วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันในหลอดเลือด โทร 094 435 0404





ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันในหลอดเลือด 

หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด

ละเอียดเพิ่มเติม http://www.jumbolifeshop.com/p/439

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife


โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่ได้รับการตั้งชื่อว่า “เพชฌฆาตเงียบ” เนื่องด้วยมีความรุนแรงถึงแก่ชีวิตแม้ไม่ได้รับการวินิจฉัยแม้กระนั้นเนิ่น ดังนี้อันตรายของโรคได้แก่การที่หัวใจจะต้องรับภาระหนักกว่าธรรมดา จนถึงส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายประการ เป็นต้นว่า กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น หัวใจวาย และไตได้รับความเสียหาย แต่ที่รุนแรงที่สุดก็คือ การที่ภาวะแทรกซ้อนพวกนี้ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีสัญญาณระบุใดๆก็ตามเลย


โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นโรงหมอจุดศูนย์กลางจ.กรุงเทพฯที่ได้รับการยินยอมรับในระดับประเทศ โดยเฉพาะการเป็นโรงพยาบาลที่แรกของทวีปเอเชีย ที่ได้รับการยืนยันจาก JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรับประกันมาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำทั้งโลกทั้งยังในยุโรป อเมริกาใต้ แล้วก็ตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 คุณจึงมั่นใจได้ว่า จะได้รับบริการที่เยี่ยมจากโรงพยาบาลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก



การจัดการกับโรคความดันโลหิตสูง อีกก้าวของความเจริญ


โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ช่วยทำให้คุณรับมือกับโรคความดันเลือดสูงได้ด้วย 5 บริการหลัก ดังนี้

การตรวจรวมทั้งวิเคราะห์

หนทางเดียวที่คุณจะรู้ได้ว่ามีลักษณะอาการของโรคความดันโลหิตสูงก็คือ การวัดความดันเลือด ซึ่งหมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจากหลากสาขาวิชาของพวกเราได้ร่วมมือกันสำหรับเพื่อการพัฒนาโปรแกรมการวิเคราะห์แล้วก็วัดผลของคุณ

การบำบัดด้วยยา

ตัวยาที่ใช้ควบคุมความดันโลหิตแล้วก็คุ้มครองปกป้องอาการเกี่ยวพันอื่นๆอย่างเห็นผลนั้นมีอยู่เยอะมากๆ เภสัชกรของพวกเราจะช่วยทำให้คุณรู้เรื่องรูปแบบการทำงานของยาแต่ละขนาน ตอบคำถาม และก็ตรวจดูปัญหาต่างๆที่อาจเป็นเพราะเนื่องจากการใช้ยา ยกตัวอย่างเช่น ปฏิกิริยาระหว่างยา หรือการใช้ยาซ้ำไปซ้ำมา

กายภาพบำบัด

กลุ่มกายภาพบำบัดของโรงหมอบำรุงราษฎร์จะประเมินลักษณะของคุณ ก่อนที่จะพัฒนาโปรแกรมบริหารร่างกายเฉพาะตัวขึ้นมา เพื่อคุณสามารถนำไปปฏิบัติได้เองโดยสวัสดิภาพและก็สมควร ซึ่งการบริหารร่างกายตามโปรแกรมเพียงแต่ครั้งเดียวจะช่วยลดระดับความดันเลือดลงได้โดยทันที รวมทั้งได้ผลแจ่มกระจ่างแทบทั้งวัน ฉะนั้น ถ้าหากปฏิบัติต่อเนื่องกันอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถช่วยให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีเยอะขึ้นเรื่อยๆ



การวางเป้าหมายทางโภชนาการ

กลุ่มนักโภชนาการ เป็นอีกครั้งมหนึ่งของพวกเราที่พร้อมให้บริการข้อมูล และก็ช่วยสำหรับเพื่อการคิดแผนปรับปรุงแบบอย่างการใช้ชีวิตด้วยการเลือกบริโภคของกินที่มีประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย รวมทั้งติดตามผลเพื่อมั่นใจว่าคุณจะสามารถกระทำตามแผนที่วางไว้ได้

การตรวจเช็คตัวเอง

การดูแลและรักษาความดันเลือดให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยนั้น ควรต้องวัดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งข้าราชการของพวกเราจะช่วยทำให้คุณสามารถวัดความดันเลือดได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เพื่อความสบายสำหรับเพื่อการติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกวัน โดยหมอสามารถใช้ข้อมูลนี้สำหรับเพื่อการตรวจตราความสามารถของตัวยาที่คุณใช้อยู่ นอกเหนือจากนี้ การประมาณความดันเลือดด้วยตัวเองยังมีผลให้คุณได้มีส่วนร่วมสำหรับในการรักษาสุขภาพของตนอีกด้วย



มากยิ่งกว่าผู้ที่มีความชำนาญโรคหัวใจ

ด้วยเหตุว่าโรคความดันเลือดสูงมิได้เกี่ยวโยงเฉพาะกับหัวใจเพียงแค่นั้น โปรแกรมการดูแลและรักษาพวกเราก็เลยยึดหลักการทำงานเป็นกลุ่มสำหรับเพื่อการรักษาแล้วก็จัดแจงกับสิ่งที่ทำให้เกิดโรค โดยคณะทำงานจะประกอบไปด้วย:

อายุรเวช

หมอผู้ชำนาญโรคไต

หมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญโรคหัวใจ

หมอผู้ที่มีความชำนาญระบบต่อมไร้ท่อ

นักโภชนาการ

นักกายภาพบำบัด

เภสัชกร

พยาบาลคนประสานงาน


ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญพวกนี้จะทำงานด้วยกันเพื่อช่วยทำให้คุณไปถึงเป้าหมายของการมีร่างกายที่แข็งแรงสำหรับเพื่อการรักษาความดันเลือดสูง


เริ่มควบคุมโรคความดันเลือดสูงตั้งแต่วันนี้

อย่าลืมว่าการควบคุมระดับความดันเลือดได้แม้กระนั้นเนิ่นๆจะช่วยคุ้มครองป้องกันคุณจากโรครุนแรงอีกหลายโรคซึ่งบางทีอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นไตวาย เส้นโลหิตในสมองตัน หรือหัวใจวาย



