jumbohealth.blogspot.com รวมบทความสาระดีๆเกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อการมีสุขภาพที่ยืนยาวและแข็งแรง
วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
สาเหตุโรคจอประสาทตาเสื่อม BIM100 น้ำมังคุดช่วยตาอักเสบ
สาเหตุโรคจอประสาทตาเสื่อม BIM100 น้ำมังคุดช่วยตาอักเสบ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.jumbolifeshop.com/p/473
โทร. 094-709-4444 , 088-826-4444
ไลน์ : @jumbolife หรือคลื๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife
น้ำวุ้นตา หรือ vitreous เป็นสารใสคล้ายเจลอยู่ภายในลูกตาส่วนหลัง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่าน ให้สารอาหารแก่จอประสาทตาและเซลล์ผนังลูกตาชั้นใน และยังช่วยพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลม ตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำวุ้นตาเสื่อม คืออายุที่มากขึ้น ส่วนมากจะพบในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากน้ำวุ้นตาจะมีการหดตัวและหนาตัวเป็นจุด หรือเป็นเส้นภายในลูกตา การหดตัวของน้ำวุ้นตานี้จะทำให้น้ำวุ้นตาแยกห่างออกจากจอประสาทตารวมกันเป็นกลุ่มก้อนที่มีลักษณะทึบแสง ทำให้เห็นเป็นเงาเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุทางตา บริเวณศีรษะ หรือมีการอักเสบในลูกตา จะทำให้น้ำลูกตาเสื่อมเร็วกว่าปกติได้ และผู้ที่มีภาวะสายตาสั้นมากๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำวุ้นลูกตาเสื่อมเร็วกว่าปกติได้
วิธีสังเกตน้ำวุ้นตาเสื่อม
อาการที่พบได้บ่อยๆ คือจะเห็นเป็นเงาทอดไปยังจอตา เจ้าตัวจะรับรู้ได้ว่ามีอะไรลอยไปมา บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนมีแมลงบินอยู่ข้างหน้า อาจเห็น หรืออาจหายไป แต่จะเห็นชัดเมื่อมองผ่านพื้นเรียบ เช่น บนกระดาษสีขาว บนฝาผนัง ตลอดจนบนท้องฟ้าใส เป็นต้น โดยทั่วไปการมองเห็นอะไรลอยไปมานี้ไม่ทำให้สายตามัวลง แต่อาจก่อให้เกิดความรำคาญมากกว่า
อาการของโรควุ้นตาเสื่อม
·เริ่มมองเห็นจุดหรือเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมาโดยเฉพาะเวลากลอกตา หรือมองที่ผนังสีขาว หรือท้องฟ้า
·ระยะแรกจะสังเกตเห็นเงาของวุ้นตาที่เสื่อมเป็นจุดและเส้นดำลอย ซึ่งจะเคลื่อนไหวเมื่อกลอกตา อาจรบกวนการมองและรู้สึกรำคาญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสมองจะเรียนรู้และละเลยเงาเหล่านี้ไปเอง อาจไม่เห็นหากไม่พยายามสังเกต
·เมื่อวุ้นตาเหลวและหดตัวมาก อาจจะลอกตัวออกจากผิวจอตาเอง และอาจดึงรั้งผิวจอตาทำให้เกิดการกระตุ้นจอตาเห็นเป็นแสงวาบคล้ายแฟลชจากกล้องถ่ายรูป หรือแสงฟ้าแลบในดวงตาแม้ในขณะหลับตา ซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืดหรือเวลากลางคืน อาการเหล่านี้อาจลดลงและหายไปเมื่อจอตาถูกดึงรั้งจากวุ้นตาลดลง
·ในบางรายวุ้นตาอาจดึงรั้งหลอดเลือดที่จอตาให้ฉีดขาดและเกิดเลือดออกในวุ้นตาทำให้เห็นเงาดำเพิ่มมากขึ้นทันที ซึ่งถ้าวุ้นตาติดแน่นกับจอตามากอาจดึงรั้งให้จอตาฉีกขาดได้ และหากวุ้นตาที่เหลวเซาะเข้าไปในรอยขาด จะทำให้จอตาลอกและอาจสูญเสียการมองเห็นได้
การดูแลภาวะวุ้นตาเสื่อม
ผู้ที่มีอาการมองเห็นจุดดำลอยหรือแสงแฟลชในตาควรพบจักษุแพทย์เพื่อขยายรูม่านตาและตรวจจอตาและวุ้นตาอย่างละเอียด หลังหยอดยาขยายม่านตาจะมีอาการตาพร่า และจะกลับเป็นปกติเมื่อยาหมดฤทธิ์ใน 4-6 ชั่วโมง
