วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สุขภาพดี คุณก็มีได้ หลินจือแดง แก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ เบาหวาน ความดันโลหิต โ...





สุขภาพดี คุณก็มีได้ หลินจือแดง แก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ เบาหวาน ความดันโลหิต

เห็ดหลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ LINGZHI PLUS SHIITAKE

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.lingzhiplus2u.com

โทร. 094 709 4444, 094 435 0404, 088 826 4444, 089 071 8889

Line : @jumbolife



ความรู้ทั่วไปเรื่องโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานถือว่าเป็นโรคที่คนไทยป่วยกันมาก เป็นโรคยอดฮิต 1 ใน 10 ของโรคที่คุกคามคนไทยมากที่สุด พบได้ในทุกช่วงวัย และยังมีแนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกปี  ทั้งนี้การเป็นโรคเบาหวานเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น อาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย กรรมพันธุ์ เป็นต้น



เชื่อหรือไม่ว่า มีคนอีกจำนวนมากที่ป่วยด้วย โรคเบาหวาน แต่ไม่รู้ตัว ทำให้ละเลยการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี และอาจนำไปสู่โรคอื่นๆอันเป็นภาวะแทรกซ้อน ที่รุนแรงได้  การจะรู้ว่าคุณอยู่ในข่ายเสี่ยง โรคเบาหวาน หรือไม่ เริ่มจากการทำความเข้าใจโรค นี้อย่างถูกต้อง



โรคเบาหวาน เกิดจากการทำงานของ "ฮอร์โมนอินซูลิน" (Insulin)ของร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้ อินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่างๆเพื่อไปใช้เป็นพลังงาน ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและเกิดการคั่งของน้ำตาลในเส้นเลือดแดงส่งผลให้อวัยวะต่างๆเสื่อม ซี่งอาการนี้จะส่งผลให้ เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆได้



ประเภทของเบาหวาน


โรคเบาหวาน ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเกิดได้อย่างชัดเจน



1. เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอ เนื่องจากเบตาเซลล์(beta cells) ของตับอ่อนถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จึงต้องได้รับอินซูลินด้วยการฉีดหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลิน



2. เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) เป็นเบาหวานที่พบเป็นส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ตับอ่อนยังสามารถสร้างอินซูลินได้แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ผู้ป่วยต้องมีการควบคุมอาหาร การใช้ยาชนิดกินหรือใช้อินซูลินชนิดฉีด



3. เบาหวานที่เกิดระหว่างการตั้งครรภ์ หลังคลอดระดับน้ำตาลในเลือดจะกลับเป็นปกติ แต่จะมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคเบาหวาน มีรายงานได้ถึงร้อยละ 50 เมื่อติดตามต่อไป 10 ปี ถ้าไม่มีการปรับพฤติกรรมชีวิตในการลดความเสี่ยง



4. เบาหวานจากสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคของตับอ่อน โรคทางพัรธุกรรม โรคเนื้องอกของต่อมหมวกไตที่สร้างฮอร์โมน ฯลฯ

โรคเบาหวานเกิดได้อย่างไร



อาจเกิดได้จากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรืออินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ (ภาวะดื้ออินซูลิน) และการการโรคเบาหวานประเภทที่ 2 มักเกิดจากความผิดปกติของ 2 ประการนี้ร่วมกัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการทำงานผิดปกติของ ฮอร์โมน อินคริติน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน



เมื่อทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ร่างกายของคนปกติที่ไม่ได้มีความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน จะทำการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลกลูโคสและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงานของร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนจากตับอ่อน คือ อินซูลิน จะเป็นตัวพาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย ดังนั้นถ้าตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่ได้ หรือสร้างไม่พอ จะทำให้การทำงานไม่ดีส่งผลให้มีน้ำตาลในเลือดเหลือค้างมากและมีระดับสูงกว่าปกติ เกิดเป็นโรคเบาหวาน


สร้างภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรง หลินจือพลัสชิตาเกะ ดูแลสุขภาพโรคเบาหวา...





