jumbohealth.blogspot.com รวมบทความสาระดีๆเกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อการมีสุขภาพที่ยืนยาวและแข็งแรง
วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
Bim100 น้ำมังคุด วิธีบำบัดโรคเอดส์
Bim100 น้ำมังคุด วิธีบำบัดโรคเอดส์ มีตัวช่วยต้านเชื้อ HIV
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bim100foryou.com/
โทร 089-071-8889, 094-709-4444
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))
หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife
โรคเอดส์ เป็นยังไง?
โรคเอดส์เป็น ลักษณะโรคภูมิต้านทานผิดพลาด (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมไม่วโนเดฟีเชียนซีเชื้อไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกกล้วยๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งปฏิบัติภารกิจกำจัดสิ่งเจือปนหรือเชื้อโรคที่ไปสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากเพิ่มขึ้น ก็เลยทำให้คนไข้มีภูมิต้านทานลดลง จนถึงสุดท้ายร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกายได้ ก็เลยทำให้คนเจ็บที่ติดโรคเอชไอวีนั้นสามารถติดเชื้อโรคได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งการทำให้เป็นโรคติดเชื้อโรคอื่นๆตามมา อย่างเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา ฯลฯ โดยส่วนมากคนเจ็บโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกต่างๆ
เชื้อไวรัสเอชไอวีทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างไร
เอชไอวีคือเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง, เชื้อไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดโรคได้ มีไวรัสหลายชนิดแพร่กระจายได้ในหลายๆวิธีและก่อให้เกิดโรคหลายๆโรค เช่นไข้หวัดแพร่กระจายผ่านทางอากาศ, โรคเริมแพร่กระจายผ่านทางการสัมผัสทางร่างกาย และโปลิโอแพร่กระจายผ่านทางการดื่มน้ำที่ไม่บริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม เชื้อเอชไอวีแพร่จากคนที่ติดเชื้อเอชไอวีเข้าสู่กระแสเลือดของอีกคนหนึ่งเท่านั้น
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคุณ
ระบบภูมิคุ้มกันคือระบบป้องกันโดยธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อและโรคต่าง ๆ ระบบภูมิคุ้มกันประกอบขึ้นด้วยเซลล์แบบต่าง ๆ ซึ่งทำงานร่วมกันในการติดตามและทำลายเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ และเชื้อโรค, เซลล์เม็ดเลือดขาว (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซีดีโฟร์ ที-เซลล์, CD4 T-cells) เป็นเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันที่มีความสำคัญในการประสานงานในระบบภูมิคุ้มกันของคุณ
เชื้อไวรัสเอชไอวีทำอะไร
เชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าโจมตีเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจำเพาะเจาะจงให้ซีดีโฟร์ เซลล์ติดเชื้อและใช้เป็นแหล่งแพร่พันธุ์และทำลายซีดีโฟร์ เซลล์ไปในขั้นตอนนั้นด้วย ยิ่งซีดีโฟร์ เซลล์ถูกทำลายไปมากเท่าไหร่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง เมื่อนั้นความเสี่ยงในการติดเชื้อและเจ็บป่วยยิ่งมีสูงขึ้น เมื่อปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการบำบัดรักษา จำนวนซีดีโฟร์ เซลล์จะเหลือน้อยถึงขั้นอันตรายได้และกลายเป็นโรคเอดส์ในที่สุด
การตอบสนองในร่างกายคุณ
เพื่อต่อสู้กับเชื้อเอชไอวี ร่างกายจะผลิตสารต่อต้านเชื้อโรค อย่างไรก็ตามสารต่อต้านเชื้อโรคไม่สามารถต่อสู้กับปริมาณไวรัสที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ การเข้ารับบำบัดรักษาช่วยให้ร่างกายของคุณต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วงจรชีวิตของเชื้อเอชไอวี
1. เชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าสู่กระแสเลือด
2 & 3.เชื้อไวรัสเอชไอวีผนึกตัวและเข้าสู่ซีดีโฟร์ – เซลล์
4. เชื้อไวรัสเอชไอวีปล่อยข้อมูลทางพันธุกรรมของมันเข้าสู่เซลล์
5. กระบวนการพิเศษนี้สามารถทำให้ข้อมูลทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสกลายเป็นส่วน หนึ่งของ ซีดีโฟร์ – เซลล์ แล้วเข้าสู่นิวเคลียสของเซลล์
6. ตอนนี้ซีดีโฟร์ – เซลล์ได้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีอย่างถาวรแล้ว
7. เชื้อไวรัสเริ่มเพิ่มจำนวนตัวมันเองในซีดีโฟร์ – เซลล์
8. ในที่สุดซีดีโฟร์ – เซลล์จะปริแตกออก แล้วเชื้อไวรัสก็แตกตัวกระจาย สร้างและเพิ่มจำนวนตัวมันเองในเลือด ผนึกตัวและเข้าสู่ซีดีโฟร์ – เซลล์ เพิ่มจำนวนตัวมันเองในซีดีโฟร์ – เซลล์ และเป็นกระบวนการซ้ำๆเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด
แนวทางการดูแลสุขภาพโรคเอดส์ Bim100 น้ำมังคุด
แนวทางการดูแลสุขภาพโรคเอดส์ เชื้อHIV Bim100 อาหารเสริมน้ำมังคุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bim100foryou.com/
โทร 089-071-8889, 094-709-4444
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))
หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife
เชื้อไวรัสเอชไอวีมีผลกระทบต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกายเช่นไร
เอชไอวีเป็นเชื้อไวรัสประเภทหนึ่ง, เชื้อไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากมาย ที่สามารถไปสู่ร่างกายและก็ก่อกำเนิดโรคได้ มีเชื้อไวรัสหลายประเภทแพร่ได้ในหลายๆแนวทางแล้วก็นำไปสู่โรคหลายๆโรค ดังเช่นหวัดแพร่ขยายผ่านทางอากาศ, โรคเริมแพร่ผ่านทางการสัมผัสทางร่างกาย และก็โปลิโอแพร่ผ่านทางการกินน้ำที่ไม่บริสุทธิ์ อย่างไรก็แล้วแต่ เชื้อเอชไอวีแพร่จากผู้ที่ติดเชื้อโรคเอชไอวีไปสู่กระแสโลหิตของอีกคนหนึ่งแค่นั้น
ระบบภูมิต้านทานของร่างกายคุณ
ระบบภูมิต้านทานเป็นระบบคุ้มครองปกป้องโดยธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งคุ้มครองป้องกันร่างกายจากการรับเชื้อแล้วก็โรคต่างๆระบบภูมิต้านทานประกอบขึ้นด้วยเซลล์แบบต่างๆซึ่งทำงานด้วยกันสำหรับการติดตามรวมทั้งทำลายเชื้อเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียแล้วก็เชื้อโรคอื่นๆที่ก่อเกิดการรับเชื้อ รวมทั้งเชื้อโรค, เซลล์เม็ดเลือดขาว (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซีดีโฟร์ หน-เซลล์, CD4 T-cells) เป็นเซลล์ระบบภูมิต้านทานที่มีความหมายสำหรับเพื่อการติดต่อประสานงานในระบบภูมิต้านทานของคุณ
เชื้อไวรัสเอชไอวีทำอะไร
เชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าจู่โจมเซลล์ระบบภูมิต้านทาน ซึ่งเจาะจงชี้เฉพาะให้ซีดีโฟร์ เซลล์ติดเชื้อโรคและก็ใช้เป็นแหล่งขยายพันธุ์แล้วก็ทำลายซีดีโฟร์ เซลล์ไปในขั้นตอนนั้นด้วย ยิ่งซีดีโฟร์ เซลล์ถูกทำลายไปๆมาๆกเท่าใด ระบบภูมิต้านทานของร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอลงเพียงแค่นั้น เมื่อระบบภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแอลง เมื่อนั้นการเสี่ยงสำหรับเพื่อการติดเชื้อโรคและก็เจ็บไข้ได้ป่วยยิ่งมีสูงมากขึ้น เมื่อปลดปล่อยไว้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานโดยมิได้รับการบำบัดรักษา ปริมาณซีดีโฟร์ เซลล์จะเหลือน้อยถึงขนาดอันตรายได้รวมทั้งแปลงเป็นโรคเอดส์ท้ายที่สุด
การตอบสนองภายในร่างกายคุณ
เพื่อต่อสู้กับเชื้อเอชไอวี ร่างกายจะผลิตสารต้านเชื้อโรค แต่สารต้านทานเชื้อโรคไม่สามารถที่จะต่อสู้กับจำนวนเชื้อไวรัสที่สองเท่าขึ้นเรื่อยการเข้ารับบรรเทาช่วยทำให้ร่างกายของคุณต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้อย่างมีคุณภาพ
โรคเอดส์ เป็นยังไง?