ภาวะวุ้นตาเสื่อมไม่จำเป็นต้องรักษา ควรติดตามสังเกตอาการซึ่งอาจจะค่อยๆ ลดลงได้เอง ควรตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการดึงรั้งจอตา เช่น การสะบัดศีรษะอย่างรุนแรงและอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับดวงตา จักษุแพทย์จะนัดตรวจเป็นระยะตามปัจจัยเสี่ยง หากอาการไม่ลดลงและตรวจพบรอยฉีกขาดที่จอตา การรักษาด้วยเลเซอร์จะช่วยป้องกันจอตาลอกได้ อย่างไรก็ตาม การเห็นเงาดำอาจเกิดจากภาวะอื่นๆ ได้ ดังนั้นจึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากจักษุแพทย์
BIM100 น้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคจอประสาทตาเสื่อม
BIM100 น้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคจอประสาทตาเสื่อม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.jumbolifeshop.com/p/473
โทร. 094-709-4444 , 088-826-4444
ไลน์ : @jumbolife หรือคลื๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife
ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์เป็นที่รู้จักและมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของแต่ละคน ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่ ต่างก็มีความจำเป็นในการใช้คอมพิวเตอร์ ทั้งเพื่อการศึกษา การทำงานและความบันเทิงในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางคนต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่อตนเอง แต่อย่างไรก็ตามโรคบางโรคเราสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันได้ หรือไม่ก็ชะลอจนกว่าจะถึงวัยอันควร และในที่นี้จะกล่าวถึงโรคที่มีสาเหตุมาจาก การใช้คอมพิวเตอร์ไม่ถูกต้องและใช้สายตามากเกินไป จนทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า “โรควุ้นตาเสื่อม” ได้
น้ำวุ้นตา (Vitreous) ลูกตาคนเรานั้นจะมีน้ำวุ้นตาเป็นสารใสคล้ายเจล บรรจุอยู่ภายในลูกตาส่วนหลัง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่าน ให้สารอาหารแก่จอประสาทตาและเซลผนังลูกตาชั้นในและเป็นตัวพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลม
น้ำวุ้นตาเสื่อม เป็นภาวะที่น้ำวุ้นตาละลายเป็นน้ำ เริ่มแรกจะละลายตรงกลางก่อนเมื่อเป็นมากขึ้น ก็จะเกิดการร่อนตัวของน้ำวุ้นออกจากจอประสาทตา อาการนี้มักจะพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่จะมีบางปัจจัย ที่มีผลให้เกิดความเสื่อมของน้ำวุ้นตาเร็วกว่าปกติ เช่น สายตาสั้น อุบัติเหตุที่ตา การอักเสบในลูกตา เป็นต้น
คอมพิวเตอร์เป็นสาเหตุของโรควุ้นตาเสื่อม ได้อย่างไร
โดยปกติแล้วสายตาจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40 ปี ขึ้นไป ยกเว้นผู้ที่เพ่งสายตามากๆ และใช้ติดต่อกันครั้งละนานๆ เช่น ช่างเจียระไนเพชรพลอย อาจมีโอกาสเกิดเร็วขึ้น แต่ในระยะหลังกลับพบโรคนี้ในวัยหนุ่มสาวคนทำงานออฟฟิศกันมากขึ้นจนน่าตกใจ เรียกได้ว่า โรควุ้นในตาเสื่อม เป็นหนึ่งในโรค Office syndrome และยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยจากหลากหลายอาชีพที่เป็นโรคนี้ และยังเกิดก่อนวัยอันควรอีกด้วย โดยมีสาเหตุมาจากการใช้สายตามากเกินไป หรือเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือ รวมถึงการดูโทรทัศน์ด้วย ซึ่งการเพ่งสายตาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะเพื่อการทำงาน การศึกษา ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต สืบค้นข้อมูล อ่านข้อมูลบนจอ แชต เล่นไลน์ หรือเล่นเกมก็ตามจะก่อให้เกิดปัญหากับดวงตาทั้งสิ้น หากมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้สายตาเสียและนำไปสู่ “โรควุ้นตาเสื่อม” รวมทั้งพฤติกรรมและวิธีการใช้งานดังนี้
1. การเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม เล่นเน็ต อ่านไดอารี่ อ่านบทความ อ่านหนังสือ หรืออ่านอะไรก็ตามที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการมองตัวหนังสือที่แขวนลอยอยู่บนจอ เพราะตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์นั้นมีลักษณะเป็นจุดๆ ประกอบกัน ขอบของตัวหนังสือไม่ชัด โฟกัสไม่แน่นอน สมองจะสับสนในการปรับระยะโฟกัส กล้ามเนื้อลูกตาต้องทำงานหนัก
2. การเลื่อนตัวหนังสือและแถบบรรทัด จะต้องใช้เมาส์คลิ้ก ลากแถบด้านข้างเพื่อเลื่อนบรรทัดขึ้นลง โดยมีลักษณะการเลื่อนแบบกระตุกๆ
3. การก้มๆ เงยๆ มองแป้นพิมพ์ และมองจอคอมพิวเตอร์กลับไปกลับมาลูกตาปรับโฟกัสบ่อยเกินไป
4. การปรับจอภาพที่มีแสงสว่างจ้าเกินไปโดยไม่รู้ตัว เช่น การเปิดโปรแกรม Word ในการทำพิมพ์เอกสาร ตัวหนังสือจะเป็นสีดำ และพื้นเป็นสีขาว สีพื้นที่สว่างนี้เอง หากใช้งานติดต่อเป็นเวลานานจะทำให้ตาเกิดอาการแพ้แสง ซึ่งมีอาการคล้ายๆ กับการเปิดทีวีดูในห้องมืดๆ เป็นประจำ
5. การใช้จอภาพคอมพิวเตอร์ที่มีความกว้างมากเกินไป ซึ่งสายตาคนเรานั้นมีระยะการมองตัวอักษร ที่ 1ฟุต (12นิ้ว) แต่จอคอมพิวเตอร์สมัยใหม่กลับมีความกว้าง 17 นิ้ว, 19 นิ้ว หรือมากกว่านั้นซึ่งมีขนาดกว้างเกินระยะกวาดสายตาที่ต้องมองจากขอบหนึ่งไปสู่อีกขอบหนึ่ง การอ่านหนังสือบนจอเพียง 1 ชั่วโมง ลูกตาจะต้องทำงานปรับโฟกัส กลับไปกลับมา เป็นพันๆ ครั้ง หากใช้งานติดต่อกันนานๆ ก็จะทำให้สายตาเสียได้
อาการโรควุ้นในตาเสื่อม บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุด
อาการโรควุ้นในตาเสื่อม บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.jumbolifeshop.com/p/473
โทร. 094-709-4444 , 088-826-4444
ไลน์ : @jumbolife หรือคลื๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife
ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์เป็นที่รู้จักและมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของแต่ละคน ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่ ต่างก็มีความจำเป็นในการใช้คอมพิวเตอร์ ทั้งเพื่อการศึกษา การทำงานและความบันเทิงในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางคนต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่อตนเอง แต่อย่างไรก็ตามโรคบางโรคเราสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันได้ หรือไม่ก็ชะลอจนกว่าจะถึงวัยอันควร และในที่นี้จะกล่าวถึงโรคที่มีสาเหตุมาจาก การใช้คอมพิวเตอร์ไม่ถูกต้องและใช้สายตามากเกินไป จนทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า “โรควุ้นตาเสื่อม” ได้
น้ำวุ้นตา (Vitreous) ลูกตาคนเรานั้นจะมีน้ำวุ้นตาเป็นสารใสคล้ายเจล บรรจุอยู่ภายในลูกตาส่วนหลัง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่าน ให้สารอาหารแก่จอประสาทตาและเซลผนังลูกตาชั้นในและเป็นตัวพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลม
น้ำวุ้นตาเสื่อม เป็นภาวะที่น้ำวุ้นตาละลายเป็นน้ำ เริ่มแรกจะละลายตรงกลางก่อนเมื่อเป็นมากขึ้น ก็จะเกิดการร่อนตัวของน้ำวุ้นออกจากจอประสาทตา อาการนี้มักจะพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่จะมีบางปัจจัย ที่มีผลให้เกิดความเสื่อมของน้ำวุ้นตาเร็วกว่าปกติ เช่น สายตาสั้น อุบัติเหตุที่ตา การอักเสบในลูกตา เป็นต้น
วุ้นตา (Vitreous) เป็นส่วนประกอบภายในดวงตา มีลักษณะเป็นวุ้นเหลวใสคล้ายไข่ขาวอยู่หลังเลนส์ตายึดติดกับผิวจอตา ภาวะวุ้นตาเสื่อม (Vitreous Degeneration) เป็นได้เมื่ออายุมากขึ้น และอาจเสื่อมเร็วกว่าปกติในผู้ที่สายตาสั้นมาก หรือเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณดวงตา วุ้นตาที่เสื่อมจะเหลวลง หดตัว และขุ่นขึ้น เมื่อแสงผ่านวุ้นตาที่เสื่อมจะหักเหทำให้เห็นเป็นเงาดำลักษณะเป็นจุดและเส้นคล้ายหยากไย่ลอยไปมา
อาการของโรควุ้นตาเสื่อม