สร้างภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรง หลินจือพลัสชิตาเกะ ดูแลสุขภาพโรคเบาหวาน ความดันโลหิต

เห็ดหลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ LINGZHI PLUS SHIITAKE

สอบรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/757

โทร. 094 709 4444, 094 435 0404, 088 826 4444, 089 071 8889

Line : @jumbolife



ความดันโลหิตสูง

ภาวะความดันโลหิตสูง พบได้ประมาณ 10% ของประชากรทั่วโลก เป็นภาวะเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทยและสามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ

อย่างไรจึงจะเรียกว่าความดันโลหิตสูง



โดยปกติผู้ที่อายุไม่ถึง 40 ปี ความดันโลหิตไม่ควรเกิน 140/90 มม.ปรอท ค่าความดันตัวบนอาจจะเพิ่มขึ้นตามอายุ จะทราบค่าความดันโลหิตตัวบนปกติของแต่ละอายุได้ โดยนำจำนวนอายุมาบวกกับ 100 โดยทั่วไปความดันตัวบนไม่ควรเกิน 160 มม.ปรอท และความดันตัวล่าง (ในผู้ใหญ่) ไม่อายุเท่าไหร่ก็ตามไม่ควรเกิน 90 มม.ปรอท

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจะมีอาการอย่างไร



อาการสำคัญที่พบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง คือ

ปวดศีรษะ มึนงง โดยทั่วไปจะปวดบริเวณท้ายทอย และมักจะเป็นในตอนเช้า ถ้าความดันโลหิตสูงมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจะมีอาการคลื่นไส้ และตามัวร่วมด้วย ในบางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น

เหนื่อยง่าย เนื่องจากหัวใจต้องทำงาน

เลือดกำเดาออก

ผู้ใดบ้างที่มีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง



ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมักจะเป็นผู้ที่

บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย พี่ ป้า น้า อา มีประวัติเป็นความดันโลหิตสูง โรคอ้วนหรือเบาหวานมาก่อน

เส้นโลหิตใหญ่ตีบตัน ได้แก่ เส้นโลหิตใหญ่ในช่องท้องหรือเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงไตตีบตัน ถ้าเป็นระยะแรก ๆ ในคนหนุ่มสาวจะแก้ไขได้โดยการทำผ่าตัด

มีเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต แก้ไขโดยการทำผ่าตัด

โรคครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะความดันโลหิตสูงที่เกิดรวมกับการตั้งครรภ์ ความดันโลหิตจะลดลงภายหลังคลอด

โรคไต เช่น ไตอักเสบ หรือโรคไตเรื้อรังบางชนิด

ใช้ยาคุมกำเนิดในสตรีบางคน ความดันโลหิตจะหลับปกติเมื่อหยุดยา

มีความเครียด วิตกกังวล

ถ้าสงสัยว่าความดันโลหิตผิดปกติควรทำอย่างไร



ถ้าสงสัยว่าความดันโลหิตจะผิดปกติ ควรได้รับการวัดความดันโลหิตจากแพทย์หรือพยาบาล เป็นวิธีการตรวจง่าย ๆ ท่านก็จะทราบความดันโลหิตของท่าน ถ้าวัดครั้งแรกสูงกว่า 160/95 มม.ปรอท ควรนอนพัก 5-10 นาทีแล้ววัดใหม่ ถ้วยังสูงเท่าเดิม ควรจะต้องวัดซ้ำในระยะ 2-3 สัปดาห์ ถ้ายังสูงอยู่ถือได้ว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งควรจะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยปกติความดันโลหิตจะไม่คงที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ อารมณ์และสิ่งแวดล้อมด้วย

จะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อมีความดันโลหิตสูง เมื่อตรวจพบว่าเป็นความดันโลหิตสูง ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ และปฏิบัติตัวอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

งดอาหารที่มีรสเค็ม เช่น ไข่เค็ม กะปิ เต้าเจี้ยว หมูเค็ม ฯลฯ อาหารที่รับประทานควรปรุงด้วยเกลือหรือน้ำปลายน้อยที่สุด

ลดอาหารมันทุกชนิด และหลีกเลี่ยงไขมันสัตว์ เช่น ขาหมู หมู 3 ชั้น อาหารประเภททอดหรือผัดอาหารที่ปรุงด้วยกะทิ ใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหารควรรับประทานไข่ไม่เกิยอาทิตย์ละ 3 ฟอง หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและน้ำตาย เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เกี่ยมอี๋ วุ้นเส้น เผือก มัน ขนมหวาน และผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่

งดบุหรี่ และเหล้า

ทำจิตใจให้สบายไม่เครียดและวิตกกังวล หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้อารมณ์เสีย หงุดหงิด โมโห ตื่นเต้น