สำหรับคนที่อยากขอรับการตรวจรวมทั้งต้องการรู้รายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับโปรแกรมควบคุมโรคความดันเลือดสูง สามารถติดต่อโรงหมอบำรุงราษฎร์ ระหว่างชาติ เหมาะโทร. 0 2667 1000 หรือเยี่ยมชมเว็บของพวกเราได้ในหน้านัดแนะรวมทั้งติดต่อมาและสอบถาม หรือส่งอีเมลมาที่ info@bumrungrad.com



รายละเอียดอื่นๆ

จากการที่ความดันเลือดสูงนั้นไม่มีอาการ แม้กระนั้นแม้ท่านมีลักษณะอาการสอดแทรกอันตรายที่อาจจะมีการเกิดขึ้นได้จากโรคความดันเลือดสูง ควรจะเจอหมออย่างเร่งด่วนเมื่อมีลักษณะต่อแต่นี้ไป

ใจสั่น

เมื่อยล้าง่าย

ปวดหัวแล้วก็อ้วกทันทีทันใด

เจ็บอก

ปวดที่แขนหรือขาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้ว่าจะแค่เพียงครู่แล้วก็หายไปเอง

ตาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสูญเสียการมองมองเห็นไปครู่เดียว

หลินจือมิน รู้ทันโรคภูมิแพ้ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โทร 089-071-8889





หลินจือมิน รู้ทันโรคภูมิแพ้ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhiminkorea.com

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



เบาหวานเป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากความผิดปกติของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงไปกว่าที่ควรเป็น มีสาเหตุจากการหลั่งอินซูลิน (insulin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่พอ เรียกว่ามี ภาวการณ์ขาดอินซูลิน หรือเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการสนองตอบต่อฤทธิ์ของอินซูลินลดน้อยลง เรียกว่ามี ภาวการณ์ซนอินซูลิน หรือมีต้นเหตุมาจากปัจจัยทั้งคู่อย่างหมายถึงในบุคคลผู้เดียวกันอาจมีทั้งยังความเปลี่ยนไปจากปกติสำหรับเพื่อการหลั่งอินซูลิน และก็การโต้ตอบต่อฤทธิ์ของอินซูลินน้อยลง และก็บ่อยที่ยากจะพูดว่า การขาดอินซูลิน หรือซุกซนอินซูลิน เป็นต้นเหตุเริ่มที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูง การที่หรูหราน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานๆทำให้อวัยวะแล้วก็เยื่อทั้งผองของร่างกายมีความผิดธรรมดาสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานเกิดขึ้น รวมทั้งสุดท้ายทำให้มีการเกิดโรคแทรกขึ้นในอวัยวะต่างๆตัวอย่างเช่น ตา ไต เส้นประสาทรวมทั้งสมอง หัวใจ หรือกำเนิดปัญหาที่เท้า



องค์การอนามัยโลกแล้วก็สมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ ได้ติดตามเหตุการณ์ของเบาหวานมาโดยตลอด พบว่า ปริมาณผู้เป็นโรคเบาหวานมากขึ้นเรื่อยๆทั้งโลก โดยไม่มีแนวโน้มว่าจะลดน้อยลงหรือคงตัว ใน พุทธศักราช ๒๕๕๓ ปริมาณผู้เป็นโรคโรคเบาหวานทั่วทั้งโลกมีมากยิ่งกว่า ๒๘๕ ล้านคน ถ้าหากไม่ดำเนินงานอย่างเหมาะควรแล้ว คาดว่า อีก ๒๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๗๓ จะมากขึ้นเป็น ๔๓๙ ล้านคน ฉะนั้นสหพันธรัฐโรคเบาหวานนานาประเทศ องค์การอนามัยโลก รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยว ต่างก็ใส่ใจอย่างดีเยี่ยมว่า โรคเบาหวานคือปัญหาสาธารณสุขของทุกประเทศทั้งโลก ก็เลยได้นำหัวข้อเบาหวานไปสู่ห้องประชุมคณะบุคคลยูเอ็น รวมทั้งคณะบุคคล ได้ผ่านญัตติให้เบาหวานคือปัญหาสุดยอด ช่วงวันที่ ๒๐ ธ.ค. พุทธศักราช ๒๕๔๙ โดยองค์การสหประชาชาติได้ขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิก ให้หามาตรการดำเนินงาน เพื่อลดปัญหาโรคเบาหวานในประเทศของตนเอง มีการคุ้มครองปกป้อง และก็ดูแลเบาหวานที่ครอบคลุม อย่างมีระบบ มีคุณภาพ และก็อย่างยั่งยืน


จากการสำรวจสถานการณ์พลานามัยของชาวไทยที่แก่ ๑๕ ปีขึ้นไป เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๕๑ - พุทธศักราช๒๕๕๒ พบว่า เป็นโรคเบาหวานปริมาณร้อยละ ๖.๙ อายุที่เริ่มเป็นโรคเบาหวานต่ำลง เพศหญิงจะเป็นมากกว่าเพศชาย คนอ้วนเป็นมากกว่าคนไม่อ้วน และก็คนภายในเมืองเป็นมากกว่าคนภายในต่างจังหวัด มีความหมายว่า ปัจจุบันนี้พลเมืองไทยที่เป็นโรคโรคเบาหวานมีปริมาณไม่ต่ำลงยิ่งกว่า ๓ ล้านคน ที่น่าวิตกเป็น โดยประมาณ ๑ ใน ๓ ไม่รู้ตัวว่า เป็นโรคเบาหวาน ยิ่งไปกว่านี้พลเมืองไทยอีกเยอะมากไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า ๗ ล้านคน มีการเสี่ยงที่จะกำเนิดเบาหวานในอนาคต



เมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้วชอบกำเนิดโรคแทรกที่นำไปสู่การเจ็บป่วย ความพิกลพิการ หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจะ ทำให้คนป่วย รวมทั้งครอบครัว มีภาระหน้าที่แล้วก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาสูงมากมาย เพราะฉะนั้นเมืองไทยจะต้องมีมาตรการเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองปกป้อง รวมทั้งลดปัญหาเบาหวานที่รุกรามชาวไทย มีความสำคัญที่คนประเทศไทยทุกคนต้องรู้จักเบาหวาน ตระหนักถึงปัญหา แล้วก็ภัยของโรคเบาหวาน มีความกระฉับกระเฉงหัวข้อการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของตน ทราบแนวทางคุ้มครองไม่ให้กำเนิดเบาหวานขึ้น มีการตรวจหาหา รวมทั้งวินิจฉัยโรคเบาหวานให้ได้เร็วที่สุด เพื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะควรตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่เป็นโรคนี้ และก็เพิ่มประสิทธิผลสำหรับเพื่อการดูแลโรคให้ได้ตามเกณฑ์หรือแผนการที่ระบุ ซึ่งจะช่วยลดอัตราความพิกลพิการ การตายที่เกิดขึ้นมาจากเบาหวาน ทุ่นค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการเยียวยารักษา แล้วก็ช่วยทำให้คนที่เป็นโรคเบาหวานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใกล้เคียงกับคนธรรมดาทั่วๆไป

หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด แก้ปัญหาโรคเบาหวานง่าย ๆ โทร 094 709 4444





หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด แก้ปัญหาโรคเบาหวานง่ายๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhimin2U.com

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM, Diabetes) เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าธรรมดา เพราะการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการซนต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้แนวทางการดูดซับน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ภายในร่างกายมีความผิดธรรมดาหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนถึงกำเนิดน้ำตาลสะสมในเลือดจำนวนมาก แม้ปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสถานการณ์นี้เป็นระยะเวลานานจะทำให้อวัยวะต่างๆเสื่อม เกิดโรครวมทั้งอาการแทรกซ้อนขึ้น



โรคเบาหวาน

จากข้อมูลของสมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation, IDF) เจอคนไข้เบาหวานทั้งโลกราว 415 ล้านคนภายในปี 2558 รวมทั้งคาดเดาว่าจะมีปริมาณผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากโรคประเภทนี้สูงถึง 642 ล้านคนภายในปี 2583 สำหรับเหตุการณ์เบาหวานในประเทศไทยพบว่า คนประเทศไทยช่วงอายุ 20-79 ปี เป็นโรคเบาหวานจำนวนร้อยละ 7.1 หรือแปลว่า ในปริมาณคน 100 คน จะเจอผู้ที่มีอาการป่วยเป็นเบาหวานราวๆ 7 คน และก็เป็นจำนวนมากกว่าครึ่งไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นโรคโรคเบาหวาน สถิติการเจอผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากการเป็นโรคประเภทนี้ยังมีจำนวนหลายชิ้นขึ้นเรื่อยกระทั่งทำให้ควรมีการรณรงค์โดยตลอดถึงภัยร้ายของโรค เพราะเหตุว่าเป็นโรคเรื้อรังหวานใจษาไม่หายสนิท เสี่ยงต่อโรคแทรกขยายใหญ่มหึมากระทั่งจะต้องสูญเสียอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทางสมาพันธ์โรคเบาหวานนานาประเทศ และก็องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็เลยได้กำหนดให้วันที่ 14 พ.ย.ของทุกปีเป็นวันโรคเบาหวานโลก เพื่อตระหนักถึงจุดสำคัญของโรคนี้



ในขณะนี้ เมืองไทยยึดหลักมาตรฐานตามสัมพันธ์โรคเบาหวานที่อเมริกาสำหรับการแบ่งคนป่วยเบาหวานด้วยการตรวจจำนวนน้ำตาลในเลือด ถ้าผลของการตรวจข้างหลังงดเว้นของกินและก็เครื่องดื่มมีน้ำตาลอยู่กระแสโลหิตไม่เกิน 100 มก.ต่อดล. หมายความว่าระดับน้ำตาลในเลือดธรรมดา ดังนี้ระดับน้ำตาลในเลือดยังบ่งถึงสภาวะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ด้วย (Prediabetes) ซึ่งคนที่อยู่ในกรุ๊ปมีโอกาสเสี่ยงต่อสภาวะเป็นโรคเบาหวานสามารถวิวัฒนาการกำเนิดเบาหวานชนิดที่ 2 (โรคเบาหวานที่เกิดขึ้นจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่พอต่อการใช้) โรคหัวใจ รวมทั้งโรคเส้นเลือดในสมองในอนาคตได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น



อาการโรคเบาหวาน

เบาหวานในช่วงแรกจะไม่ออกอาการไม่ดีเหมือนปกติ บางรายบางทีอาจตรวจเจอเบาหวานเมื่อเจอภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว ลักษณะโรคเบาหวานแต่ละประเภทอาจมีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาการที่เจอโดยมากหมายถึงหิวน้ำมากมาย ปากแห้ง เยี่ยวบ่อยมาก หิวหลายครั้ง น้ำหนักลดหรือเพิ่มเปลี่ยนไปจากปกติ สายตาเลือนลาง เห็นภาพไม่ชัดเจน รู้สึกอิดโรยง่าย มีลักษณะชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือรวมทั้งขา รอยแผลหายยาก ฯลฯ ดังนี้ ลักษณะโรคโรคเบาหวานจำพวกที่ 1 จะเกิดขึ้นอย่างเร็ว ในช่วงเวลาที่เบาหวานชนิดที่ 2 จะออกอาการแบบค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ส่วนเบาหวานขณะท้องมักเกิดขึ้นในช่วงอายุท้องโดยประมาณ 24-28 อาทิตย์



สิ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน

เบาหวานมีหลายหมวด สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) มีต้นเหตุจากตับอ่อนไม่สามารถที่จะผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) มีต้นเหตุจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยเกินไปต่อการใช้ หรือเกิดภาวะการซุกซนอินซูลิน (Insulin Resistance) โรคเบาหวานขณะท้อง (Gestational Diabetes) เป็นโรคเบาหวานที่ปรับปรุงขึ้นระหว่างการมีท้องจากความเคลื่อนไหวฮอร์โมน โดยที่คนป่วยไม่เคยเป็นโรคเบาหวานมาก่อน รวมทั้งโรคเบาหวานจากต้นสายปลายเหตุอื่นๆเป็นต้นว่า การใช้ยา หรือเป็นผลมาจากโรคจำพวกอื่น



การวิเคราะห์โรคเบาหวาน

หมอจะถามไถ่อาการคนป่วย เรื่องราวป่วยของคนเจ็บและก็ของบุคคลในครอบครัว รวมทั้งการตรวจร่างกาย และก็ที่สำคัญจะต้องอาศัยการพิสูจน์เลือด เพื่อมองระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก โดยมีวิธีการพินิจพิจารณาระดับน้ำตาลในเลือดหลายแนวทาง เป็นต้นว่า


การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเวลาไหนก็ได้ (Random/Casual Plasma Glucose Test)

