และอา หารที่มีน้ำตาลสูง สำหรับผู้ป่วยโรค Familial chylomicronemia syndrome จะต้องลดอาหารประเภทไขมันให้เหลือน้อยที่สุดคือน้อยกว่า 15 กรัมต่อวัน และใช้การกินวิตามินเสริมเพื่อป้องการการขาดวิตามิน

การออกกำลังกาย จะช่วยลดระดับไขมันชนิดต่างๆได้และช่วยเพิ่มระดับไขมัน HDL แต่ที่สำ คัญคือการออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ/โรคหัวใจขาดเลือดได้ แม้มีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วมอยู่ด้วยก็ตาม

การลดน้ำหนัก ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวเกินต้องลดน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ลด ลงและช่วยเพิ่มระดับกลุ่มไขมัน HDL ได้

การใช้ยารักษา ซึ่งมียาอยู่หลายกลุ่มได้แก่

ยากลุ่ม HMG-CoA reductase inhibitor ซึ่งจะไปลดการผลิตไขมันจากตับ ทำให้ลดระดับคอเลสเทอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และกลุ่มไขมัน LDL ลงได้ ที่รู้จักกันดีชื่อ Simvastatin

ยากลุ่มช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ (Cholesterol absorption inhibitor และ bile acid sequestrants)

ยาที่เป็นวิตามิน บีรวม ชื่อ Niacin ซึ่งจะช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ ไขมัน LDL และช่วยเพิ่มระดับไขมัน HDL ได้

ยากลุ่ม Fibrates เป็นยากลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ แต่อาจเพิ่มระดับกลุ่มไขมัน LDL ได้

น้ำมันปลาสามารถช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้

อนึ่ง ไม่ควรซื้อยาลดไขมันกินเอง ควรกินยาตามแพทย์แนะนำเท่านั้น เพราะการใช้ยาจะได้ผลสูงสุดต้องขึ้นกับขนาดของยาด้วย นอกจากนั้น ยังอาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้นอีกด้วย


หลินจือมิน เห็ดหลินจือมินแดง รู้ทันโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง โทร...





หลินจือมิน เห็ดหลินจือมินแดง รู้ทันโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง

รายละเอียดเพิ่มเติม   http://www.jumbolifeshop.com/p/439

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM, Diabetes) เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้น

โรคเบาหวาน

จากข้อมูลของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation, IDF) พบผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกราว 415 ล้านคนในปี 2558 และคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากถึง 642 ล้านคนในปี 2583 สำหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทยพบว่า คนไทยช่วงอายุ 20-79 ปี เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 7.1 หรือหมายความว่า ในจำนวนคน 100 คน จะพบคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 7 คน และจำนวนมากกว่าครึ่งไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน สถิติการพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ยังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ต้องมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องถึงภัยร้ายของโรค เพราะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนลุกลามใหญ่โตจนต้องสูญเสียอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทางสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคนี้

ในปัจจุบัน ประเทศไทยยึดหลักเกณฑ์ตามสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาในการจำแนกผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยการตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือด หากผลการตรวจหลังงดอาหารและเครื่องดื่มมีน้ำตาลอยู่กระแสเลือดไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แสดงว่าระดับน้ำตาลในเลือดปกติ ทั้งนี้ระดับน้ำตาลในเลือดยังบ่งบอกถึงภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานได้ด้วย (Prediabetes) ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะเป็นเบาหวานสามารถพัฒนาการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2  (เบาหวานที่เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้) โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองในอนาคตได้ง่ายขึ้น


อาการของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานในระยะแรกจะไม่แสดงอาการผิดปกติ บางรายอาจตรวจพบโรคเบาหวานเมื่อพบภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว อาการของโรคเบาหวานแต่ละชนิดอาจมีความคล้ายกัน ซึ่งอาการที่พบส่วนใหญ่ คือ กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลดหรือเพิ่มผิดปกติ สายตาพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัด รู้สึกเหนื่อยง่าย  มีอาการชา โดยเฉพาะมือและขา บาดแผลหายยาก เป็นต้น ทั้งนี้ อาการของโรคเบาหวานประเภทที่ 1 จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 จะแสดงอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักเกิดขึ้นในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 24-28 สัปดาห์



สาเหตุของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานมีหลายประเภท สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ หรือเกิดภาวะการดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) เป็นโรคเบาหวานที่พัฒนาขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์จากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน โดยที่ผู้ป่วยไม่เคยเป็นโรคเบาหวานมาก่อน และเบาหวานจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การใช้ยา หรือเกิดจากโรคชนิดอื่น


การวินิจฉัยโรคเบาหวาน

แพทย์จะสอบถามอาการผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยและของบุคคลในครอบครัว และการตรวจร่างกาย และที่สำคัญต้องอาศัยการตรวจเลือด เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก โดยมีวิธีการวิเคราะห์ระดับน้ำตาลในเลือดหลายวิธี ได้แก่



การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเวลาใดก็ได้ (Random/Casual Plasma Glucose Test)

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (Fasting Plasma Glucose: FPG)

การตรวจน้ำตาลเฉลี่ยสะสม หรือฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี (Hemoglobin A1c: HbA1c)

การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด (Oral Glucose Tolerance Test: OGTT)

หากผู้ป่วยไม่มีอาการของโรคเบาหวานชัดเจนคือ หิวน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยและมาก น้ำหนักตัวลดลง โดยที่ไม่มีสาเหตุ การตรวจด้วยวิธีทั้งหมดข้างต้นจำเป็นต้องมีการตรวจซ้ำอย่างน้อย 1 ครั้งด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งอีกครั้งหนึ่งเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ หากไม่มีการควบคุมในเรื่องของการรับประทานอาหารและดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อเส้นเลือดที่นำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ทั้งโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดเล็ก (microvascular complications) เช่น เบาหวานขึ้นตา โรคไต หรือโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดใหญ่ (macrovascular complications) เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนที่ระบบประสาทและที่สามารถทำให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียอวัยะบางส่วน นอกจากนี้สตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ การแท้งบุตรได้


การรักษาโรคเบาหวาน

การรักษาผู้ป่วยเบาหวานในประเภทที่ 1 จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนอินซูลินเข้าไปทดแทนในร่างกายด้วยการฉีดยาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการคุมอาหารและออกกำลังกายที่เหมาะสม ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 หากเป็นในระยะแรก ๆ สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลัง และควบคุมน้ำหนัก หากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจให้ยาควบคู่ไปด้วยหรือฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทนเช่นเดียวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1


วันพุธที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2560

#ตื่นมาคุย #หลินจือมิน #เห็ดหลินจือแดง #เคสผู้ป่วยมะเร็ง โทร.089-0718889

#ตื่นมาคุย #หลินจือมิน #เห็ดหลินจือแดง #สรรพคุณ เคสผู้ป่วย #มะเร็ง โทร.089-0718889 https://youtu.be/KbSLM2DVnwQ



#ตื่นมาคุย #หลินจือมิน #เห็ดหลินจือแดง #สรรพคุณ เคสผู้ป่วย #มะเร็ง 
รายละเอียดอาหารเสริมเห็ดหลินจือแดงสกัด หลินจือมิน https://www.jumbolifeshop.com/product/439/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99-linhzhimin-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A5-5
โทร 089-071-8889,094-435-0404 LINE ID : Jumbolifeshop