- เริ่มมองเห็นจุดหรือเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมาโดยเฉพาะเวลากลอกตา หรือมองที่ผนังสีขาว หรือท้องฟ้า
- ระยะแรกจะสังเกตเห็นเงาของวุ้นตาที่เสื่อมเป็นจุดและเส้นดำลอย ซึ่งจะเคลื่อนไหวเมื่อกลอกตา อาจรบกวนการมองและรู้สึกรำคาญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสมองจะเรียนรู้และละเลยเงาเหล่านี้ไปเอง อาจไม่เห็นหากไม่พยายามสังเกต
- เมื่อวุ้นตาเหลวและหดตัวมาก อาจจะลอกตัวออกจากผิวจอตาเอง และอาจดึงรั้งผิวจอตาทำให้เกิดการกระตุ้นจอตาเห็นเป็นแสงวาบคล้ายแฟลชจากกล้องถ่ายรูป หรือแสงฟ้าแลบในดวงตาแม้ในขณะหลับตา ซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืดหรือเวลากลางคืน อาการเหล่านี้อาจลดลงและหายไปเมื่อจอตาถูกดึงรั้งจากวุ้นตาลดลง
- ในบางรายวุ้นตาอาจดึงรั้งหลอดเลือดที่จอตาให้ฉีดขาดและเกิดเลือดออกในวุ้นตาทำให้เห็นเงาดำเพิ่มมากขึ้นทันที ซึ่งถ้าวุ้นตาติดแน่นกับจอตามากอาจดึงรั้งให้จอตาฉีกขาดได้ และหากวุ้นตาที่เหลวเซาะเข้าไปในรอยขาด จะทำให้จอตาลอกและอาจสูญเสียการมองเห็นได้
การดูแลภาวะวุ้นตาเสื่อม
ผู้ที่มีอาการมองเห็นจุดดำลอยหรือแสงแฟลชในตาควรพบจักษุแพทย์เพื่อขยายรูม่านตาและตรวจจอตาและวุ้นตาอย่างละเอียด หลังหยอดยาขยายม่านตาจะมีอาการตาพร่า และจะกลับเป็นปกติเมื่อยาหมดฤทธิ์ใน 4-6 ชั่วโมง
ภาวะวุ้นตาเสื่อมไม่จำเป็นต้องรักษา ควรติดตามสังเกตอาการซึ่งอาจจะค่อยๆ ลดลงได้เอง ควรตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการดึงรั้งจอตา เช่น การสะบัดศีรษะอย่างรุนแรงและอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับดวงตา จักษุแพทย์จะนัดตรวจเป็นระยะตามปัจจัยเสี่ยง หากอาการไม่ลดลงและตรวจพบรอยฉีกขาดที่จอตา การรักษาด้วยเลเซอร์จะช่วยป้องกันจอตาลอกได้ อย่างไรก็ตาม การเห็นเงาดำอาจเกิดจากภาวะอื่นๆ ได้ ดังนั้นจึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากจักษุแพทย์
ปัญหาน้ำวุ้นตาเสื่อม BIM100 ดูแลสุขภาพตาอักเสบ
ปัญหาน้ำวุ้นตาเสื่อม BIM100 ดูแลสุขภาพตาอักเสบ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.jumbolifeshop.com/p/473
โทร. 094-709-4444 , 088-826-4444
ไลน์ : @jumbolife หรือคลื๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife
วุ้นตาเสื่อม
น้ำวุ้นลูกตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นลูกตาตกตะกอน (ภาษาอังกฤษ : Vitreous floaters, Eye floaters หรือ Floaters) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออย่างเข้าสู่วัยกลางคน ซึ่งจะทำให้มองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่ ยุง ลูกน้ำ หรือแมลง หรือเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ เส้น ๆ วง ๆ ลอยไปลอยมาในลูกตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง และเห็นได้ชัดในที่สว่าง โดยเฉพาะเวลาแหงนมองท้องที่สว่างใส มองไปที่ผนังสีขาว เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยนึกว่ามีหยากไย่อยู่ข้างนอกลูกตา เมื่อพยายามขยี้ตาแต่เงาดำก็ไม่หายไป สร้างความรำคาญ แต่พอนาน ๆ เข้าก็รู้สึกชินไปเอง
หมายเหตุ : วุ้นตา หรือ น้ำวุ้นตา (Vitreous body หรือ Vitreous humor) เป็นส่วนประกอบของลูกตาที่อยู่ภายในช่องตาส่วนหลัง (อยู่ที่หน้าต่อจอประสาทตาและแนบติดกับผิวของจอประสาทตา) มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน หนืด ๆ คล้ายเจลหรือไข่ขาว โดยมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 98-99% (ที่เหลือเป็นโปรตีน คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก ตลอดจนสารเกลือแร่ต่าง ๆ จึงทำวุ้นตามีลักษณะเป็นเจลใสหนืด ๆ)