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดข้างหลังไม่กินอาหารขั้นต่ำ 8 ชั่วโมง (Fasting Plasma Glucose: FPG)

การตรวจน้ำตาลเฉลี่ยสะสม หรือฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี (Hemoglobin A1c: HbA1c)

การทดลองการโต้ตอบของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด (Oral Glucose Tolerance Test: OGTT)

ถ้าเกิดคนเจ็บไม่มีลักษณะของโรคเบาหวานแน่ชัดเป็น อยากกินน้ำมากมาย ฉี่บ่อยมากรวมทั้งมากมาย น้ำหนักตัวต่ำลง โดยที่ไม่มีต้นเหตุ การตรวจด้วยแนวทางทั้งหมดทั้งปวงข้างต้นจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจซ้ำอย่างต่ำ 1 ครั้งด้วยแนวทางใดแนวทางหนึ่งอีกทีหนึ่งเพื่อรับรองผลของการวิเคราะห์

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

เบาหวานเป็นโรคที่ทำให้คนป่วยหรูหราน้ำตาลในเลือดสูงมากไปกว่าธรรมดา หากว่าไม่มีการควบคุมในเรื่องเกี่ยวกับการกินอาหารแล้วก็รักษาสุขภาพอย่างถูกทาง ปลดปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จะมีผลต่อเส้นโลหิตที่นำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะภายในร่างกายจนกระทั่งก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆทั้งยังโรคแทรกประเภทที่เกิดกับเส้นโลหิตขนาดเล็ก (microvascular complications) ดังเช่นว่า โรคเบาหวานขึ้นตา โรคไต หรือโรคแทรกจำพวกที่เกิดกับเส้นโลหิตขนาดใหญ่ (macrovascular complications) ตัวอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมอง โรคเส้นโลหิตแดงส่วนปลายตัน รวมถึงโรคแทรกที่ระบบประสาทแล้วก็ซึ่งสามารถทำให้คนไข้จำต้องสูญเสียอวัยะเล็กน้อย ยิ่งกว่านั้นสตรีท้องที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มการเสี่ยงต่อสภาวะท้องเป็นพิษ การแท้งลูกได้



การดูแลและรักษาโรคเบาหวาน

การดูแลและรักษาคนป่วยโรคเบาหวานในจำพวกที่ 1 จำต้องได้รับฮอร์โมนอินซูลินเข้าไปตอบแทนภายในร่างกายด้วยการฉีดยาเป็นหลัก พร้อมกันไปกับการควบคุมของกินและก็บริหารร่างกายที่สมควร ตอนที่เบาหวานชนิดที่ 2 ถ้าหากเป็นในระยะเริ่มต้นๆสามารถรักษาได้ด้วยการกินอาหารที่สมควร การออกกำลัง และก็ควบคุมน้ำหนัก ถ้าเกิดอาการกำเริบ หมอบางทีอาจให้ยาพร้อมกันไปด้วยหรือฉีดอินซูลินเข้าไปตอบแทนเหมือนกับเบาหวานจำพวกที่ 1

หลินจือมิน สมุนไพรช่วยโรคไต ไตเสื่อม ไตวาย โทร 088 826 4444





หลินจือมิน สมุนไพรช่วยโรคไต ไตเสื่อม ไตวาย

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhimin2U.com

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



ไตวายเฉียบพลัน อาการแทรกซ้อนสุดอันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง หากรักษาไม่ทันการณ์ บางทีอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้


ระบบไต เป็นระบบการทำงานสำคัญที่ช่วยกรองของเสีย ไม่ว่าจะเป็นพิษหรือสารเคมีต่างๆออกจากเลือด แต่ว่าแม้ไตทำงานมากมากจนเกินความจำเป็นก็อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะไตวายได้ ที่น่ากลัวเป็นสภาวะไตวายกะทันหัน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วชอบมีเหตุมาจากการที่เลือดไปเลี้ยงไตน้อยเกินไป หรือการสูญเสียน้ำรวมทั้งเลือดมากเกินธรรมดา โดยอาการไตวายกระทันหันนี้พวกเราไม่สามารถที่จะคุ้มครองได้ 100% แม้กระนั้นพวกเราสามารถทำความเข้าใจต้นสายปลายเหตุและก็เฝ้าระวังได้ วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับอาการนี้ให้มากยิ่งขึ้น เผื่อในอนาคตเจอคนใกล้ตัวมีลักษณะอาการไตวายฉับพลันจะได้ไม่แตกตื่นจนกระทั่งเหลือเกินจ้ะ



ไตวายเฉียบพลัน เกิดจากอะไร ?



ไตวายเฉียบพลันเป็นอาการที่สามารถกำเนิดได้ในทันที โดยเกิดขึ้นได้จากหลายๆต้นเหตุ นับว่าเป็นอาการสอดแทรกที่เกิดขึ้นได้ในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดศรีษะจิตใจรวมทั้งอก และก็ในกรุ๊ปคนไข้ที่เสียน้ำหรือเลือดมากมายเปลี่ยนไปจากปกติ ซึ่งต้นสายปลายเหตุหลักๆมีดังนี้



1. สูญเสียน้ำรวมทั้งเกลือแร่อย่างหนัก เป็นต้นว่า ท้องเดินมากมายแตกต่างจากปกติกระทั่งความดันเลือดต่ำ เกลือแร่รวมทั้งน้ำภายในร่างกายต่ำ อาการนี้เว้นแต่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดไตวายแล้วยังอาจก่อให้ช็อกได้อีกด้วย



2. สูญเสียเลือดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากโรค อาการเจ็บ หรือการผ่าตัด และก็ได้รับเลือดตอบแทนช้า สามารถทำให้ร่างกายเกิดอาการช็อกแล้วก็ทำให้ไตวายกระทันหันได้ เพราะว่าเลือดมีจำนวนน้อยเกินไปในการส่งไปเลี้ยงไต ยิ่งกว่านั้นการป่วยไม่สบายเลือดออกในระยะที่เกิดอาการเลือดออกภายในร่างกาย ก็สามารถทำให้เป็นไตวายทันควันได้เหมือนกัน