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยการเดิน วิ่งขี่จักรยาน โดยเริ่มทีละน้อย ๆ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึง 30-45 นาทีต่อวัน การออกกำลังกายจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายจากความเครียดและทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตดีขึ้น แต่ไม่ควรออกกำลังกายประเภทที่ต้องออกแรงดึงดัน กลั้นหายใจหรือแบ่ง เช่น การชักเย่อ ยกน้ำหนักวิดน้ำ เป็นต้น

สตรีที่มีความดันโลหิตสูงจากยาคุมกำเนิดควรหยุดยา ปรึกษาแพทย์และพยาบาลเพื่อหาวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม

รับประทานยาตามที่แพทย์และพยาบาลแนะนำและมาตรวจตามนัด ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง ได้แก่

ก. ยากล่อมประสาท เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล ภายหลังรับประทานยาอาจจะรู้สึกง่วง จึงไม่ควรขับรถหรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย

ข. ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดจำนวนน้ำและเกลือในร่างกาย ผู้ที่รับประทานยาจะปัสสาวะบ่อยขึ้น และอาจมีอาการอ่อนเพลีย ท้องอืด หน้ามืด วิงเวียน หรือเป็นตะคริว เนื่องจากมีการขับเกลือแร่ออกไปทางปัสสาวะ จึงจำเป็นต้องรับประทานเกลือแร่ทดแทน หรือรับประทานผลไม้ที่มีเกลือแร่เป็นประจำ เช่น สม กล้วย เป็นต้น

ค. ยาลดความดันโลหิต ภายหลังรับประทานยาถ้าสังเกตพบว่ามีอาการหน้ามืด วิงเวียน อาจเป็นเพราะความดันโลหิตลดต่ำลงมากเกินไป ถ้ามีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสม

แอน อังคณา เผยเคล็บลับดูแลสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงได้หลังจากป่วยหนัก โทร 0...





แอน อังคณา เผยเคล็บลับดูแลสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงได้หลังจากป่วยหนัก

เห็ดหลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ LINGZHI PLUS SHIITAKE

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/757

โทร. 094 709 4444, 094 435 0404, 088 826 4444, 089 071 8889

Line : @jumbolife




หลินจือ พลัส ชิตาเกะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จากโรงงานวิจัย และผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี ซึ่งมีระบบการสกัดสารจากเห็ดหลินจือ กระบวนการผลิตที่ทันสมัยที่สุด ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้สามารถทานคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบัน โดยไม่มีผลข้างเคียง ไม่มีสารตกค้างในระยะยาว



ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระดับสากล และระดับประเทศ ผลิต และนำเข้าจากประเทศเกาหลี ช่วยในการกำจัดสารพิษในร่างกาย ฟื้นฟู และช่วยเสริมสร้าง ภูมิต้านทานโรค ในระดับเซลล์ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ปรับสมดุลร่างกาย ช่วยเรื่องความจำ บำรุงสมอง บำรุง ร่างกายเมื่ออ่อนเพลีย หรือขณะพักฟื้นให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งช่วยควบคุมระบบไหลเวียน โลหิต ให้ไหลเวียนได้ดีมากขึ้น



หลินจือ พลัส ชิตาเกะ มีการคัดเลือกสายพันธุ์เห็ดหลินจือที่โดดเด่น และดีที่สุด คือ สายพันธุ์ "Ganoderma Lucidum" ควบคุมการเพาะปลูกเห็ดหลินจือ ด้วยเทคโนโลยีการเพาะปลูกที่ดีที่สุด มีการค้นคว้าทดลอง และวิจัย เพื่อค้นหาวิธีการสกัด เพื่อจะได้สารจากเห็ดหลินจือให้สมบูรณ์ที่สุด โดยใช้สูตรเฉพาะตามสัดส่วนของแต่ละส่วนของเห็ด และกำหนดอายุที่เหมาะสมของเห็ดที่จะนำมา สกัดสารสำคัญจาก Cap : Stalk : Sprout = 2 : 3 : 5 จึงทำให้ได้ปริมาณ % extraction สูงถึง 30% (ให้ผลสูงที่สุด) จึงมีความเข้มข้นมากที่สุด เท่าที่มนุษย์จะสามารถนำมาใช้ได้



"Soft Gel หรือ แค็ปซูลนิ่ม" ช่วยในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว 5-10 นาที ร่างกายสามารถได้รับสารประโยชน์มากถึง 90%-100%



ใช้ "น้ำมันรำข้าว" เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ให้กับผู้ทาน เพราะเป็นไขมันดี ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้ไม่สะสม หรือเกิดผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว



ข้อควรระวัง: สินค้าในตลาดส่วนใหญ่ใช้น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นไขมันไม่ดีจะสะสม และเกิดผลเสียต่อร่างกาย

อิมมูนา (Immuna) เห็ดชิตาเกะ ที่ได้นำไปค้นคว้า และวิจัย จนได้สารสกัดที่มีคุณประโยชน์ และให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด ในด้านการฟื้นฟู เสริมสร้าง และทำให้ร่างกายแข็งแรง ที่เรียกว่า "อิมมูนา (Immuna)" ลิขสิทธิ์การค้นคว้า วิจัย จากประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นสารที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก การันตีด้วยผลรางวัลชนะเลิศเห็ดทางการแพทย์ ระดับโลก ปี 2010 คือ “GLOBAL MEDICINAL MUSHROOM INGREDIENT FOR IMMUNE HEALTH”

วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ทานของดี สุขภาพก็ดีตาม หลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ ดูแลสุขภาพโรคไขมันใ...





ทานของดี สุขภาพก็ดีตาม หลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ ดูแลสุขภาพโรคไขมันในเส้นเลือด เบาหวาน 

เห็ดหลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ LINGZHI PLUS SHIITAKE 

สอบรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.lingzhiplus2u.com

โทร. 094 709 4444, 094 435 0404, 088 826 4444

Line : @jumbolife



 ไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูง เราสามารถควบคุมได้ แค่เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลด ละ เลี่ยง อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง แล้วหันมาทาน อาหารลดไขมัน กันดีกว่า


          โรคไขมันในเลือดสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง เป็นภาวะที่สามารถพบเจอได้ ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไปเป็นเวลานาน ซึ่งการรักษาโดยทั่วไปก็คือการทานยาเพื่อควบคุมระดับไขมัน แต่นั่นเป็นการปัญหาปลายเหตุ เพราะจะว่ากันจริง ๆ แล้ว ต้นเหตุของเรื่องก็มาจากการรับประทานอาหารของเรานี่แหละค่ะ ถ้ารู้จักควบคุมอาหารตั้งแต่ก่อนป่วย หรือแม้กระทั่งป่วยไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้ระดับไขมันที่สูงลดลงได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำข้อมูลดี ๆ มาบอกต่อกันค่ะ เรามาทำความรู้จักกับโรคไขมันในเลือดสูงและอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นไขมันในเลือดสูงกันเถอะ



          โรคไขมันในเลือดสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งชนิดของไขมันที่สูงนั้นอาจเป็นคอเลสเตอรอลสูง หรือไตรกลีเซอไรด์อย่างใดอย่างหนึ่ง และในบางกรณีก็อาจจะเป็นทั้งสองชนิด ซึ่งภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ต่ำ โรคตับ เป็นต้น



          โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะต้องมีระดับไขมันดังนี้



           คอเลสเตอรอลรวม



           ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 200 mg/dL (ถือว่าเหมาะสม)

           ระดับปานกลาง : 200 - 239 mg/dL (เริ่มอันตราย)

           ระดับสูง : มากกว่า 240 mg/dL (อันตรายมาก)



           คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL)



           ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 130 mg/dL (น้อยกว่า 100 mg/dL สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน)

           ระดับปานกลาง : 130 - 159 mg/dL

           ระดับสูง : มากกว่า 160 - 189 mg/dL

           ระดับสูงมาก : ตั้งแต่ 190 mg/dL ขึ้นไป



          คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) เป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกายซึ่งหากสะสมอยู่ในร่างกายมาก ๆ ก็จะไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด และทำให้หลอดเลือดตีบตัน จนเกิดภาวะอุตตันในเส้นเลือด ส่งผลให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้



           ไตรกลีเซอไรด์



           ระดับที่ต้องการ : น้อยกว่า 150 mg/dL

           ระดับปานกลาง : 150 - 199 mg/dL

           ระดับสูง : มากกว่า 200 - 499 mg/dL

           ระดับสูงมาก : ตั้งแต่ 500 mg/dL ขึ้นไป



          ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีซึ่งจะคอยขัดขวางไม่ให้คอเลสเตอรอลที่ดีไปจัดการกับไขมันที่อยู่ในเลือด หากมีมากจนเกินไป คอเลสเตอรอลที่ดีก็จะไม่สามารถกำจัดไขมันที่ไม่ดีในเลือดได้ ส่งผลให้ไขมันที่ตกค้างอยู่ไปเกาะสะสมอยู่ในหลอดเลือดทำให้เกิดการอุดตันในที่สุด



           คอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL)



           ระดับที่ต้องการ : มากกว่า 60 mg/dL (ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ไม่ควรเกิน 100 mg/dL)

           ระดับที่สามารถรับได้ : 40 - 59 mg/dL

           ไม่ควรต่ำเกิน : 40 mg/dL (ยิ่งต่ำยิ่งไม่ดีต่อสุขภาพ)



          คอเลสเตอรอลชนิดที่ดี ทำหน้าที่ในการนำพาไขมันที่ไม่ดีต่าง ๆ ในร่างกายไปยังตับเพื่อทำการย่อยสลาย ซึ่งไขมันชนิดนี้เป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย ยิ่งมีมากก็จะยิ่งทำให้ไขมันที่เข้าไปในร่างกายไม่เกิดการตกค้าง และยังช่วยกำลังไขมันไม่ดีอย่างไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) ได้อีกด้วย

ดูแลสุขภาพง่ายๆ กับ หลินจือพลัสชิตาเกะ แก้ปัญหาโรคไทรอยด์ เบาหวาน ความดั...





ดูแลสุขภาพง่ายๆ กับ หลินจือพลัสชิตาเกะ แก้ปัญหาโรคไทรอยด์ เบาหวาน ความดันโลหิต

เห็ดหลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ LINGZHI PLUS SHIITAKE 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/757

โทร. 094 709 4444, 094 435 0404, 088 826 4444

Line : @jumbolife


ไทรอยด์ (Thyroid gland) เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบต่อมไร้ท่อตั้งอยู่ด้านหน้าของลำคอใน ส่วนหน้าต่อลูกกระเดือกหรือกระดูกอ่อนไทรอยด์ (Thyroid cartilage) มีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ ประ กอบด้วย 2 กลีบใหญ่คือ กลีบด้านซ้ายและกลีบด้านขวา ซึ่งทั้งสองกลีบเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วยเนื้อเยื่อบางๆที่เรียกว่า อิสธ์มัส (Isthmus) ต่อมไทรอยด์ปกติของผู้ใหญ่มีน้ำหนักประมาณ 18 -30 กรัม แต่ละกลีบของต่อมไทรอยด์ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร (ซม.) ส่วนที่กว้างที่สุดประมาณ 2 - 3 ซม. และส่วนที่หนาสุดประมาณ 0.8 - 1.6 ซม. ซึ่งต่อมไทรอยด์ปกติไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและไม่สามารถคลำพบได้

ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนสำคัญ 3 ชนิดคือ ไทรอกซีน หรือ ที4 (Thyroxine, T4) ไตรไอโอโดไธโรนีน หรือ ที3 (Triiodothyronine, T3) และแคลซิโทนิน (Calcitonin) ซึ่งเป็นฮอร์ โมนที่มีความสำคัญน้อยกว่า ฮอร์โมน ที4 และ ที3 เป็นอย่างมาก ดังนั้นโดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึง ไทรอยด์ฮอร์โมนจึงมักหมายความถึงเฉพาะฮอร์โมน ที4 และ ที3 เท่านั้น

ฮอร์โมน ที4 และฮอร์โมน ที3 มีหน้าที่สำคัญมากคือ ควบคุมดูแลการใช้พลังงานทั้งจากอาหารและจากออกซิเจนหรือที่เรียกว่า เมตาโบลิซึม (Metabolism หรือกระบวนการแปรรูปอณู) ของเซลล์ต่างๆเพื่อการเจริญเติบโต การทำงาน และการซ่อมแซมเซลล์ที่บาดเจ็บสึกหรอ และยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายด้วย ส่วนฮอร์โมนแคลซิโทนินมีหน้าที่ช่วยควบคุมการทำงานของเกลือแร่แคลเซียมในร่างกายให้อยู่ในสมดุล

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่ทำงานโดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) และของสมองส่วนที่เรียกว่า ไฮโปธาลามัส (Hypothalamus เป็นสมองส่วนหนึ่งของสมองใหญ่/Cerebrum โดยอยู่ในส่วนลึกกลางสมองใหญ่) ซึ่งทั้งต่อมใต้สมองและสมองไฮโป ธาลามัสยังควบคุมการทำงานของอวัยวะอื่นๆด้วยเช่น ต่อมหมวกไต รังไข่ และอัณฑะ และยังมีความสัมพันธ์กับอารมณ์และจิตใจ ดังนั้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ รวมทั้งโรคหรือภาวะผิด ปกติต่างๆของต่อมไทรอยด์จึงสัมพันธ์กับการทำงานและโรคต่างๆของอวัยวะเหล่านั้น รวมทั้งความสัมพันธ์กับอารมณ์และจิตใจ

