แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OPERATION BIM แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OPERATION BIM แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บิม100 กระปุกสีเขียว อาการภูมิแพ้





บิม100 กระปุกสีเขียว อาการภูมิแพ้

ข้อมูลเพิ่มเติมอาหารเสริม บิม100 BIM100 สูตรการ์ซีเนีย สีเขียว

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

http://www.bim100foryou.com/p/3

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคภูมิแพ้คืออะไร



          โรคภูมิแพ้ คือภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ไว ต้องสิ่งกระตุ้น โดยอาการภูมิแพ้นี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับสสารบางชนิด ซึ่งสสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้จะเรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ และเมื่อร่างกายเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้แล้วก็จะหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ออกมา จนทำให้ร่างกายเกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาการคัน ไอ มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก ลมพิษ เป็นต้น



โรคภูมิแพ้ สาเหตุเกิดจากอะไร



          โรคภูมิแพ้ เกิดได้จาก 2 สาเหตุใหญ่ ๆ ได้แก่ กรรมพันธุ์ที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว



1. สาเหตุจากกรรมพันธุ์



          โรคภูมิแพ้บางชนิดอาจเกิดขึ้นจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งถ้าหากมีการซักประวัติแล้วพบว่าพ่อและแม่ของผู้ป่วยมีอาการแพ้ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสในการเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้เพียงคนเดียว ทั้งนี้โรคภูมิแพ้ที่มักเกิดจากกรรมพันธุ์ได้แก่ โรคหืด โรคแพ้อากาศ และผื่นภูมิแพ้ในเด็ก




2. สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม



          สิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุส่วนใที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนส่วนใหญ่ ซึ่งสิ่งแวดล้อมนี้หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ร่างกายสามารถสัมผัสได้ ทั้งจากการหายใจ การทานอาหาร ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยที่สุดก็มีทั้งอาหาร เช่น อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม ถั่วชนิดต่าง ๆ หรือโปรตีนบางชนิด นอกจากนี้สสารที่อยู่ในอากาศซึ่งเรามองไม่เห็นก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นละออง เชื้อราในอากาศ เกสรดอกไม้ และขนสัตว์ เป็นต้น



          นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้เกิดได้ง่ายขึ้น เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อากาศที่เย็นจัด หรือมลพิษทางอากาศ อย่างเช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ควันบุหรี่ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกันค่ะ



โรคภูมิแพ้ อาการเป็นอย่างไร



          อาการของโรคภูมิแพ้นั้นค่อนข้างจะเห็นได้ชัดเนื่องจากสารฮีสตามีนที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดอาการแพ้จะไปทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย โดยอาการของโรคภูมิแพ้สามารถแบ่งได้ตามชนิดของโรคดังนี้



โรคภูมิแพ้อากาศ


          โรคภูมิแพ้อากาศหรือโรคภูมิแพ้จมูก มีอีกชื่อหนึ่งว่า โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ เนื่องจากเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับเยื่อบุจมูก ซึ่งเยื่อบุจมูกของผู้ป่วยจะไวต่อสิ่งเร้า อาทิ สภาพอากาศ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา ขนสัตว์ หรือแม้แต่กลิ่น และสิ่งระคายเคืองต่าง ๆ โดยอาการที่สามารถสังเกตได้ก็คือ จะมีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก มีเสมหะในลำคอ เลือดกำเดาไหลบ่อย นอกจากนี้ยังอาจมีอาการคันตา น้ำตาไหล คันหู และหูอื้อร่วมด้วย



โรคหืด



          โรคหืด ถือเป็นโรคภูมิแพ้อีกชนิดหนึ่ง เพราะอาการของโรคนี้สารก่อภูมิแพ้จะก่อให้เกิดภาวะหลอดลมอักเสบอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้หลอดลมตีบตัน ซึ่งอาการมีหลายลักษณะ เช่น ไอ หอบไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หายใจสั้นและลำบาก อาการเหล่านี้จะรุนแรงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของปอด ทั้งนี้หากไม่ได้รับยาอย่างทันท่วงทีก็อาจจะทำให้อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ดูแลตัวเองดี ก็ไม่ต้องทรมานกับโรค BIM100 น้ำมังคุด สมุนไพรช่วยโรคจอประสา...