ทั้งนี้วุ้นตาจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่าน ช่วยพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลม และเป็นแหล่งอาหารแก่แก้วตา จอประสาทตา และเนื้อเยื่อซีเลียรีบอดี้ (Ciliary body) เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นตาจะค่อย ๆ คลายความหนืดลง เมื่ออายุ 80 ปี มากกว่าครึ่งหนึ่งของวุ้นตาจะกลายเป็นน้ำใส ในผู้ป่วยสายตาสั้นวุ้นตาจะเริ่มเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป การเสื่อมของวุ้นตาจะทำให้บริเวณที่เคยยึดติดกับจอประสาทตาที่ค่อนข้างแน่นหลุดออกจนอาจนำไปสู่ภาวะจอประสาทตาหลุดลอกได้
“วุ้นในลูกตาเสื่อม” เกิดได้ง่ายและอันตรายต่อการมองเห็น
โดยปกติแล้วภาวะวุ้นในลูกตาเสื่อมมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่าภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นกับหนุ่มสาวคนทำงานออฟฟิศมากขึ้น จากพฤติกรรมการใช้หน้าจอมากเกินไป ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม
น้ำวุ้นตาเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของลูกตา โดยจะอยู่ทางด้านหลังเนื้อเยื่อเลนส์ เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นลูกตาจะเกิดการเสื่อมและกลายเป็นน้ำบางส่วน มักเกิดกับผู้ที่มีอายุมาก 40 ปีหรือ 50 ปีขึ้นไป เว้นแต่ในบางบุคคลที่อาจเกิดภาวะเสื่อมก่อนอายุดังกล่าว ด้วยปัจจัยบางอย่าง เช่น การได้รับการกระทบกระเทือนที่ดวงตา การผ่าตัดที่กระทำภายในลูกตา หรือในคนที่สายตาสั้นซึ่งจะเกิดการเสื่อมของวุ้นลูกตาได้เร็วกว่าคนทั่วไป อาจเกิดตั้งแต่อายุ 10 กว่าปีหรือ 20 กว่าปี ยิ่งสั้นมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น
ปกติแล้วไม่ทราบแน่ชัดว่าวุ้นลูกตามีหน้าที่อะไร เมื่อเกิดการเสื่อมจึงไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากนัก แต่ถ้าหากเสื่อมมากวุ้นตาจะจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้ส่วนที่ใสๆ เกิดเป็นฝ้า เมื่อมีแสงเข้ามาเยอะๆ จะเกิดเป็นเงาตกไปที่จอประสาทตา และเกิดเป็นจุดดำข้างใน หากวุ้นตากลายเป็นน้ำจุดดำจะลอยไปลอยมา และมักเห็นในที่ที่สว่างมากๆ หรือเมื่อมีแสงเข้ามาเยอะๆ จนทำให้เกิดเงาขึ้น แต่ในที่มืดจะมองไม่เห็นจุดดำที่ว่าเพราะไม่เกิดเงาที่จอประสาทตา บางครั้งอาจเกิดการดึงจอประสาทตา ทำให้เหมือนมีแสงแวบขึ้นมาคล้ายแฟลช และมักเห็นในที่มืด ปัญหาคืออาจทำให้เกิดการฉีกขาดของจอประสาทตาได้ ทำให้น้ำที่เกิดจากการเสื่อมของวุ้นไหลผ่านเข้าไปทางรอยฉีกขาด ทำให้จอประสาทตาลอก และส่วนที่ลอกจะเกิดการมองไม่เห็น คนไข้จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบังตาไว้ และส่วนที่มองไม่เห็นนั้นจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
Bim100 โรคตาเสื่อม อาการจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก
Bim100 โรคตาเสื่อม อาการจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.jumbolifeshop.com/p/473
โทร. 094-709-4444 , 088-826-4444
ไลน์ : @jumbolife หรือคลื๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife
วุ้นตาเสื่อม รู้ตัวช้าเสี่ยงตาบอดอย่างถาวร
เคยสังเกตไหม ทำไมจึงมองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่หรือยุงบินไปมา แต่พอพยายามจ้องมองแล้วมันกลับลอยหายไปอย่างรวดเร็ว มักมองเห็นชัดเจนขึ้นเวลามองไปบนท้องฟ้าหรือพื้นผนังสีขาว หรือบางครั้งเห็นแสงไฟวาบขึ้นมาในตาทั้งๆที่อยู่ในที่มืด หลายคนคงเคยมีประสบการณ์นี้ และเกิดความวิตกกังวลว่ามันคืออะไร อันตรายไหม จะทำให้ตาบอดหรือไม่ อาการเหล่านี้เกิดจากภาวะที่เรียกว่า วุ้นตาเสื่อม (Vitreous degeneration)