คุณค่าของเห็ดหลินจือแดงหลินจือมิน หรือ ราชาที่สมุนไพร ( King of Herb) ถือว่าเป็นสมุนไพรชั้นสูงของจีนมาตั้งแต่โบราณ จนกระทั่งปัจจุบันที่ปรากฏผลที่ได้รับจากงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ล้นหลามรองรับเรื่องคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือ มากยิ่งกว่า 200 รายการทั้งโลก โดยพบว่าในเห็ดหลินจือมีสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยประมาณ 200 จำพวก ก็เลยมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย ตลอดจนทุเลาอาการต่างๆได้นานัปการ ตัวอย่างเช่น เสริมการดูแลรักษาให้กับคนป่วยโรคมะเร็ง , มีส่วนช่วยลดผลกระทบจากวิธีการทำเคมีบำบัดรักษารวมทั้งการเปล่งแสง , ปรับสมดุลให้ความดันเลือด , เสริมการดูแลและรักษาในคนไข้โรคเบาหวาน ไปจนตราบเท่าชะลอความแก่ อีกทั้งการตรวจตราทางด้านพิษวิทยายังพบว่าเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัย ปลอดภัยต่อสุขภาพอะไร

เห็ดหลินจือมินมีสารที่มีคุณลักษณะกว่า 200 ประเภท

จำแนกประเภทออกเป็น 3 ชนิด เป็น

โพลีแซคติดอยู่ไรด์ (Polysaccharide)

ตรีเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoid)

เยอร์มาเนียม (Germanium)



สรรพคุณโพลีแซคค้างไรด์ในเห็ดหลินจือแดง(Polysaccharide)

1.สร้างเสริมภูมิต้านทานร่างกาย กระตุ้นการทางานและก็สร้างเสริมเม็ดเลือดขาว ช่วยต้านอาการภูมิแพ้ มีส่วนช่วยในการสร้างเสริมเม็ดเลือดขาวให้พอเพียงในการต้านโรคติดเชื้อต่างๆในคนเจ็บที่ทาเคมีบรรเทา 2. กระตุ้นระบบภูมิต้านทาน สร้างเสริมการสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยทุเลาอาการภูมิแพ้ และลดผลกระทบของการทาเคมีบรรเทาและก็การฉายรังสีในผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็ง 3. บำรุงตับ คุ้มครองปกป้องตับจากพิษ ช่วยทุเลาอาการตับอักเสบจากสารเคมี เชื้อโรค แล้วก็แอลกอฮอล์ ช่วยขับพิษออกมาจากร่างกาย 4. ชะลอการก่อตัวของเกร็ดเลือดและก็ละลายลิ่มเลือด - ทุเลาลักษณะของเส้นโลหิตหัวใจตีบ ทุเลาลักษณะของเส้นเลือดในสมองตีบ ลดความดันเลือด 5. มีกรดกาโนเดอแรนส์ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เกื้อหนุนคุณภาพการใช้อินซูลิน - ทุเลาอาการโรคเบาหวาน



สรรพคุณตรีเทอร์พีนอยด์ในเห็ดหลินจือแดง (Triterpenoid)

เป็นกรุ๊ปสารประกอบอินทรีย์ มีรสขม จำนวนมากอยู่ที่ดอกแล้วก็ก้านของเห็ดหลินจือ สารสามเทอร์พีนอยด์ เป็นกรุ๊ปของสารประกอบกันโดยประมาณ 100 ประเภท มีกรดกาโนเดอริค ซึ่งเป็นตัวยับั้งการการปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง ช่วยลดความดันเลือด รวมทั้งช่วยลดไขมันในเลือด ยิ่งไปกว่านี้ยังช่วยยั้งการเติบโตของเซลล์เนื้องอกตับ และก็ต้านทานพิษที่มีต่อตับ



สรรพคุณเยอร์มาเนียมในเห็ดหลินจือแดง (Germanium)

มักพบในโสม กระเทียม แล้วก็เห็ดหลินจือ เป็นตัวเกื้อหนุนกรรมวิธีทางานของร่างกาย ช่วยกาจัดพิษ ลดความเจ็บในคนไข้โรคมะเร็ง กระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงรับออกสิเจนได้เยอะขึ้นอย่างต่ำ 1.5 เท่า ทาให้เลือดแล้วก็เซลล์มีออกสิเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งานศึกษาวิจัยหลายที่พบว่าเซลล์เนื้องอกมักเกลียดชังเจริญวัยในที่ทีมีออกสิเจน สารเยอร์มาเนียมก็เลยนับเป็นตัวต้านโรคมะเร็งที่ดี