ดูแลตัวเองดี ก็ไม่ต้องทรมานกับโรค BIM100 น้ำมังคุด สมุนไพรช่วยโรคจอประสาทตาเสื่อม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Operation BIM

โทร 089-071-8889 ,094-435-0404

        094-709-4444,088-826-4444

https://www.bim100forlife.com/

line id : @jumbolife



จอประสาทตาเสื่อม (Age-Related Macular Degeneration: AMD) คือ ภาวะที่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น ซึ่งพบได้มากในผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสาเหตุจากจุดรับภาพตรงกลางของจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งโรคจอประสาทตาเสื่อมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและประเภท



จอประสาทตาเสื่อม



โรคจอประสาทตาเสื่อมแบ่งออกเป็น  2 ประเภท



จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง (Dry AMD) มีจุดสีเหลืองบริเวณจอรับภาพตรงกลางของประสาทตาซึ่งเรียกว่า ดรูเซ่น (Drusen) สะสมอยู่ใต้จอประสาทตา จุดสีเหลืองนี้ทำลายเซลล์รับแสง ซึ่งนำไปสู่การมองเห็นที่บิดเบี้ยว โรคมักแสดงอาการอย่างช้า ๆ และในบางกรณีอาจกลายเป็นจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียกได้



จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) พบเพียง 10 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด เกิดจากเส้นเลือดฝอยด้านหลังจอประสาทตาผิดปกติ ซึ่งมีของเหลวในหลอดเลือดรั่วไหลไปโดนจุดรับภาพ  ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างมากทั้งแบบถาวรและเฉียบพลัน



อาการจอประสาทตาเสื่อม



อาการจอประสาทเสื่อมชนิดแห้ง อาการในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจมองเห็นภาพเบลอและจุดดำหรือจุดบอดตรงกลางภาพ เมื่อเวลาผ่านไป จุดดำในภาพจะเริ่มขยายใหญ่ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้อ่านหนังสือลำบากหรือมองเห็นรายละเอียดไม่ชัด



อาการจอประสาทเสื่อมชนิดเปียก ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพบิดเบี้ยว พร่ามัว เห็นจุดดำขนาดใหญ่ในภาพซึ่งเป็นผลมาจากการที่เลือดไหลไปอยู่ในจุดรับภาพ



อาการโดยทั่วไปที่เหมือนกันของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้ง 2 ประเภท มีดังนี้



มองภาพบิดเบี้ยว

มองในที่สว่างไม่ชัด หรือแพ้แสง

ปรับสายตาจากการมองเห็นในที่มืดมาที่สว่างไม่ค่อยได้

สูญเสียความสามารถในการมองเห็น ตามัว มีจุดดำหรือเงาบังอยู่ตรงกลางภาพ

เห็นสีผิดเพี้ยน









สาเหตุของจอประสาทตาเสื่อม

โรคจอประสาทตาเสื่อมนี้เป็นไปตามวัย สาเหตุเกิดจากจุดรับภาพซึ่งอยู่ตรงกลางจอประสาทตามีปัญหา โดยจุดรับภาพนี้เป็นจุดที่มีความไวต่อแสง ช่วยในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ให้เห็นได้ชัดเจนที่สุดของจอประสาทตา



จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง เกิดจากเซลล์รับแสงในจุดรับภาพเริ่มเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น อาจมีของเสียสะสมอยู่ในจอประสาทตาซึ่งเรียกว่าดรูเซ่น และเซลล์รับแสงในจุดรับภาพมีจำนวนน้อยลง การมองเห็นบริเวณกลางภาพแย่ลง ทำให้ต้องใช้แสงสว่างมากกว่าปกติเมื่อต้องอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมระยะใกล้



จอประสาทเสื่อมชนิดเปียก เส้นเลือดฝอยเกิดใหม่ใต้จุดรับภาพขยายจำนวนมากขึ้น ถ้าเส้นเลือดฝอยก่อตัวผิดตำแหน่ง ทำให้ส่งผลเสียมากกว่าผลดีเพราะของเหลวในเส้นเลือดจะไหลซึมเข้าตา และทำให้ ประสิทธิภาพการทำงานของบริเวณจุดรับภาพลดลง



ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม



โอกาสเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ได้แก่



-อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

-เผชิญแสงแดดหรือแสงอัลตราไวโอเลตเรื้อรัง

-น้ำหนักเกินมาตรฐาน

-สูบบุหรี่

-ดื่มสุรา

-มีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม

-ผู้ที่เป็นโรคหัวใจหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลในหลอดเลือดสูง

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทานผักตระกูลกะหล่ำลดเสี่ยงโรคมะเร็ง



โรคมะเร็ง เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยอันดับหนึ่ง หลายคนคงไม่อยากให้โรคร้ายนี้เข้ามาย่างกราย แต่จะทำอย่างไรได้ โรคนี้ไม่มีสัญญาณบอกหรือเตือนเสียด้วย จะรู้อีกทีก็ตรวจพบเจอมะเร็งเสียแล้ว  พฤติกรรมการรับประทานอาหารเป็นส่วนสำคัญหากไม่ระมัดระวังหรือตามใจปาก อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้โดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจึงขอแนะนำอุปนิสัยการทานอาหารที่ช่วยให้คุณห่างไกลจากมะเร็ง

  -ควรรับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กำหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า  หัวผักกาด บรอคโคลี่ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายกระเพาะอาหารและอวัยวะระบบทางเดินหายใจ

  -ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก ๆ เช่น ผัก-ผลไม้  ข้าวโพด เมล็ดธัญพืช อื่น ๆ เพื่อป้องกันมะเร็งสำไส้ใหญ่

  -รับประทานอาหารที่มีเบต้า-แคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่น ผักสด ผลไม้สีเขียว-เหลือง เพือป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง และปอด

  -รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผักสด และผลไม้ต่าง ๆ



      กลุมของสารอาหารที่ชวยลดการเสี่ยงตอการเกิดโรคมะเร็งดวยกัน 5 กลุมคือ

1. เบตา-แคโรทีน พบในผักและผลไมสีเขียว หรือเหลืองเขม ไดแกมะมวงผักขม แครอท บรอคโคลี่และมะเขือเทศ

2. วิตามิน พบในพวกผลไมที่มีรสเปรี้ยวไดแกสตรอเบอรี่แตงโม สม ชะเอม

3. ซิลิเนียม อยูในจมูกขาวรําขา ปลาทูนา หัวหอม กระเทียมและเห็ด

4. ใยอาหาร มีมากในผักผลไมและพวกเมล็ดธัญพืชตางๆ

5. คารโบไฮเดรตเชิงซอน พบในขนมปงธัญพืชและถั่วตางๆ




OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคเอสแอลอี SLE  สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น

http://www.jumbolifeshop.com/category/8/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-operation-bim

 







สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Operation BIM 
โทร 089-071-8889 อานนท์


ข่าวเด็ด7สี วิจัยBIMต้านมะเร็ง



งานวิจัยBIMต้านมะเร็ง





วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เลือดกำเดาไหล....ทำอย่างไรดี



เลือดกำเดาไหล....ทำอย่างไรดี

ถ้าลูกมีเลือดกำเดาไหล คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจนะคะ ให้พาลูกนั่งโน้มตัวมาข้างหน้าและก้มหน้าเล็กน้อย และบีบปลายจมูกไว้สักพักค่ะ

ไม่ควรเงยหน้า เพราะเลือดที่ออกจะไหลย้อนไปข้างหลังลงคอทำให้สำลักได้

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก เส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก อาจเกิดจาก หวัดทำให้จมูกบวม หรือแคะแกะทำให้เป็นแผล จึงควรกดเพื่อห้ามเลือดบริเวณปลายจมูกเพื่อให้ตรงกับบริเวณเส้นเลือดค่ะ

แต่ถ้าเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ หยุดได้ยาก และมีเลือดออกที่อื่นร่วมด้วย ควรไปปรึกษาแพทย์นะคะ






OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคเอสแอลอี SLE  สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น

คลิ๊ก!!!




สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Operation BIM 

โทร 089-071-8889 อานนท์