วุ้นตาเสื่อมคืออะไร
โดยปกติ ลูกตาเราจะมีวุ้นตา (vitreous) อยู่ภายในช่องตาส่วนหลังเพื่อคงรูปร่างของลูกตา ตั้งแต่เกิดวุ้นตาจะมีลักษณะเป็นเจลหนืด ใส ยึดติดกับจอตาที่บุอยู่ภายในลูกตาโดยรอบ ซึ่ง 99% ของวุ้นตาเป็นน้ำ ส่วนที่เหลือประกอบด้วยโปรตีน เส้นใย เช่น คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก และสารเกลือแร่ต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนหรืออาจจะเร็วขึ้นในบางภาวะ วุ้นตาจะเสื่อมตัวกลายสภาพเป็นน้ำ เส้นใยไฟเบอร์ขนาดเล็กในตาจะหดจับกันเป็นก้อนตะกอนขุ่น และวุ้นตาจะลอกออกจากผิวจอตา ทำให้เห็นเป็นเงาดำ อาจเป็นจุดเล็กๆ เส้นๆ หรืออาจเป็นวงๆลอยไปมาในตา เรียกภาวะนี้ว่า posterior vitreous detachment (PVD) ซึ่งเกิดจากการหลุดลอกของวุ้นตาที่เกาะอยู่เป็นวงรอบขั้วประสาทตา
ขณะที่วุ้นตาลอกตัวจากจอตา อาจมีการดึงรั้งของวุ้นตาที่จอตาบางบริเวณที่ยึดติดแน่น ทำให้เกิดการฉีกขาดที่จอตา พบได้ 10-20% ของผู้ป่วยที่มีวุ้นตาเสื่อม ซึ่งมักทำให้มีอาการเห็นแสงไฟวาบขึ้นในตา โดยจะเห็นชัดเจนในที่มืด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาจะนำไปสู่ภาวะจอตาหลุดลอก (retinal detachment) และสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้
“วุ้นในลูกตาเสื่อม” เกิดได้ง่ายและอันตรายต่อการมองเห็น
โดยปกติแล้วภาวะวุ้นในลูกตาเสื่อมมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่าภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นกับหนุ่มสาวคนทำงานออฟฟิศมากขึ้น จากพฤติกรรมการใช้หน้าจอมากเกินไป ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม
น้ำวุ้นตาเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของลูกตา โดยจะอยู่ทางด้านหลังเนื้อเยื่อเลนส์ เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นลูกตาจะเกิดการเสื่อมและกลายเป็นน้ำบางส่วน มักเกิดกับผู้ที่มีอายุมาก 40 ปีหรือ 50 ปีขึ้นไป เว้นแต่ในบางบุคคลที่อาจเกิดภาวะเสื่อมก่อนอายุดังกล่าว ด้วยปัจจัยบางอย่าง เช่น การได้รับการกระทบกระเทือนที่ดวงตา การผ่าตัดที่กระทำภายในลูกตา หรือในคนที่สายตาสั้นซึ่งจะเกิดการเสื่อมของวุ้นลูกตาได้เร็วกว่าคนทั่วไป อาจเกิดตั้งแต่อายุ 10 กว่าปีหรือ 20 กว่าปี ยิ่งสั้นมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น
ปกติแล้วไม่ทราบแน่ชัดว่าวุ้นลูกตามีหน้าที่อะไร เมื่อเกิดการเสื่อมจึงไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากนัก แต่ถ้าหากเสื่อมมากวุ้นตาจะจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้ส่วนที่ใสๆ เกิดเป็นฝ้า เมื่อมีแสงเข้ามาเยอะๆ จะเกิดเป็นเงาตกไปที่จอประสาทตา และเกิดเป็นจุดดำข้างใน หากวุ้นตากลายเป็นน้ำจุดดำจะลอยไปลอยมา และมักเห็นในที่ที่สว่างมากๆ หรือเมื่อมีแสงเข้ามาเยอะๆ จนทำให้เกิดเงาขึ้น แต่ในที่มืดจะมองไม่เห็นจุดดำที่ว่าเพราะไม่เกิดเงาที่จอประสาทตา บางครั้งอาจเกิดการดึงจอประสาทตา ทำให้เหมือนมีแสงแวบขึ้นมาคล้ายแฟลช และมักเห็นในที่มืด ปัญหาคืออาจทำให้เกิดการฉีกขาดของจอประสาทตาได้ ทำให้น้ำที่เกิดจากการเสื่อมของวุ้นไหลผ่านเข้าไปทางรอยฉีกขาด ทำให้จอประสาทตาลอก และส่วนที่ลอกจะเกิดการมองไม่เห็น คนไข้จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบังตาไว้ และส่วนที่มองไม่เห็นนั้นจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆBim100 โรคตาเสื่อม อาการจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก
อาการตาแห้ง ต้อกระจก BIM100 ดูแลสุขภาพโรคตาเสื่อม
อาการตาแห้ง ต้อกระจก BIM100 ดูแลสุขภาพโรคตาเสื่อม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.jumbolifeshop.com/p/473