เนื่องจากฮอร์โมนแคลซิโทนินมีบทบาทน้อยมากในการดำรงชีวิตและในโรคของต่อมไทรอยด์ ดังนั้นในบทนี้เมื่อกล่าวถึงเรื่องของต่อมไทรอยด์จึงกล่าวถึงเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับฮอร์โมน ที4 และฮอร์โมน ที3 เท่านั้น และจะรวมเรียกฮอร์โมน ที4 และ ที3 ว่าไทรอยด์ฮอร์ โมน



โรคต่อมไทรอยด์มีอะไรบ้าง? มีอาการอย่างไร?

ไทรอยด์

โรคของต่อมไทรอยด์ที่พบได้บ่อยคือ ภาวะหรือโรคต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ภาวะหรือโรคขาดไทรอยด์ฮอร์โมน โรคคอพอก โรคปุ่มเนื้อต่อมไทรอยด์ และโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์

ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)

คือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานสูง ขึ้นผิดปกติจึงส่งผลให้มีฮอร์โมน ที4 และฮอร์โมน ที3 ในร่างกาย/ในเลือดสูงกว่าปกติ จึงก่อ ให้เกิดอาการต่างๆขึ้น ซึ่งเมื่อมีไทรอยด์ฮอร์โมนสูงขึ้นกว่าปกติจากสาเหตุใดๆก็ตามเช่น จากต่อมไทรอยด์อักเสบ จากกินยาไทรอยด์ฮอร์โมนเรียกภาวะนั้นว่า โรคไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis) เมื่อไทรอยด์เป็นพิษเกิดจากปุ่มเนื้อต่อมไทรอยด์เรียกโรคนั้นว่า โรคคอพอกเป็นพิษ (Toxic nodular goiter) และเมื่อเกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันต้านทานของร่าง กาย/แอนติบอดี/สารภูมิต้านทาน (Antibody) ต่อต่อมไทรอยด์จะส่งผลให้ต่อมไทรอยด์ทั้งต่อมโตขึ้น และเซลล์ต่อมไทรอยด์สร้างไทรอยด์ฮอร์โมนสูงขึ้นเรียกว่า โรคเกรวฟส์ (Graves’ disease) ซึ่งเป็นสาเหตุพบบ่อยที่สุดของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินคือประมาณ 70% ของภาวะนี้

อาการจากภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินที่พบบ่อยได้แก่ ผอมลงทั้งๆที่กินจุ หัวใจเต้นเร็วและแรง ทนอากาศร้อนไม่ได้ เหงื่อออกมาก กล้ามเนื้อแขนและขาลีบ อุจจาระบ่อยขึ้น/ท้อง เสีย ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ผมเปราะแห้ง ผมร่วง มือสั่น หงุดหงิดง่าย กังวลเกินเหตุ อารมณ์แปรปรวน อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ อาจมีต่อมไทรอยด์โตทั้งต่อมและอาจร่วมกับมีตาโปนทั้ง 2 ข้างเมื่อเกิดจากโรคเกรวฟส์ อาจมีปุ่มเนื้อต่อมไทรอยด์เมื่อเกิดจากคอพอกเป็นพิษ หรืออาจมีต่อมไทรอยด์โตเจ็บ อาจร่วมกับมีไข้เมื่อเกิดจากต่อมไทรอยด์อักเสบ

ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมนหรือโรคต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism)

ได้ แก่ ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำกว่าปกติหรือเสียหายจากสาเหตุต่างๆเช่น จากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ จึงส่งผลให้มีไทรอยด์ฮอร์โมนในร่างกาย/ในเลือดต่ำกว่าปกติ จึงก่ออาการต่างๆขึ้น ซึ่งที่พบบ่อยได้แก่ ทนหนาวไม่ได้ หนาวเกินเหตุ ท้องผูก ประจำเดือนแต่ละครั้งมามากผิดปกติ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย อ้วนฉุ เฉื่อย ช้า เสียงแหบ พูดได้ช้าลง ผิวหนังดูหนากว่าปกติ ผิวแห้ง เล็บแตกง่าย ใบหน้า รอบดวงตา มือ เท้าบวมโดยเฉพาะเมื่อตื่นนอน ซึมเศร้า


