แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามิน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ผิวสวยด้วยผลไม้ ทำได้ง่ายๆ

ผิวสวย  ด้วยผลไม้ สูตรพอกหน้าเพื่อผิวพรรณที่สดชื่น มาดูวิธีการกันเลย

ผิวสวยง่าย ๆ ด้วยผลไม้ (Woman Plus)

          ผลไม้นอกจากจะทานเพื่อเสริมวิตามินให้ผิวของเราสวยสดใสแล้ว ยังสามารถนำมาเป็นสูตรพอกหน้าเพื่อให้ผิวพรรณเราสดชื่นได้อีกด้วยนะคะ งั้นไม่รอช้า เรามาดูวิธีการกันเลยดีกว่า !

 กล้วย

          กล้วยนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน เอและซี ที่จะไปช่วยชดเชยน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ ที่เราสูญเสียไปทุก ๆ วัน กล้วยจึงช่วยให้เรามีผิวพรรณดี ผิวหน้าจะสดใส กระชับ เต่งตึง ขึ้นได้

          วิธีการ - นำกล้วยหอมประมาณครึ่งลูกมาบดให้ละเอียด แล้วผสมกับนมสดหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา พอกหน้าทิ้งไว้สัก 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น


 ฝรั่งสด

          ฝรั่งสามารถช่วยกระตุ้นและทำความสะอาด ผิวหน้าได้ดีเยี่ยม นอกจากจะได้รสชาติที่อร่อยแล้ว ยังได้วิตามินซีไปช่วยดูแลร่างกายอีกด้วย และยังช่วยให้ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำกลับมาผ่อนใสได้

          วิธีการ - นำเนื้อฝรั่ง 1 ลูกมาปั่น แล้วเอาเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก

 มะม่วง (สุก)

          วิตามินเอและซีในมะม่วง จะช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วและทำให้ผิวหน้าคงสภาพความอ่อนเยาว์ ทำให้ผิวหน้าของคุณเกลี้ยงเกลา สะอาด ไร้รอยเหี่ยวย่น

          วิธีการ - นำมะม่วงสุกมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วใช้ช้อนยีให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ระหว่างนี้ห้ามขยับใบหน้า ห้ามยิ้ม ห้ามพูดโดยเด็ดขาด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 มะละกอ

          มะละกอจะช่วยป้องกันการ อักเสบ ช่วยกระตุ้นและละลายสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้า ทำให้ใบหน้าสดใส และจุดด่างดำ ก็จะค่อยจางหายไป

          วิธีการ - ให้นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาทีค่อยล้างออก


 แตงโม

          ความชุ่มชื้นของน้ำแตงโมจะช่วยปรับสภาพ ผิวหน้า หลังการตากแดดให้กลับมามีสภาพดีดังเดิมได้ แค่นี้ผิวพรรณของเราก็จะกลับมาสดชื่นและนุ่มนวลดังเดิม

          วิธีการ - โดยการนำน้ำแตงโมงครึ่งถ้วยมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สัก 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นและตามด้วยน้ำเย็นอีกรอบ หรือจะนำเนื้อแตงโมมาฝานบาง ๆ ไปแช่เย็น แล้วเอามาวางให้ทั่วบนใบหน้าและลำคอ

 น้ำส้ม

          น้ำส้มมีวิตามินซีสูง จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ไม่มัน ช่วยปรับสมดุล กระชับผิว ปราศจากผดผื่น ไม่ทำให้เกิด สิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี และยังช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียนได้

          วิธีการ - นำน้ำส้มประมาณ 1/2 ถ้วยมาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ แล้วทาหน้าทิ้งไว้ 20 นาทีก่อนล้างออก

          วิธีการต่าง ๆ ที่ได้บอกไป ควรทำใช้ครั้งต่อครั้งนะคะ ไม่ควรจะทำทิ้งเอาไว้ เพราะจะทำให้สูญเสียคุณประโยชน์จากผลไม้ไป และการบำรุงทุกอย่างต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ดังนั้นแค่หมั่นทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการป้องกันผิวหน้าจากความเสี่ยงต่าง ๆ ก็จะทำให้ผิวของคุณสวยสดใสอยู่เสมอค่ะ