โทร. 094-709-4444 , 088-826-4444
ไลน์ : @jumbolife หรือคลื๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife
“วุ้นในลูกตาเสื่อม” เกิดได้ง่ายและอันตรายต่อการมองเห็น
โดยปกติแล้วภาวะวุ้นในลูกตาเสื่อมมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่าภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นกับหนุ่มสาวคนทำงานออฟฟิศมากขึ้น จากพฤติกรรมการใช้หน้าจอมากเกินไป ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม
น้ำวุ้นตาเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของลูกตา โดยจะอยู่ทางด้านหลังเนื้อเยื่อเลนส์ เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นลูกตาจะเกิดการเสื่อมและกลายเป็นน้ำบางส่วน มักเกิดกับผู้ที่มีอายุมาก 40 ปีหรือ 50 ปีขึ้นไป เว้นแต่ในบางบุคคลที่อาจเกิดภาวะเสื่อมก่อนอายุดังกล่าว ด้วยปัจจัยบางอย่าง เช่น การได้รับการกระทบกระเทือนที่ดวงตา การผ่าตัดที่กระทำภายในลูกตา หรือในคนที่สายตาสั้นซึ่งจะเกิดการเสื่อมของวุ้นลูกตาได้เร็วกว่าคนทั่วไป อาจเกิดตั้งแต่อายุ 10 กว่าปีหรือ 20 กว่าปี ยิ่งสั้นมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น
ปกติแล้วไม่ทราบแน่ชัดว่าวุ้นลูกตามีหน้าที่อะไร เมื่อเกิดการเสื่อมจึงไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตมากนัก แต่ถ้าหากเสื่อมมากวุ้นตาจะจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้ส่วนที่ใสๆ เกิดเป็นฝ้า เมื่อมีแสงเข้ามาเยอะๆ จะเกิดเป็นเงาตกไปที่จอประสาทตา และเกิดเป็นจุดดำข้างใน หากวุ้นตากลายเป็นน้ำจุดดำจะลอยไปลอยมา และมักเห็นในที่ที่สว่างมากๆ หรือเมื่อมีแสงเข้ามาเยอะๆ จนทำให้เกิดเงาขึ้น แต่ในที่มืดจะมองไม่เห็นจุดดำที่ว่าเพราะไม่เกิดเงาที่จอประสาทตา บางครั้งอาจเกิดการดึงจอประสาทตา ทำให้เหมือนมีแสงแวบขึ้นมาคล้ายแฟลช และมักเห็นในที่มืด ปัญหาคืออาจทำให้เกิดการฉีกขาดของจอประสาทตาได้ ทำให้น้ำที่เกิดจากการเสื่อมของวุ้นไหลผ่านเข้าไปทางรอยฉีกขาด ทำให้จอประสาทตาลอก และส่วนที่ลอกจะเกิดการมองไม่เห็น คนไข้จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบังตาไว้ และส่วนที่มองไม่เห็นนั้นจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับการรักษาหากเป็นเพียงวุ้นในลูกตาเสื่อม แพทย์จะไม่ได้ทำการรักษาเพราะถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าหากเกิดการฉีกของจอประสาทตา แพทย์จะทำการป้องกันไม่ให้เกิดการหลุดลอก โดยการทำให้เกิดเป็นแผลเป็น ใช้วิธีการยิงเลเซอร์ หากยังไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายๆ อาจใช้ความเย็นจี้ร่วมด้วย และถ้าหากเกิดการหลุดลอกของจอประสาทตาไปแล้ว จะต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อรักษา
โดยทั่วไปมักเกิดกับคนอายุมากตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป แต่ในบางรายอาจมีปัจจัยมากระตุ้นให้เกิดภาวะดังกล่าวได้เร็วขึ้น ได้แก่ การได้รับการกระทบกระเทือนที่ดวงตา การรับการผ่าตัดที่กระทำภายในดวงตา หรือในคนที่มีปัญหาสายตาสั้นซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น ยิ่งสั้นมากยิ่งเสี่ยงมาก โดยเฉพาะผู้ที่สายตาสั้นตั้งแต่ 600 ขึ้นไป ส่วนการเพ่งที่หน้าจอนานๆ ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ว่าทำให้เกิดการเสื่อมของวุ้นลูกตา แต่ในขณะเพ่งอาจทำให้เกิดการสั้นของสายตาแบบชั่วคราว เมื่อเลิกใช้หน้าจอหรือเลิกเพ่งแล้วพักให้เต็มที่ก็จะกลับสู่ภาวะปกติและไม่มีผลต่อวุ้นในลูกตา แต่ถ้าหากเพ่งนานติดต่อกันอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตา เคืองตา หรือปวดตา
BIM100 ดูแลสุขภาพตาเสื่อม วุ้นในตาเสื่อม
BIM100 ดูแลสุขภาพตาเสื่อม วุ้นในตาเสื่อม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.jumbolifeshop.com/p/473
โทร. 094-709-4444 , 088-826-4444
ไลน์ : @jumbolife หรือคลื๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife
วุ้นตาเสื่อม (Eye Floaters) เป็นภาวะที่ทำให้มองเห็นจุดเล็ก ๆ ลอยผ่านไปมา โดยจะมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไป เช่น จุดดำเล็ก ๆ หรือวงใหญ่ ๆ คล้ายเมฆ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบว่าเกิดเป็นจุดขนาดเล็กหลาย ๆ จุดพร้อมกัน หรือมีเพียงจุดขนาดใหญ่เกิดขึ้นเพียง 1 หรือ 2 จุด และจะสามารถสังเกตได้ชัดเจนเมื่อมองไปที่ที่มีพื้นหลังสีสว่าง
อาการวุ้นตาเสื่อม อาการวุ้นตาเสื่อมที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
-จุดที่เกิดขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ จุดสีดำหรือสีเทา เป็นเส้นเกลียว ใยแมงมุม หรือวงแหวน
-เมื่อเคลื่อนไหวดวงตา จุดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะเคลื่อนที่ด้วยเช่นกัน แต่หากตั้งใจที่จะมองไปยังจุดดังกล่าว ก็จะหายไปจากการมองเห็นอย่างรวดเร็ว
-จุดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้ชัดเจนเมื่อไปยังพื้นผิวที่เป็นสีพื้นและสว่าง เช่น ท้องฟ้าหรือกำแพงสีขาว
เมื่อใดที่ควรพบแพทย์?
พบว่ามีอาการวุ้นตาเสื่อมมากผิดปกติ
เกิดจุดใหม่หรือมีการวุ้นตาเสื่อมเกิดขึ้นใหม่อย่างกะทันหัน
เห็นแสงวาบ
สูญเสียการมองเห็นที่บริเวณรอบข้าง
เจ็บตา
นอกจากนั้น อาการเหล่านี้อาจเกิดจากประสาทตาฉีกขาด โดยอาจเกิดขึ้นพร้อมกับจอตาลอก ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายและควรพบแพทย์โดยเร็ว
สาเหตุของวุ้นตาเสื่อม สาเหตุของวุ้นตาเสื่อมเกิดจากเศษเนื้อตาย (Debris) ที่ลอยอยู่ในวุ้นตา โดยวุ้นตามีลักษณะใสคล้ายเจลลี่ที่อยู่บริเวณตรงกลางของลูกตา และในภาวะปกติ น้ำวุ้นตาเป็นน้ำใส ไม่มีสี และมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อวุ้นตาหรือน้ำวุ้นตาเสื่อมจะทำให้เกิดเศษเนื้อตายตกตะกอน อาจเป็นอณูเล็ก ๆ เป็นจุดเดียว หลายจุด เป็นวงหรือเป็นเส้น โดยหากอณูเหล่านี้ถูกแสงจากข้างหน้าดวงตา จะทำให้เกิดเป็นเงาทอดไปยังจอตา หรืออณูเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการหักเหของแสงที่ผ่านมาจากส่วนหน้าดวงตาและกระจายไปตกที่จอตาส่วนต่างๆ ทำให้เกิดการรับรู้ว่ามีจุดมืดเกิดขึ้น และเนื่องจากอณูเหล่านี้อยู่ในน้ำวุ้นซึ่งเป็นน้ำ จึงมีการเคลื่อนไหวตามการขยับของลูกตา ทำให้รับรู้ว่ามีบางสิ่งลอยไปมา
นอกจากนั้น สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้วุ้นตาเสื่อมเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งของเหลวที่คล้ายวุ้นในลูกตาก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาหรือเกิดกระบวนการที่ทำให้วุ้นดังกล่าวหลุดจากผิวของลูกตาไป แต่ส่วนใหญ่จะไมก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ และไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่
การอักเสบที่ด้านหลังดวงตาหรือยูเวียอักเสบ (Posterior Uveitis) ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อหรือโรคที่เกิดการอักเสบ
เลือดออกในตา เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การบาดเจ็บ และปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด
จอประสาทตาฉีกขาดหรือจาตาลอก แต่จะพบได้น้อยมาก และเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เพราะอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