LINGZHI PLUS SHIITAKE รู้ทันโรคไขมันในเส้นเลือด โทร 088 826 4444





LINGZHI PLUS SHIITAKE รู้ทันโรคไขมันในเส้นเลือด 

เห็ดหลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ LINGZHI PLUS SHIITAKE 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.lingzhiplus2u.com

โทร. 094 709 4444, 094 435 0404, 088 826 4444

Line : @jumbolife



ชนิดของไขมันในเลือด

ไขมันในเลือดที่สำคัญมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ไขมันโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerige) การตรวจไขมันในเลือด จะตรวจจากสารต่างๆ ดังต่อไปนี้



โคเลสเตอรอล (Cholesterol)

เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้ขึ้นเองจากตับและลำไส้   หรือได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป  อาหารที่มาจากพืชจะไม่พบโคเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบ  จะพบมากในไขมันสัตว์  ปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร โคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกาย  โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง แต่หากมีไขมันโคเลสเตอรอลมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน  ซึ่งไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง  หลอดเลือดหัวใจ  ฯลฯ ทำให้เกิดเส้นเลือดแข็งตัว และการตีบตันของหลอดเลือด  ในอนาคตจะเป็นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณโคเลสเตอรอล และ มีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย เช่น  ความดันโลหิตสูง  ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความอ้วน และการไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น







 คนปกติจะต้องมีค่าโคเลสเตอรอลรวมน้อยกว่า 200 มก./ดล. ไตรกลีเซอไรด์น้อยกว่า 170 มก./ดล. ไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งเป็นไขมันที่ทำหน้าที่จับโคเลสเตอรอลจากเซลล์ของร่างกายและนำไปกำจัดทิ้งที่ตับ ควรมีค่ามากกว่า 60 มก./ดล. ส่วนไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ควรน้อยกว่า 130 มก./ดล.

โคเลสเตอรอลรวมแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

High-Density Lipoprotein (HDL) เป็นไขมันชนิดดี มีความหนาแน่นสูง ทำหน้าที่จับไขมันโคเลสเตอรอลออกไปทำลายที่ตับ การมีไขมัน HDL สูงจะทำให้โอกาสเป็นโรคหลอดเลือดลดลง ซึ่งการทำให้ HDL สูงนั้น ต้องออกกำลังกายเท่านั้น

Low-Density Lipoprotein (LDL) เป็นไขมันชนิดไม่ดี ที่มาจากไขมันสัตว์ ถ้าไขมันชนิดนี้สูงจะไปเกาะผนังหลอดเลือดทำให้ตีบแคบลง การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบตันได้มาก

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)เป็นไขมันชนิดหนึ่งเกิดจากการสร้างขึ้นเองในร่างกายจากน้ำตาล และแป้ง หรือจากอาหารที่รับประทานเข้าไป  มีความสำคัญทางด้านโภชนาการหลายประการ นับตั้งแต่ให้พลังงาน ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค  ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นาน นอกจากนี้ร่างกายยังเก็บสะสมไตรกลีเซอไรด์ไว้สำหรับให้พลังงานเมื่อมีความต้องการ อย่างไรก็ตาม การมี   ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงหรือพบว่าไขมันในเลือดสูงสูงในคนที่มีโคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว เชื่อว่ามีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบมากขึ้น ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 150  มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าปกติ 50 – 150 mg/dl)

สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง



– กรรมพันธุ์

– การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์

– โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ และโรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง

– โรคตับ โรคไตบางชนิด

– ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ฮอร์โมนเพศ (ยาคุมกำเนิด) เป็นต้น

– การตั้งครรภ์

– การดื่มแอลกอฮอล์

– ภาวะขาดการออกกำลังกาย



ผลข้างเคียงของโรคไขมันในเลือดสูง 



ภาวะที่มีระดับกลุ่มไขมัน LDL สูงถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์/ อัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง จากการที่ไขมันในเลือดสูงไปทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่แข็งตัวซึ่งเรียกว่า Atherosclerosis (โรคหลอดเลือดแดงแข็ง)


LINGZHI PLUS SHIITAKE รู้จักกับโรคหอบหืด เบาหวาน ความดันโลหิต โทร 089 07...