3. ได้รับสารบางประเภทที่เป็นพิษกับ ไตโดยตรง เป็นต้นว่า ยาพาราบางประเภท สารเคมีในยากำจัดวัชพืช หรือแม้กระทั้งการตำหนิดเชื้อไข้มาลาเรีย และก็การถูกแมลงสัตว์รุมกัดต่อย เป็นต้นว่า ต่อ ผึ้ง แตน เป็นต้นเหตุที่ทำให้ร่างกายได้รับสารที่เป็นพิษกับไต เมื่อสารพวกนี้เข้าไปสู่ไตแล้วหลังจากนั้นก็อาจจะส่งผลให้กำเนิดไตวายรุนแรงได้จ้ะ



4. ติดเชื้อโรคร้ายแรงจนกระทั่งช็อก อาการติดโรคอย่างหนักนอกเหนือจากที่จะมีผลต่อระบบรูปแบบการทำงานของร่างกายส่วนอื่นๆแล้ว ก็ยังมีผลต่อไตด้วย เพราะว่าเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียบางประเภทเมื่อเดินทางเข้าไปในไตและก็จะมีผลให้ระบบไตมีการปรวนแปรจนถึงนำไปสู่ไตวายกระทันหันได้ ซึ่งถ้าเกิดรักษาไม่ทันบางทีอาจเกิดอันตรายได้



นอกเหนือจากนี้อาการไตวายกระทันหันยังอาจเป็นเพราะนิ่วในไต ภาวการณ์หัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย ระบบลักษณะการทำงานของอวัยวะต่างๆล้มเหลว หรืออาการแพ้อย่างหนักได้อีกด้วยจ้ะ



ไตวายกะทันหัน อาการเป็นยังไง ?


ลักษณะของไตวายทันควันที่เห็นได้ชัดเป็นรูปแบบการทำงานของไตจะลดน้อยลงจนกระทั่งทำให้ร่างกายไม่สามารถที่จะกรองของเสียออกมาจากเลือดและก็ไตได้ โดยจะสามารถตรวจวิเคราะห์ได้ด้วยการพิสูจน์เลือดและก็เยี่ยว ซึ่งอาการไตวายกะทันหันนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะใหญ่ๆดังต่อไปนี้


1. ระยะก่อไตวาย (Prerenal Failure)


ในระยะดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยผิวเผินแล้วจะมีลักษณะอาการคล้ายกับสภาวะร่างกายขาดสารน้ำ (Hypovolemia) ซึ่งจะพินิจได้ว่ามีลักษณะหิวน้ำ เยี่ยวต่ำลง แล้วก็น้อยกว่า 400 ไม่ลลิตรต่อวัน มึนหัว ความดันโลหิตต่ำ ดังนี้ยังอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการหายใจไม่สะดวก และก็อาการอิดโรยทันควันขณะนอนหลับอีกด้วย อาการในเวลานี้แม้กระทำรักษาได้อย่างทันเวลา ไตก็จะกลับมาดำเนินการได้ตามเดิมภายในช่วงเวลา 24-72 ชั่วโมง แต่ว่าหากว่าเข้ารับการดูแลและรักษาช้าก็จะก่อให้อาการไปสู่ระยะลำดับที่สอง หรือที่เรียกว่าระยะไตวาย



2. ระยะไตวาย (Intrinsic renal failure)



ในช่วงนี้คนเจ็บจะมีลักษณะเหมือนคนไตวายเรื้อรัง เป็นต้นว่า อาการบวมน้ำ ความดันเลือดสูง เยี่ยวเป็นเลือด นอกเหนือจากนั้นก็ยังเกิดภาวะเส้นเลือดฝอยในไตถูกทำลาย เหตุเพราะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงเป็นระยะเวลานานอีกด้วย ดังนี้ระยะไตวายยังอาจจะเป็นผลให้เกิดภาวะกล้ามลายสลาย และก็สภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้อีกด้วย



3. พักหลังไตวาย (Postrenal failure)



ภายหลังเกิดภาวะไตวายกระทันหันแล้ว อาจจะมีการเกิดอาการตันของทางเท้าฉี่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุ๊ปชายแก่ก็บางทีก็อาจจะเจออาการต่อมลูกหมากโตจากภาวการณ์ตันในต่อมลูกหมากได้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีการเสี่ยงที่จะกำเนิดนิ่วในไตที่มาจากการตกผลึกของสารบางประเภทที่ร่างกายไม่สามารถที่จะขับออกมาได้



ไตวายรุนแรง

ไตวายกระทันหัน กับ ไตวายเรื้อรัง ไม่เหมือนกันเช่นไร

ไตวายกะทันหันเป็นอาการที่ชอบเกิดขึ้นทันทีทันใดโดยไม่ทันตั้งตัว แม้กระนั้นสามารถรักษาให้หายปกติได้ แตกต่างจากไตวายเรื้อรัง ที่กว่าจะแสดงอาการก็ควรมีการสั่งสมของอาการเป็นระยะเวลานาน และก็หากเกิดขึ้นแล้วหลังจากนั้นก็จะรักษาไม่หาย ทำเป็นแค่เพียงรักษาตามอาการรวมทั้งควบคุมขนาดยาหรือของกินที่กินเข้าไปแค่นั้น แต่ว่าถ้าเกิดเป็นในระยะท้ายที่สุดก็จำเป็นต้องมีการขัดไตเข้ามาร่วมด้วย

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสายพันธุ์ที่ดีที่สุด สมุนไพรช่วยโรคเบาหวาน ความ...




หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสายพันธุ์ที่ดีที่สุด สมุนไพรช่วยโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด ภูมิแพ้

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.jumbolifeshop.com/p/439

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus: DM, Diabetes) เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้น

จากข้อมูลของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation, IDF) พบผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกราว 415 ล้านคนในปี 2558 และคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากถึง 642 ล้านคนในปี 2583 สำหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทยพบว่า คนไทยช่วงอายุ 20-79 ปี เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 7.1 หรือหมายความว่า ในจำนวนคน 100 คน จะพบคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 7 คน และจำนวนมากกว่าครึ่งไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวาน สถิติการพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ยังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ต้องมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องถึงภัยร้ายของโรค เพราะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนลุกลามใหญ่โตจนต้องสูญเสียอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทางสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคนี้