 Colla Colla คอลลา คอลล่า 30ซอง คอลลาเจนไดเปปไทด์ กลูต้าคอมเพล็กซ์
Colla Colla !! คอลลา คอลล่า
คอลลาเจนไดเปปไทด์นวัตกรรมใหม่! นำเข้าจากญี่ปุ่น
สูตรจัดเต็มที่สุด แตกต่างจากคอลลาเจนที่คุณเคยลองมาทั้งหมด!
✓ คอลลาเจนไดเปปไทต์พรีเมี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น 100%
✓ สูตรผิวสวย 15 ประการมากที่สุดในวงการ
✓ ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ขาวออร่า กว่าเดิม 3 เท่า ด้วยกลูต้าไธโอน และ กลูต้าไธโอนคอมเพล็กซ์!
✓ ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยและจุดด่างดำ ด้วย Q10 สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และ เปลือกสนฝรั่งเศส
✓ คุ้มค่ากว่าทุกแบรนด์ที่เคยลองมา!
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก!!!
http://tinyurl.com/collacolla30 
หรือ http://www.JumbolifeShop.com
โทร. 094-4350404 , 089-0718889
line id : JumbolifeShop
 Colla Colla คอลลา คอลล่า 30ซอง คอลลาเจนไดเปปไทด์ กลูต้าคอมเพล็กซ์




วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

โรคไมเกรน ปวดหัวอันแสนทรมาน


โรคไมเกรน ปวดหัวอันแสนทรมาน

ที่มา โรงพยาบาลเวชธานี

ปัญหาทางระบบประสาทอย่างหนึ่ง ที่สร้างความทรมานอย่างยิ่งให้กับผู้ที่ต้องเผชิญคือ อาการปวดหัว โดยมากมักเป็น ๆ หาย ๆ บ้างก็ทราบสาเหตุ บ้างก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่เมื่อเป็นแล้วนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตในด้านอื่น ๆ อีกด้วย

ปวดศีรษะ (Headaches)

ปัญหาของอาการปวดศีรษะมักเกิดจากสาเหตุต่า งๆ ทั้งจากโรคของสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง การอักเสบของเส้นประสาท และปัญหาที่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น ความดันโลหิตสูง รับประทานยาบางชนิด เป็นไข้ กระดูกคอเสื่อม ความเครียด ไมเกรน สาเหตุ ต่าง ๆ เหล่านี้ อาจแยกจากกันไม่ได้ชัดเจน ต้องอาศัยการตรวจพิเศษและดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษา เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

อาการสำคัญที่ควรพบแพทย์ด่วน

 1.อาการปวดศีรษะเฉียบพลัน หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
 2.มีอาการอาเจียน เป็นไข้ คอแข็ง แขนขาชาและอ่อนแรง ตามองไม่เห็น เป็นอาการร่วมกับการปวดศีรษะ หรือเป็นอาการนำ
 3.เสียการทรงตัว หมดสติ สับสนจำอะไรไม่ได้
 4.ผู้ป่วยที่กินยาแก้ปวดเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน แต่อาการไม่ทุเลาหรือมีอาการมากขึ้น

ปวดศีรษะ ไมเกรน

ไมเกรน และความเครียด เป็นสาเหตุของการปวดศีรษะ 85-90% ของประชากรทั่วไป ปวดศีรษะ ไมเกรน มีอาการดังต่อไปนี้

 ปวดเป็นพักๆ จะเป็นๆ หายๆ ข้างใดข้างหนึ่ง ปวดตุบๆ เหมือนชีพจรกำลังเต้น บางรายปวดมากจนทำงานไม่ได้
 อาการปวด ไมเกรน มักปวดบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา ขมับและขากรรไกร
 อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
 เห็นแสงสว่าง แสงสี ตาพร่ามัว ก่อนหรือระหว่างการปวดศีรษะ ไมเกรน
 ระยะเวลาในการปวด ไมเกรน นานประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งมักพบการปวด ไมเกรน ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