LINGZHI PLUS SHIITAKE รู้จักกับโรคหอบหืด เบาหวาน ความดันโลหิต

เห็ดหลินจือแดง หลินจือพลัสชิตาเกะ LINGZHI PLUS SHIITAKE 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/757

โทร. 094 709 4444, 094 435 0404, 088 826 4444

Line : @jumbolife



รู้จักโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานคือโรคที่เซลร่างกายมีความผิดปรกติในขบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน  เมื่อน้ำตาลไม่ได้ถูกใช้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าระดับผิดปรกติ



แล้วแค่ไหนจึงจะเรียกว่าผิดปรกติ  ใครเป็นผู้กำหนด: ในปัจจุบันหลายประเทศใช้เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่  126 มก./ดล.  โดยมีข้อแม้ว่าเป็นค่าของน้ำตาลในน้ำเลือดหลังจากอดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชม. แล้ว  แต่ถ้าบังเอิญท่านไม่ได้อดอาหารมาก่อน  แต่ต้องการตรวจเลยโดยไม่อยากกลับมาใหม่ในวันรุ่งนี้  ท่านสามารถเจาะเลือดได้เลยโดยใช้ค่า 200มก./ดล.เป็นเกณฑ์



ใครเป็นผู้กำหนดตัวเลขนี้: คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสมาคมเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐประชุม  กันพิจารณางานวิจัยที่มีทั้งหมดก่อนปีค.ศ.1999เพื่อหาว่า  โรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวานจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นที่ระดับเท่าใด  ผลพบโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือจอประสาทตาเสื่อม  เกิดขึ้นที่ระดับน้ำตาลในเลือด 126 มก./ดล  ดังนั้นความสำคัญของตัวเลขนี้ก็คือ  ทุกคนควรจะเริ่มตระหนักว่า  ถ้าเรามีระดับน้ำตาลสูงกว่า 126 เรามีโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาวของเบาหวานแล้ว  แม้ว่าที่น้ำตาลระดับนี้จะไม่ทำให้เราเกิดอาการใดๆ เลย  ดังนั้นตัวเลขนี้จึงมีความหมายในการสร้างความตระหนักเพื่อให้เรามีมาตราการใดๆ ก็ตาม  ที่จะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลกว่า 126  แต่วิธีการจะทำให้ระดับน้ำตาลของเราต่ำลงนั้น จะเป็นวิธีที่ใดจะใช้วิธีกินยาหรือไม่  ถ้าใช้ยาจะใช้อย่างไร  คงจะต้องมาพิจารณากันอีกที  เพราะการควบคุมโรคเบาหวานนั้นมีหลายวิธี  ในอนาคตเมื่อมีงานวิจัยใหม่ๆ หรือมีหลักฐานอื่นๆ มาลบล้างตัวเลข 126 นี้ลง  เกณฑ์ของการวินิจฉัยเบาหวานก็อาจจะเปลี่ยนไปเพื่อให้ประชาชนมีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานน้อยที่สุด  เพราะที่ให้ระดับน้ำตาลสูงกว่านี้รวมกับระยะเวลาที่ผ่านไป  โรคแทรกซ้อนอื่นๆของเบาหวานเช่นหลอดเลือดแดงของหัวใจ  หลอดเลือดแดงของสมอง  โรคความดันโลหิตสูง  ไตเสื่อมและไขมันสูงก็จะตามมาอีกชุดใหญ่  อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโรคยังคงใช้เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่ 200 มก./ดล.



แล้วประเทศไทยใช้ตัวเลขใด: กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยและสำนักงานประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประชุมกันใช้ตัวเลขระดะบน้ำตาลที่ 126 มก./ดล. เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา



แล้วทำไมร่างกายจึงใช้น้ำตาลไม่ได้:เราใช้น้ำตาลที่กินจากอาหารเพื่อทำให้เกิดพลังงาน  น้ำตาลที่กล่าวถึงนี้คือกลูโคส  ไม่ว่าเราจะอะไรเป็นอาหาร  กินแป้ง กินเนื้อสัตว์ กินไขมัน  ผลไม้ หรือผัก ในที่สุดมันจะต้องถูกย่อยให้เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดคือน้ำตาลกลูโคสก่อนเสมอ  แล้วกลูโคสตัวนี้จึงเข้าสู่ขั้นตอนแรกของขบวนการที่ทำให้เกิดการเผาผลาญที่เรียกว่า glucolysis มีทั้งหมด 10 ขั้นตอนย่อย อนึ่ง ขบวนนี้ต้องเกิดขึ้นภายในเซล  การนำกลูโคสเข้าเซล และและขั้นตอนที่ glucolysis ขั้นที่fructose 6 phosphate เปลี่ยนเป็น fructose 1,6 phosphate  ขั้นตอนนั้นต้องใช้อินสุลิน