โรคเอดส์เป็น ลักษณะโรคภูมิต้านทานผิดพลาด (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมไม่วโนเดฟีเชียนซีเชื้อไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกกล้วยๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งปฏิบัติภารกิจกำจัดสิ่งเจือปนหรือเชื้อโรคที่ไปสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากเพิ่มขึ้น ก็เลยทำให้คนไข้มีภูมิต้านทานลดลง จนถึงสุดท้ายร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกายได้ ก็เลยทำให้คนเจ็บที่ติดโรคเอชไอวีนั้นสามารถติดเชื้อโรคได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งการทำให้เป็นโรคติดเชื้อโรคอื่นๆตามมา อย่างเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา ฯลฯ โดยส่วนมากคนเจ็บโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกต่างๆ
Bim100 น้ำมังคุด สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคเอดส์
Bim100 อาหารเสริมน้ำมังคุด สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคเอดส์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bim100foryou.com/
โทร 089-071-8889, 094-709-4444
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))
หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife
เชื้อเอชไอวี/โรคภูมิคุมกันบกพร่องมักถูกเขียนเป็นคำเดียวกัน แล้วก็สื่อความหมายแบบเดียวกัน แต่เชื้อเอชไอวี รวมทั้งโรคเอดส์สื่อความหมายแตกต่างกัน
เอชไอวีเป็นตัวย่อของคำว่า ฮิวแมน อิมไม่วโนเดฟฟิเชียนซี เชื้อไวรัส (Human Immunodeficiency virus) คนๆหนึ่งสามารถติดเชื้อโรคเอชไอวีได้ (HIV Positive) เมื่อเชื้อไวรัสนี้ไปสู่กระแสโลหิต
เชื้อเอชไอวีเข้าจู่โจมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งระบบภูมิต้านทานนี้รอคุ้มครองร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆถ้าหากระบบภูมิต้านทานของคนๆหนึ่งได้รับความเสื่อมโทรมอย่างหนักจากเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสเอชไอวีนี้จะทำให้เกิดโรคภูมิคุมกันบกพร่อง ที่ย่อมาจาก แอคไควร์ อิมมูน เดฟฟิเชียนซี ซินโดรม (AIDS-Acquired Immune Deficiency Syndrome) ซึ่งก็คือคนๆนั้นมีลักษณะท่าทางที่จะติดโรครวมทั้งเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย เนื่องจากว่าร่างกายไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆได้เหมือนเช่นเคย
สาเหตุที่ทำให้ติดโรคเอดส์
เหตุที่ทำให้ติดเชื้อโรคเอชไอวีมีหลายประการ เป็น
จำนวนเชื้อเอชไอวี ถ้าเกิดได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องในจำนวนมาก ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการรับเชื้อสูงตามไปด้วย โดยเชื้อเอชไอวีพบได้ทั่วไปที่สุดในเลือด รองลงมาเป็น น้ำกามและก็น้ำในมดลูก
มีรอยแผล แม้มีรอยแผลรอบๆผิวหนังหรือโพรงปาก ย่อมทำให้ได้โอกาสติดโรคสูงมากขึ้น (จากการร่วมเพศทางโพรงปาก) ด้วยเหตุว่าเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง สามารถไปสู่รอยแผลได้
ความบ่อยมากสำหรับเพื่อการสัมผัสเชื้อ แม้มีการสัมผัสเชื้อไวรัสบ่อยครั้ง ช่องทางเสี่ยงที่จะติดโรคก็มีสูงมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น นักค้นคว้าที่จะต้องทำทดสอบ ศึกษาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชไอวี ฯลฯ
การได้รับเชื้อแบบอื่นๆอย่างเช่น แผลเริม ซึ่งแผลประเภทนี้จะมีเม็ดเลือดขาวอยู่ที่รอบๆรอยแผลเยอะมาก ทำให้เพิ่มการเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อได้ง่าย
การที่ได้รับการวิเคราะห์ว่าติดเชื้อโรคเอชไอวี มิได้แปลว่าบุคคลนั้นเป็นโรคเอดส์หรือจำต้องเสียชีวิต การบำบัดรักษาจะช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งผู้ติดโรคเอชไอวีสามารถที่จะดำรงชีพได้ธรรมดา และก็มีสุขภาพที่บริบูรณ์ แข็งแรงได้
ใครควรตรวจหาเชื้อเอชไอวี
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านเพศสัมพันธ์ เช่น เปลี่ยนคู่นอนบ่อย เป็นต้น
ผู้ที่กำลังจะแต่งงาน
ผู้ที่สงสัยว่าคู่นอนของตนมีพฤติกรรมเสี่ยง
ผู้ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก
ผู้ที่จะเดินไปทำงานต่างประเทศ เพราะต้องการข้อมูลที่สนับสนุนเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพร่างกาย
เชื้อเอชไอวีแพร่ไปได้อย่งไร
เชื้อเอชไอวีพบได้ในสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่นเลือด น้ำอสุจิ เมือกในช่องคลอด และผ่านทางน้ำนมแม่ การติดเชื้อเกิดขึ้นเมื่อสารคัดหลั่งในร่างกายจากผู้ที่มีเชื้อ ได้เข้าสู่กระแสเลือดของอีกคนหนึ่งเท่านั้น
Bim100 น้ำมังคุด กระตุ้นสารในร่างกายต้านHIV
อาหารเสริม Bim100 น้ำมังคุด กระตุ้นสารในร่างกายต้านHIV ดูแลสุขภาพโรคเอดส์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bim100foryou.com/
โทร 089-071-8889, 094-709-4444
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))
หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife
การติดต่อของโรคเอดส์มี 3 ทางดังต่อไปนี้
1. การมีเซ็กส์กับคนที่มีเชื้อเอชไอวี
การร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อโรคเอชไอวีเป็นต้นเหตุหลักของการรับเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศกับเพศใดก็ตาม ดังนี้จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยากล่าวว่า 83% ของผู้ติดโรคเอชไอวีนั้น ได้รับเชื้อมาจากการร่วมเพศทั้งปวง
2. การได้รับเชื้อทางเลือด
การรับเชื้อเอชไอวีเจอได้ใน 2 กรณี เป็น
2.1 ใช้เข็มฉีดยาด้วยกัน หรือแม้กระทั้งการใช้กระบอกเอาไว้สำหรับฉีดยาร่วมกับผู้ติดโรคเอชไอวี ซึ่งพบได้มากในกรุ๊ปผู้เสพสิ่งเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น
2.2 รับเลือดมาจากการผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางประเภท ในสมัยก่อนมีการติดเชื้อโรคเอชไอวีจากวิถีทางนี้ออกจะมากมาย เนื่องจากว่ายังไม่มีการพิสูจน์เลือดที่ละเอียดนัก แม้กระนั้นตอนนี้ได้มีการนำเลือดที่รับบริจาคไปพบตรวจค้นเชื้อก่อนทุกคราว ทำให้อัตราการรับเชื้อจากการรับเลือดต่ำลงอย่างยิ่ง
3. การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก
มีต้นเหตุที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วมีท้อง โดยเชื้อเอชไอวีจะถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด แม้กระนั้นปัจจุบันนี้ได้ศึกษาค้นพบวิธีการป้องกันการแพร่ระบาดจากแม่สู่ลูกได้เสร็จแล้ว โดยกรรมวิธีการกินยาต่อต้านเชื้อไวรัสในตอนตั้งท้อง จะช่วยลดการเสี่ยงจากการติดเชื้อของเด็กแรกคลอดลงได้
เชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ถูกเขียนเป็นคำเดียวกัน แล้วก็สื่อความหมายแบบเดียวกัน แต่เชื้อเอชไอวี รวมทั้งโรคเอดส์สื่อความหมายแตกต่างกัน
เอชไอวีเป็นตัวย่อของคำว่า ฮิวแมน อิมไม่วโนเดฟฟิเชียนซี เชื้อไวรัส (Human Immunodeficiency virus) คนๆหนึ่งสามารถติดเชื้อโรคเอชไอวีได้ (HIV Positive) เมื่อเชื้อไวรัสนี้ไปสู่กระแสโลหิต
เชื้อเอชไอวีเข้าจู่โจมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งระบบภูมิต้านทานนี้รอคุ้มครองร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆถ้าหากระบบภูมิต้านทานของคนๆหนึ่งได้รับความเสื่อมโทรมอย่างหนักจากเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสเอชไอวีนี้จะทำให้เกิดโรคภูมิคุมกันบกพร่อง ที่ย่อมาจาก แอคไควร์ อิมมูน เดฟฟิเชียนซี ซินโดรม (AIDS-Acquired Immune Deficiency Syndrome) ซึ่งก็คือคนๆนั้นมีลักษณะท่าทางที่จะติดโรครวมทั้งเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย เนื่องจากว่าร่างกายไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆได้เหมือนเช่นเคย
การที่ได้รับการวิเคราะห์ว่าติดเชื้อโรคเอชไอวี มิได้แปลว่าบุคคลนั้นเป็นโรคเอดส์หรือจำต้องเสียชีวิต การบำบัดรักษาจะช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งผู้ติดโรคเอชไอวีสามารถที่จะดำรงชีพได้ธรรมดา และก็มีสุขภาพที่บริบูรณ์ แข็งแรงได้
Bim100 น้ำมังคุด นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด HIV
อาหารเสริมดูแลสุขภาพ Bim100 น้ำมังคุด นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด HIV โรคเอดส์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bim100foryou.com/
โทร 089-071-8889, 094-709-4444
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))
หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife
โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการรับเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า HIV ซึ่งเชื้อไวรัสประเภทนี้จะก่อให้ระบบภูมิต้านทานของผู้ติดโรคดำเนินการผิดพลาด ในขณะนี้ยังเป็นไปไม่ได้รักษาให้หายสนิท ทำเป็นเพียงแค่ ควบคุมอาการแล้วก็รักษาแบบประคับประคอง ก็เลยทำให้โรคภูมิคุมกันบกพร่อง เป็นโรคที่ใครๆต่างกลัว ด้วยเหตุว่ารู้สึกว่าเป็นแล้วจำเป็นต้องเสียชีวิต แม้กระนั้นที่จริงแล้วมีแนวทางช่วยเหลือให้ผู้ติดเชื้อโรคสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นานนับสิบปี วันนี้พวกเราก็เลยนำความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์มาฝาก เพื่อที่พวกเราจะได้ทำความรู้จักโรคภูมิคุมกันบกพร่องอย่างถ่องแท้ และก็คิดแผนป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างแม่นยำ
โรคเอดส์ เป็นยังไง?
โรคเอดส์เป็น ลักษณะโรคภูมิต้านทานผิดพลาด (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยมีต้นเหตุมาจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมไม่วโนเดฟีเชียนซีเชื้อไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกกล้วยๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งปฏิบัติภารกิจกำจัดสิ่งปลอมปนหรือเชื้อโรคที่ไปสู่ร่างกาย
เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยทำให้ผู้เจ็บป่วยมีภูมิต้านทานลดน้อยลง จนถึงท้ายที่สุดร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกายได้ ก็เลยทำให้คนไข้ที่ติดเชื้อโรคเอชไอวีนั้นสามารถติดโรคได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งการทำให้เป็นโรคติดเชื้อโรคอื่นๆตามมา อาทิเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา ฯลฯ โดยส่วนมากคนเจ็บโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกต่างๆ
เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่ไปได้โดย ;
-เซ็กซ์ที่ไม่ปลอดภัย (เซ็กซ์โดยไม่ใช้ถุงยาง)
-ใช้เข็มฉีดยา วัสดุอุปกรณ์ฉีดยา รวมทั้งเครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆสำหรับเพื่อการฉีดยาด้วยกัน
-การเจาะและก็สักร่างกายที่เครื่องใช้ไม้สอยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
-จากแม่ที่ติดเชื้อโรคสู่ลูกในขณะท้อง ในระหว่างคลอด แล้วก็โดยผ่านทางทะเลนมแม่
-การถ่ายเลือด รวมทั้ง/หรือสินค้าจากเลือดในบางประเทศ, ในประเทศออสเตรเลีย-การ-ถ่ายเลือดรวมทั้งสินค้าจากเลือดมีความปลอดภัย
Bim100 น้ำมังคุด สร้างภูมิคุ้มกันต้าน HIV
Bim100 อาหารเสริมน้ำมังคุด สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายต้านเชื้อโรคHIV
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bim100foryou.com/
โทร 089-071-8889, 094-709-4444
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))
หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife
เชื้อเอชไอวี/โรคภูมิคุมกันบกพร่องมักถูกเขียนเป็นคำเดียวกัน รวมทั้งสื่อความหมายเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีเชื้อเอชไอวี แล้วก็โรคภูมิคุมกันบกพร่องสื่อความหมายแตกต่างกัน
ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องเป็นตัวย่อของคำว่า ฮิวแมน อิมไม่วโนเดฟฟิเชียนซี เชื้อไวรัส (Human Immunodeficiency virus) คนๆหนึ่งสามารถติดโรคเอชไอวีได้ (HIV Positive) เมื่อเชื้อไวรัสนี้ไปสู่กระแสโลหิต
เชื้อเอชไอวีเข้าจู่โจมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งระบบภูมิต้านทานนี้รอคุ้มครองปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆถ้าหากระบบภูมิต้านทานของคนๆหนึ่งได้รับความทรุดโทรมอย่างหนักจากเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องนี้จะก่อให้เกิดโรคภูมิคุมกันบกพร่อง ที่ย่อมาจาก แอคไควร์ อิมมูน เดฟฟิเชียนซี ซินโดรม (AIDS-Acquired Immune Deficiency Syndrome) ซึ่งก็คือคนๆนั้นมีทิศทางที่จะติดเชื้อและก็ไม่สบายได้ง่าย เพราะเหตุว่าร่างกายไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆได้เหมือนเช่นเคย
การที่ได้รับการวิเคราะห์ว่าติดโรคเอชไอวี มิได้แสดงว่าบุคคลนั้นเป็นโรคโรคภูมิคุมกันบกพร่องหรือจำเป็นต้องเสียชีวิต การบำบัดรักษาจะช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งผู้ติดโรคเอชไอวีสามารถที่จะดำรงชีพได้ธรรมดา รวมทั้งมีสุขภาพที่บริบูรณ์ แข็งแรงได้
เชื้อเอชไอวีแพร่ไปได้อย่งไร
เชื้อเอชไอวีเจอได้ในสารคัดเลือกหลั่งภายในร่างกาย ได้แก่เลือด น้ำกาม มูกในมดลูก แล้วก็ผ่านทางเรือนมแม่ การได้รับเชื้อเกิดขึ้นเมื่อสารคัดเลือกหลั่งภายในร่างกายจากคนที่มีเชื้อ ได้ไปสู่กระแสโลหิตของอีกคนหนึ่งเพียงแค่นั้น
เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่ไปได้โดย ;
-เซ็กซ์ที่ไม่ปลอดภัย (เซ็กซ์โดยไม่ใช้ถุงยาง)
-ใช้เข็มฉีดยา เครื่องไม้เครื่องมือฉีดยา รวมทั้งเครื่องมืออื่นๆสำหรับการฉีดยาด้วยกัน
-การเจาะแล้วก็สักร่างกายที่เครื่องมือไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
-จากแม่ที่ติดเชื้อโรคสู่ลูกในขณะตั้งท้อง ในระหว่างคลอด และก็โดยผ่านทางทะเลนมแม่
-การเปลี่ยนถ่ายเลือด แล้วก็/หรือสินค้าจากเลือดในบางประเทศ, ในประเทศออสเตรเลีย-การเปลี่ยนถ่ายเลือดแล้วก็สินค้าจากเลือดมีความปลอดภัย
บิม100 ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายให้กลับมีคุณภาพชีวิตเป็นปกติ
อาหารเสริมบิม100 น้ำมังคุด ช่วยผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายให้กลับมีคุณภาพชีวิตเป็นปกติ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.bim100foryou.com/
โทร 089-071-8889, 094-709-4444
Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))
หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife
การรับเชื้อเอชไอวี
คนสามารถติดเชื้อโรคเอชไอวีโดยการสัมผัสกับเลือด น้ำเชื้อ ของเหลวจากช่องคลอด หรือแม้กระทั้งนมแม่ ต้นเหตุการแพร่ระบาดจำนวนมากมาจากการมีเซ็กส์และก็การใช้เข็มฉีดยาด้วยกัน หรือส่งผ่านจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งท้อง
ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยเป็นเรื่องจำเป็นที่คนควรจะมีเพศสัมพันธ์โดยสวัสดิภาพแล้วก็เลี่ยงการสัมผัสกับเข็มฉีดยาที่มิได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรค ไม่ว่าจะระหว่างการไปเจอหมอหรือการใช้เพื่อนันทนาการ
ยังมีความรู้ความเข้าใจไม่ถูกเกี่ยวกับต้นเหตุของการได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นการติดโรคเอชไอวีจากการประสานมือทัก การกอด การจุมพิต การจาม การใช้ห้องสุขาด้วยกัน การใช้ภาชนะรวมทั้งส้อมด้วยกันหรือการสัมผัสในต้นแบบอื่นๆที่ไม่ทำให้ติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง กระบวนการทำกิจกรรมที่กล่าวมานี้ ไม่สามารถที่จะทำให้ติดเชื้อโรคเอชไอวีได้
การรับเชื้อเอชไอวี 3 ระยะ
ระยะกระทันหัน (Acute HIV Infectious) เป็นระยะแรกของการได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เกิดขึ้นระหว่าง 2-4 อาทิตย์ภายหลังติดเชื้อโรค ในเวลานี้ผู้ติดโรคเยอะมากจะเริ่มมีลักษณะเหมือนป่วยหวัดใหญ่ เป็นต้นว่า เป็นไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต เมื่อยตามร่างกาย มีผื่นแล้วก็ปวดศรีษะ อาการกลุ่มนี้เรียกว่า acute retroviral syndrome หรือ ARS มีเหตุมาจากการที่ร่างกายสนองตอบต่อการรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง
ในเวลานี้ เชื้อไวรัสจะเพิ่มเป็นอย่างมากภายในร่างกาย ทำให้เซลล์ CD4 ภายในร่างกายลดปริมาณลงอย่างเร็ว เป็นระยะที่มีการเสี่ยงสูงมากมายที่ผู้ติดเชื้อโรคจะแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไปยังคนอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ก็เลยจะต้องคุ้มครองป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
แม้กระนั้น ภายหลังจากระยะฉับพลัน ระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะเบาๆทำให้จำนวนของเชื้อไวรัสอยู่ในระดับคงเดิม หรือเรียกว่า viral set point มีความหมายว่าเชื้อไวรัสมีจำนวนที่คงเดิมภายในร่างกายและก็จำนวนเซลล์ CD4 เริ่มมากขึ้นอีกรอบหนึ่ง แต่ว่าจะไม่สูงพอๆกับก่อนติดโรค
ระยะต่อมาเป็น ระยะสงบทางสถานพยาบาล (Clinical Latency Stage) เป็นระยะที่เชื้อไวรัสอยู่ภายในร่างกายโดยไม่มีการแสดงอาการอะไรก็แล้วแต่หรืออย่างยิ่งที่สุดเป็นมีลักษณะเพียงนิดหน่อย บางคราวเรียกเวลานี้ว่า ระยะติดโรคเรื้อรัง (chronic HIV infection) หรือ ระยะติดโรคโดยไม่มีอาการ (asymptomatic HIV infection) ในตอนนี้เชื้อไวรัสจะเพิ่มปริมาณมากยิ่งขึ้นในระดับที่ถือว่าต่ำ รวมทั้งชอบใช้เวลานานถึง 10 ปี แต่ว่าสำหรับผู้ติดเชื้อโรคบางบุคคลบางทีอาจใช้เวลาน้อยกว่านั้น
ระยะท้ายที่สุดเป็น ระยะโรคภูมิคุมกันบกพร่อง (AIDS) เป็นระยะที่การได้รับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องได้ปรับปรุงเป็นโรคโรคภูมิคุมกันบกพร่อง
ระบบภูมิต้านทานที่แข็งแรงมีจำนวนเซลล์ CD4 อยู่ระหว่าง 500 ถึง 1,600 ในตอนที่คนเจ็บโรคภูมิคุมกันบกพร่องมี CD4 ต่ำลงมากยิ่งกว่า 200 เมื่อถึงจุดนี้ระบบภูมิต้านทานได้ถูกทำลายอย่างหนักจนกระทั่งผู้เจ็บป่วยมีลักษณะอาการติดเชื้อโรคชุบมือเปิบ (opportunistic infections) ซึ่งมีต้นเหตุจากเชื้อโรคที่ไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคในผู้ที่มีระบบระเบียบภูมิต้านทานที่แข็งแรง แต่ว่าจะมีผลให้กำเนิดโรคกับคนที่ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอ แม้กระนั้นไม่ว่าผู้ติดเชื้อโรคมีจำนวน CD4 เท่าไรก็ตาม ถ้าเกิดมีลักษณะอาการติดโรคชุบมือเปิบอย่างใดอย่างหนึ่งหรือมากยิ่งกว่านับว่าผุ้ติดเชื้อโรคนั้นเป็นโรคโรคภูมิคุมกันบกพร่อง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