อาการปวดศีรษะ ไมเกรน มัก จะเริ่มช่วงวัยรุ่นเมื่ออายุมากขึ้น บางครั้งผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนอาจจะมีอาการนำ aura เช่นเห็นแสงแลบ ตามองไม่เห็น ชาซีกใดซีกหนึ่งเรียกว่า “Classic Migrain” แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการนำเรียกว่า “Common Migrain”  ถึงแม้ว่า ไมเกรน เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่หากเข้าใจโรคและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ก็สามารถทำให้ควบคุมโรค ไมเกรน ได้

สาเหตุของการปวดศีรษะ ไมเกรน

ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่า สาเหตุของ ไมเกรน เกิดจากอะไร เชื่อว่าเกิดจากการหลั่งสารเคมีรอบๆ เส้นเลือดสมอง ทำให้มีการปวด ไมเกรน เกิดขึ้น

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ไมเกรน

 1.การนอนหลับมาก หรือน้อยเกินไป หรือนอนไม่เป็นเวลา
 2.รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรืออดอาหารนานๆ น้ำตาลในเลือดต่ำ
 3.เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรสและสารกันบูด เนยแข็ง ช็อกโกแลต
 4.สิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง อากาศร้อน รวมทั้งกลิ่นต่างๆ เช่น กลิ่นน้ำหอม กลิ่นเหม็น ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย
 5.การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ
 6.ฮอร์โมนเพศสูง ช่วงมีประจำเดือน และการตั้งครรภ์ในช่วงเดือนแรกๆ

การวินิจฉัยโรค ไมเกรน

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค ไมเกรน โดย การซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาท โดยถามถึงลักษณะอาการปวด ตำแหน่งที่ปวด ความรุนแรงของอาการปวด อาการเตือนก่อนปวด และอาการร่วม รวมถึงระยะเวลาที่ปวดแต่ละครั้ง ความถี่ของการปวด เป็นต้น สำหรับการปวดศีรษะจากโรคอื่นๆ อาจมีลักษณะคล้ายกัน บางครั้งจึงมีความจำเป็นต้องตรวจพิเศษ เพื่อจำแนกโรคให้ชัดเจน

การรักษา ไมเกรน

 1.ควรดูแลและรักษาสุขภาพอย่างใกล้ชิด นอนให้เพียงพอ นอนให้เป็นเวลา
 2.หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ท่านสามารถสังเกตได้ เช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม
3.การรักษาเพื่อขจัดความปวดโดยการใช้ยา ซึ่งมีทั้งยาแก้ปวด ไมเกรน และยาป้องกัน ไมเกรน ซึ่งการจะใช้ยาชนิดใด ควรได้รับการแนะนำหรือปรึกษาจากแพทย์ก่อน



 

OPERATION BIM ปฏิบัติการภูมิคุ้มกันบำบัด ดูแลปัญหาจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง SLE สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ กระเพาะอักเสบ กรดไหลย้อน ไมเกรน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และมะเร็ง เป็นต้น






WellUp C-Rum เวลอัพซีรั่ม เบต้ากลูแคนลิขสิทธิ์จาก Wellmune 

สหรัฐอเมริกา สูตรพิเศษเพิ่มภูมิคุ้มกัน จากงานวิจัยระดับโลก


Wellmune WGP® สุดยอดนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว   Wellmune WGP® คือ เบต้ากลูแคน ทีมีโครงสร้างเฉพาะ (Beta 1,3/1,6 Gluco Polysaccharide (Yeast Beta-Glucan)) ได้จากผนังเซลล์ของเบเกอร์ยีสต์( Baker Yeast - Saccharomyces cerevisiae) สายพันธุ์พิเศษ โดยวิธีการสกัดและทำให้บริสุทธิ์ ทีได้รับสิทธิบัตรของบริษัท Biotera Inc., อเมริกา  Wellmune WGP® เท่านั้น ที่่มีผลวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์บนวารสารการแพทย์สากลทีได้รับการยอมรับ มากมาย เกี่ยวกับ การติดเชื้อ ทางเดินหายใจส่วนบน โรคไข้หวัด การติดเชื้อ Anthrax อาการภูมิแพ้จากไข้ ละอองฟาง การเจ็บป่วยและความเครียดที่เกิดจากการใช้กำลังทางร่างกายสูง และจากการทำงานหนัก การต่อต้านมะเร็ง                      ภาพที่ 1 แสดง วารสารทางการแพทย์ที่ใช้ Beta Glucan Wellmune WGP ในการศึกษา การต่อต้านเซลล์ มะเร็ง *บ่อยครั้ง ที่ผู้ผลิตBeta Glucan จากแหล่งอื่น มักอ้างผลวิจัยของ Wellmune WGP® ซึ่งมีโครงสร้างของB-1,3/1,6-Glucan ที่มี ความถี่ ปริมาณ และความยาวของBranched Chain แตกต่างกัน มีผลทำให้การออกฤทธิ์ในร่างกายแตกต่างกัน และไม่สามารถนำผลวิจัยมาใช้อ้างอิงแทนกันได้     เบต้ากลูแคนทำงานอย่างไรในร่างกาย เมื่อเรารับประทาน เบต้ากลูแคน Wellmune WGP® เข้าไป Wellmune WGP® จะถูกย่อยที่บริเวณผนังลำไส้เล็กส่วน lleum ที่เรียกว่า Peyer's Patches โดย เซลล์มาโครฟาส หรือ เซลล์ต่อสู้โรค ให้กลายเป็นแท่ง (fragment) เล็กๆ ของ B-1,3/1,6-Gluco Polysaccharide จะไปจับกับ Receptor ของ Neutrophils (เซลล์เม็ดเลือดขาวที่คอยกำจัดเชื้อโรค) ซึ่่งจะทำให้ Neutrophils มีความจำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรค มากขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาและจับกับสิ่งแปลกปลอมเพื่อทำลายสิ่งแปลกปลอมในร่างกายได้เร็วขึ้น    วิดีโอสาธิต การทำงานของ เบต้ากลูแคน Wellmune WGP® ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น     ภาพที่ 2 แสดง การทำงานของเบต้ากลูแคน Wellmune WGP®          เนื่องจาก Wellmune WGP®  ทำการเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาว Neutrophil ที่มีอยู่แล้วในร่างกาย(ซึ่งปกติ Neutophil มีอายุเพียง 2-3 วัน เท่านั้น) โดยไม่ได้ไปกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มเติม หรือ ไม่ได้กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอื่นๆจึงปลอดภัย       นอกจากนั้น Wellmune WGP® เป็นสาร B-1,3/1,6-Gluco Polysaccharide เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต และผ่านกระบวนการผลิตให้มีความบริสุทธิ์สูง จึงไม่ก่อให้เกิดความแพ้ (โดยปกติสารประเภทโปรตีนมักจะก่อให้เกิดการแพ้)    ผลงานรับรองคุณภาพ           ภาพที่ 2 Wellmune WGP®, ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่น ในหัวข้อเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เมื่อปี 2007 ที่งาน IFT Food Expo ของสถาบัน Institute of Food Technologists’ (IFT) ในประเทศเม็กซิโก ภาพที่ 3 Wellmune WGP®, ได้รับรางวัลผลงานวิจัยและพัฒนาดีเด่น ในหัวข้อเรื่อง การเพื่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ในปี 2009 ภาพที่ 4 Wellmune WGP®, ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในหัวข้อเรื่อง การเพื่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ในปี 2011   ประโยชน์ - ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ป้องกันโรคหวัด ป้องกันโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจทุกชนิด เช่น โรคหวัด โรคภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่  - ช่วยลดการเจ็บป่วยและความเครียดที่เกิดจากการใช้กำลังทางร่างกายสูง - มีงานวิจัยทางการแพทย์ว่าช่วย ต่อต้านเซลล์มะเร็ง ความปลอดภัย Wellmune WGP® ผ่านกระบวนการผลิตให้มีความบริสุทธิสูง จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ได้รับการรับรองจาก - คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย - European Food Safety Authority (EFSA) ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารเสริม ในประเทศแถบยุโรป - Generally Recognized as Safe (GRAS) under U.S. FDA  - Halal - Kosher - Non-allergenic - GMO-free ปริมาณที่แนะนำ ต่อวัน จากผลงานวิจัยต่างๆ สรุปได้ว่าปริมาณของ Wellmune WGP®  ที่แนะนำต่อวัน คือ 250 มิลลิกรัม/วัน หรือ 2.5 มิลลิกรัม/นํ้าหนักตัว/วัน (กรณีใช้ในสูตรอาหารเด็ก)   Wellmune WGP® แตกต่างจาก Beta Glucan แหล่งอื่นอย่างไร Beta Glucan เป็นชื่อเรียกกลุ่มสารกว้างๆซึ่ง Beta Glucan ที่ได้จากแต่ละแหล่ง มีความแตกต่างกันทั้งในด้านโครงสร้าง คุณสมบัติทางเคมี และประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ 1. Cereal Beta Glucan เช่น Oat Beta Glucan มีโครงสร้างเป็น Linear Beta 1,3-/1,4 Glucan มีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านลด Chloresterol เท่านั้น 2. Mushroom Beta Glucan - มีส่วนประกอบของ Beta Glucan ที่มีโครงสร้าง Short Beta 1,3- Branched B 1,6 และ Branched Beta 1,3-/1,6 Chain ที่แตกต่างกันผสมอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้วิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาว่า Beta Glucan โครงสร้างใด ให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรได้ยาก นอกจากนี้ยังได้มาจากเห็ดหลายสายพันธุ์ จึงทำให้ มีผลวิจัยด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจำกัด 3.Yeast Beta Glucan-มีโครงสร้างเป็น Long Beta 1,6- Branched B 1,3 ให้ประโยชน์ต่อร่างกายในแง่ระบบภูมิคุ้มกัน สามารถสกัดและทำให้บริสุทธิ์โดยวิธีที่ได้รับสิทธิบัตร ปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง ซึงแตกต่างจาก Beta Glucan ที่ได้จาก Baker Yeast สายพันธุ์อื่นๆ หรือ Brewer Yeast Beta Glucan (ซึ่งสกัดจากของเหลือทิ้งในการหมักเบียร์ จึงมีราคาถูกและมักไม่มี Halal Certificate) ซึ่งข้อมูลจำกัดในด้านประสิทธิภาพความปลอดภัย และไม่ได้รับอนุญาติในหลายประเทศ




วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มาฝึกความอ่อนตัว(Flexibility)กัน มีประโยชน์มากหลาย...


มาฝึกความอ่อนตัว(Flexibili
ty)กัน มีประโยชน์มากหลาย...

1. ป้องกันโอกาสที่กล้ามเนื้อจ
ะเกิดการบาดเจ็บได้
2. พัฒนาความสามารถของร่างกายใ
นด้านต่างๆ เช่น การยกของ, การเตะฟุตบอล เพราะเมื่อกล้ามเนื้อมีความอ่อนตัวเพิ่มขึ้นร่างกายจะสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้
3. ลดอาการปวดหลัง!!!
การยืดเหยียดกล้ามเนื้อจะสา
มารถช่วยอาการปวดหลังได้ในบางราย เพราะสาเหตุหนึ่งที่ปวดหลังเป็นเพราะความอ่อนตัวที่ไม่ดีของกล้ามเนื้อบริเวณ ขาด้านหลัง(Quadriceps) กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก(iliopsoas)
4. ช่วยคลายเครียดและรู้สึกผ่อ
นคลาย
5. ลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหล
ังออกกำลังกาย
6. เพิ่มการไหลเวียนของสารอาหา
รไปที่กล้ามเนื้อ
เราสามารถฝึกความอ่อนตัวด้ว
ยตัวเองที่บ้านได้ง่ายๆ โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแต่ละส่วน จนรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ต้องพยายามยืดมากนะครับเอาแค่ที่กำลังรู้สึกตึงๆเพราะไม่อย่างนั้นจะบาดเจ็บเอานะครับ เด๋วมันจะยืดได้มากขึ้นถ้าทำเป็นประจำ ข้อควรระวัง!!อย่าโยกในขณะที่กำลังยืดเหยียดอยู่ หลังจากที่ยืดเหยียดออกไปแล้วให้ทำค้างไว้ประมาณ10-30วินาที





กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เติมเต็มริ้วรอยรู้สึกได้ใน5นาที
ผลิตและวิจัยโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก!!!
หรือโทร 089-071-8889