ในปัจจุบัน ประเทศไทยยึดหลักเกณฑ์ตามสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาในการจำแนกผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยการตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือด หากผลการตรวจหลังงดอาหารและเครื่องดื่มมีน้ำตาลอยู่กระแสเลือดไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แสดงว่าระดับน้ำตาลในเลือดปกติ ทั้งนี้ระดับน้ำตาลในเลือดยังบ่งบอกถึงภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานได้ด้วย (Prediabetes) ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะเป็นเบาหวานสามารถพัฒนาการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2  (เบาหวานที่เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้) โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองในอนาคตได้ง่ายขึ้น


อาการของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานในระยะแรกจะไม่แสดงอาการผิดปกติ บางรายอาจตรวจพบโรคเบาหวานเมื่อพบภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว อาการของโรคเบาหวานแต่ละชนิดอาจมีความคล้ายกัน ซึ่งอาการที่พบส่วนใหญ่ คือ กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลดหรือเพิ่มผิดปกติ สายตาพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัด รู้สึกเหนื่อยง่าย  มีอาการชา โดยเฉพาะมือและขา บาดแผลหายยาก เป็นต้น ทั้งนี้ อาการของโรคเบาหวานประเภทที่ 1 จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 จะแสดงอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักเกิดขึ้นในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 24-28 สัปดาห์



สาเหตุของโรคเบาหวาน


โรคเบาหวานมีหลายประเภท สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ หรือเกิดภาวะการดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) เป็นโรคเบาหวานที่พัฒนาขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์จากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน โดยที่ผู้ป่วยไม่เคยเป็นโรคเบาหวานมาก่อน และเบาหวานจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การใช้ยา หรือเกิดจากโรคชนิดอื่น



การวินิจฉัยโรคเบาหวาน

แพทย์จะสอบถามอาการผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยของผู้ป่วยและของบุคคลในครอบครัว และการตรวจร่างกาย และที่สำคัญต้องอาศัยการตรวจเลือด เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก โดยมีวิธีการวิเคราะห์ระดับน้ำตาลในเลือดหลายวิธี ได้แก่



การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเวลาใดก็ได้ (Random/Casual Plasma Glucose Test)

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (Fasting Plasma Glucose: FPG)

การตรวจน้ำตาลเฉลี่ยสะสม หรือฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี (Hemoglobin A1c: HbA1c)

การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินต่อระดับน้ำตาลในเลือด (Oral Glucose Tolerance Test: OGTT)

หากผู้ป่วยไม่มีอาการของโรคเบาหวานชัดเจนคือ หิวน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยและมาก น้ำหนักตัวลดลง โดยที่ไม่มีสาเหตุ การตรวจด้วยวิธีทั้งหมดข้างต้นจำเป็นต้องมีการตรวจซ้ำอย่างน้อย 1 ครั้งด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งอีกครั้งหนึ่งเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ หากไม่มีการควบคุมในเรื่องของการรับประทานอาหารและดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อเส้นเลือดที่นำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ทั้งโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดเล็ก (microvascular complications) เช่น เบาหวานขึ้นตา โรคไต หรือโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดใหญ่ (macrovascular complications) เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนที่ระบบประสาทและที่สามารถทำให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียอวัยะบางส่วน นอกจากนี้สตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ การแท้งบุตรได้


การรักษาโรคเบาหวาน

การรักษาผู้ป่วยเบาหวานในประเภทที่ 1 จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนอินซูลินเข้าไปทดแทนในร่างกายด้วยการฉีดยาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการคุมอาหารและออกกำลังกายที่เหมาะสม ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 หากเป็นในระยะแรก ๆ สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลัง และควบคุมน้ำหนัก หากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจให้ยาควบคู่ไปด้วยหรือฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทนเช่นเดียวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1


5เช้าข่าวใหญ่ หลินจือมิน แก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ ความดัน เบาหวาน ไขมันในหลอดเ...





5เช้าข่าวใหญ่ หลินจือมิน แก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ ความดัน เบาหวาน ไขมันในหลอดเลือด

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhimin2U.com

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



อะไรเป็นสาเหตุของโรคไขมันในเลือดสูง?

โรคไขมันในเลือดสูงมีสาเหตุได้จาก

สาเหตุจากกระบวนการเมตาบอลิซึมของไขมันที่ผิดปกติเอง

สาเหตุที่ทำให้มีระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่าปกติ แต่ระดับไตรกลีเซอไรด์ปกติ

เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับตัวรับไขมันชนิด LDL (LDL recep tor) ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า Familial cholesterolemia (FM) โดยหากความผิดปกติของพันธุกรรมเกิดบนโครโมโซม (Chromosome) ทั้ง 2 แท่ง (ที่คู่กัน) ที่เรียกว่า Homozygous จะพบโรคนี้ได้ประมาณ 1 คนใน 1 ล้านคน แต่ถ้าความผิดปกติเกิดบนโครโมโซมเพียงแท่งเดียว (Hetero zygous) จะพบโรคนี้ได้ประมาณ 1 คนใน 500 คน

เกิดจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอกร่วมกับมีพันธุกรรมบางอย่างที่เสี่ยงต่อการมีไขมันในเลือดสูงเรียกภาวะนี้ว่า Polygenic hypercholesterolemia สาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด พันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุนี้อาจมีหลายตัวบนหลายโครโมโซม ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบชนิดพันธุกรรมที่ชัดเจน ซึ่งปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมได้แก่ การกินอาหารที่มีไขมันเป็นสัดส่วนมากเกิน ไป, การกินอาหารที่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวสูง (มักเป็นไขมันจากสัตว์), มีไขมันชนิดคอเลส เทอรอลสูง (มักเป็นไขมันจากสัตว์), กินอาหารที่มีใยอาหาร (ผัก ผลไม้) น้อย, การมีน้ำหนักตัวเกิน, ดื่มแอลกอฮอล์, ไม่ออกกำลังกาย, การใช้เครื่องอำนวยความสะดวกมากเกินไป ซึ่งทั้ง หมดเป็นวิถีชีวิตส่วนใหญ่ของคนในเมือง

เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนที่ประกอบกับไขมันชื่อ Apo B-100 เรียกภาวะนี้ว่า Familial defective apo B-100 (FDB) พบเป็นสาเหตุได้น้อยมาก ยก เว้นในคนเชื้อชาติเยอรมันที่พบได้สูงถึง 1 คนใน 1,000 คน

เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับตัวรับไขมันชนิด LDL (LDL recep tor) เฉพาะที่อยู่บนตับเรียกว่า Autosomal recessive hypercholesterolemia (ARH) พบเป็นสาเหตุได้น้อยมาก ยกเว้นในคนเชื้อชาติอิตาลีที่พบได้บ่อย

เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมไขมันที่ลำไส้เล็กส่วนต้น เรียกภาวะนี้ว่า Sitosterolemia พบภาวะนี้ได้น้อยมากเช่นกัน



สาเหตุที่ทำให้มีทั้งระดับไตรกลีเซอไรด์และระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่าปกติ

เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ที่สลายกลุ่มไขมัน Chylomi cron และ VLDL ซึ่งได้แก่ Lipoprotein lipase และ Apo-C-II เรียกภาวะนี้ว่า กลุ่มอาการ Familial chylomicronemia syndrome พบได้ประมาณ 1 คนใน 1 ล้านคน ผู้ป่วยจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์ขึ้นสูงมากกว่า 1,000 mg/dl (มิลิกรัม/เดซิลิตร) ส่วนระดับคอเลสเตอรอลสูงปานกลาง

เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนที่ประกอบกับไขมันชื่อ Apo-E เรียกภาวะนี้ว่า Familial dysbetalipoproteinemia (FDBL) ผู้ป่วยจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลขึ้นสูง

ไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่ชัดเจนแต่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมเรียกภาวะนี้ว่า Familial hypertriglyceridemia (FHTG) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยพบได้ประมาณ 1 คนใน 500 คน ผู้ป่วยจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์อยู่ในช่วง 250 - 1,000 mg/dl ส่วนระดับคอเลสเทอ รอลขึ้นสูงเล็กน้อยไม่เกิน 250 mg/dl

ไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่ชัดเจนแต่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมเรียกภาวะนี้ว่า Familial combined hyperlipidemia (FCHL) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด โดยพบได้ประ มาณ 1 คนใน 200 คน ผู้ป่วยจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์อยู่ในช่วง 200 - 800 mg/dl มีระดับคลอเลสเตอรอลอยู่ในช่วง 200 - 400 mg/dl การแยกสาเหตุจากภาวะ Familial hypertriglyce ridemia ข้างต้นต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเพาะลงไป

อนึ่ง สาเหตุที่เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมยังมีอีกหลายภาวะ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่พบได้น้อยมากมาก จึงไม่ขอกล่าวถึง รวมทั้งยังมีโรคไขมันต่ำที่เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมอีกหลายโรคด้วย

แบ่งออกตามชนิดของไข มันในเลือดดังนี้

สาเหตุจากการเป็นโรคอื่นๆแล้วทำให้ระบบเมตาบอลิซึมของไขมันผิดปกติได้แก่

โรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิด 1 (ชนิดที่เป็นตั้งแต่อายุน้อยๆ) จะไม่เป็นโรคไขมันสูงถ้าคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี แต่ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิด 2 (ชนิดที่ดื้อต่ออินซูลิน) จะมีระดับไขมันสูงแม้จะคุมน้ำตาลได้ดีก็ตาม เนื่องจากผู้ ป่วยเบาหวานชนิด 2 นี้จะมีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน (ฮอร์โมนควบคุมน้ำตาลในร่างกาย) และมีระดับอินซูลินขึ้นสูง ซึ่งอินซูลินจะทำให้เอนไซม์ย่อยสลายไขมันที่ชื่อ Lipoprotein lipase ทำงานลดลง จึงทำให้ไขมันกลุ่ม Chylomicron และ VLDL เพิ่มขึ้น และอินซูลินยังทำให้เนื้อเยื่อต่างๆปลดปล่อยไขมันออกมามากขึ้น ทำให้เซลล์ตับผลิตไขมันและปลดปล่อยกลุ่มไขมัน VLDL มากขึ้น ผู้ป่วยจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์ขึ้นสูงปานกลาง ซึ่งถ้ามีระดับขึ้นสูงมากหรือมีระดับคอเลสเทอรอล ขึ้นสูงด้วยแสดงว่าอาจมีความผิดปกติของพันธุกรรมอื่นๆข้างต้นร่วมอยู่ด้วย

โรคอ้วน โรคอ้วนจะทำให้เซลล์ไขมันมีปริมาณมากขึ้นและปลดปล่อยกรดไขมันออกมามากเช่นกัน กรดไขมันเหล่านี้ก็จะถูกส่งไปที่ตับ เซลล์ตับก็จะผลิต VLDL ออกมามากขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคอ้วนจะเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินและมีระดับอินซูลินขึ้นสูง ซึ่งทำให้มีผลคล้ายกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งการลดน้ำหนักจะช่วยลดระดับไขมันดังกล่าวได้

ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ จะมีระดับไขมัน LDL ในเลือดขึ้นสูง ในทางตรงกันข้าม ผู้ ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนสูง) จะมีระดับไขมัน LDL ต่ำ


อาการโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด มะเร็ง ให้ หลินจือมิน ช่วย โ...





อาการโรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเส้นเลือด มะเร็ง ให้ หลินจือมิน ช่วย

รายละเอียดเพิ่มเติม  http://www.jumbolifeshop.com/p/439

โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404

Line ID : @jumbolife



 โรคเบาหวาน อยากรู้ว่าตัวเองกำลังกลายเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือไม่ ต้องเช็กอาการเหล่านี้ อย่ามัวแต่ละเลยจนสายเกินแก้



          โรคเบาหวาน เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่คนสมัยนี้ตรวจพบกันมากขึ้น เนื่องจากสภาวะสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา และลืมเอาใจใส่สุขภาพของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นนอกเสียจากว่าจะไปตร­­­­วจสุขภาพแล้วจึงจะพบ แต่กว่าจะพบว่าตัวเองเป็นเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงก็ส่งผลมากมายต่อสุขภาพแล้ว แถมพอเป็นแล้วก็ยังไม่รู้อีกว่าตัวเองเป็นเบาหวานประเภทไหน เพราะโรคเบาหวานนั้นก็ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท



              โดยโรคเบาหวานเป็นโรคที่เรื้อรังและไม่หายขาด รวมทั้งยังเป็นโรคทางพันธุกรรมอีกด้วย นอกจากนี้โรคเบาหวานยังสามารถเกิดขึ้นได้แม้คนในครอบครัวไม่มี­ปร­ะวัติโรคเบาหวาน เพราะปัจจัยต่าง ๆ ในการใช้ชีวิต อย่างเช่น อาหารการกิน สิ่งแวดล้อม การออกกำลังกาย หรือแม้แต่การใช้ยาบางชนิด ก็ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน



          โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทที่พึ่งอินซูลินและประเภทที่ไม่พึ่งอินซูลิน โดยชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ ประเภทที่ 2 หรือประเภทที่ไม่พึ่งอินซูลิน ซึ่งมีความรุนแรงน้อย และมักพบในกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ก็อาจจะพบในวัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาวได้ โดยประเภทนี้ตับอ่อนจะสามารถสร้างอินซูลินได้แต่ก็สร้างได้น้อย­­­­ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องได้รับอินซูลินบ้างเป็นครั้งคราว ทั้งนี้อาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานมักจะสังเกตได้ดังนี้ค่ะ

ปัสสาวะบ่อยขึ้น หิวน้ำบ่อยขึ้น



น้ำหนักลด

          การที่น้ำหนักลดผิดปกติไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลยค่ะ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางชนิดได้ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน การที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะส่งผลให้น้ำหนักดิ่งลงอย่างรวด­­­­เร็วประมาณ 5-10 กิโลกรัม ภายในเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ผลดีกับร่างกายเลยค่ะ

หิวบ่อย กินจุบจิบ

          ถ้าเกิดอยู่ดี ๆ คุณกลายเป็นคนชอบกินจุบจิบหรือหิวบ่อยแบบไม่มีสาเหตุละก็ สันนิฐานได้เลยค่ะว่า คุณอาจจะกำลังเป็นโรคเบาหวาน เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายก็จะต้องการอาหารเพื่อเ­พิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และจะส่งสัญญาณออกมาเป็นความรู้สึกหิวนั่นเอง แต่ถ้าอยากให้แน่ใจว่าป่วยเป็นเบาหวานหรือไม่ก็ควรไปตรวจจะดีกว­­­­่าค่ะ


มีปัญหาที่ผิวหนัง

          ผิวแห้งแตก หรืออาการคันบนผิวหนัง เป็นสัญญาณพื้นฐานของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยเบาหวานบางรายอาจจะมีรอยดำคล้ำที่บริเวณคอหรือใต้รัก­­­­แร้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวการณ์ดื้ออินซูลินในร่างกาย ดังนั้นหากพบว่ามีปัญหาผิวหนังดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดค่ะ


บาดแผลหายช้า

          หากบาดแผลที่เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อ แผลถูกของมีคมบาด หรือแม้แต่รอยฟกช้ำนั้นหายได้ช้านั่นเป็นสัญญาณที่เห็นได้ชัดว่­าคุณกำลังเผชิญกับโรคเบาหวานค่ะ เพราะระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินกว่าปกติของผู้ป่วยเบาหวานจะ­­­­ไปขัดขวางการทำงานของหลอดเลือด โดยจะไปสร้างความเสียหายในหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณที่มีบาดแผลได้น้อย หากไม่ระมัดระวังหรือรักษาความสะอาดให้ดี ก็อาจจะกลายเป็นแผลติดเชื้อ และเกิดเนื้อตายได้ค่ะ

ติดเชื้อราง่าย

          โรคเบาหวานเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลง ทำให้ร่างกายจะไวต่อการติดเชื้อ และเชื้อราที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานพบบ่อยที่สุดก็คือเชื้อราแคนดิด­า (Candida) เพราะส่วนใหญ่แล้วเชื้อราชนิดต่าง ๆ มักจะเติบโตได้ดีในสภาวะที่อุดมไปด้วยน้ำตาล โดยเฉพาะคุณผู้หญิงอาจติดเชื้อราแคนดิดาได้­บ่อ­­­ยในบริเวณช่องคลอด วิธีการรักษาก็คือ การใช้ยาฆ่าเชื้อและควบคุมระดับน้ำตาลค่ะ



อ่อนเพลีย อารมณ์ฉุนเฉียว

          อาการอ่อนเพลียและอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานจะต้­องเจอเมื่อระดั­­­บน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดจะส่งผลกับทุกระบบการทำงานในร่างกา­­­­ย แม้แต่กับภาวะทางอารมณ์ แต่ก็ไม่ต้องกังวลจนมากไป เพราะเมื่อร่างกายขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะจนระดับน้ำตาลในเลือ­­­­ดเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะกลับมาทำงานได้ดีขึ้น อาการอ่อนเพลียและอารมณ์ที่แปรปรวนก็จะหายไปค่ะ

มองไม่ชัด



          อาการมองเห็นไม่ชัด เห็นแสงวูบวาบ หรือเห็นอะไรลอยไปมาในดวงตา เป็นผลมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป โดยระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะไปทำปฏิกิริยาภายในดวงตา ทำให้เกิดความผิดปกติ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะอาการนี้จะไม่เป็นตลอดไปหากสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู­­­­่ในระดับปกติได้ แต่ก็ควรที่จะหมั่นตรวจเลือดเพื่อเช็กระดับน้ำตาลในเลือดอย่างส­­­­ม่ำเสมอ เพราะถ้าหากไม่ตรวจเช็กและควบคุมให้ดี ก็อาจจะทำให้มีสิทธิ์ตาบอดได้ค่ะ



รู้สึกชาตามปลายมือปลายเท้า

          อาการชาตามปลายมือปลายเท้า เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำตาลในเลือดได้เข้าไปทำลายระ­­­­บบการทำ งานของประสาท มักจะเป็นอาการที่เกิดกับคนที่เป็นโรคเบาหวานและมีระดับน้ำตาลส­­­­ูงติดต่อกันเป็นเวลานาน วิธีการป้องกันก็คือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับ­ที่เหมาะสม และควรรับประทานวิตามินบีเพื่อบำรุงประสาทอีกด้วย

น้ำตาลในเลือดสูง


          จริงอยู่ที่การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจะสามารถระบุได้ชัดที่สุด­­­­ว่าคุณกำลังเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ แต่เราก็ไม่สามารถเชื่อผลการตรวจเลือดในครั้งแรกได้ค่ะ เพราะการตรวจเลือดในครั้งแรก ระดับน้ำตาลที่สูงอาจจะเกิดจากการร­ับประทานอาหารก็ได้ จึงควรได้รับการตรวจเลือดซ้ำ โดยงดอาหารและน้ำก่อนการตรวจเลือดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง