วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เคล็ดลับวิธีการลดพุงแต่ละแบบ...

เคล็ดลับวิธีการลดพุงแต่ละแบบ...เอ๊ะ!! 
พุงของคุณเป็นแบบไหนมาดูกันเลย
     

          ผู้หญิงอย่างเรา หรือแม้แต่ผู้ชาย มักจะชอบบ่นเรื่องมีพุง พุงป่อง พุงโต กันเป็นประจำ และการที่เรามีพุงยื่นออกมา เป็นที่น่ารำคาญใจ มันมีสาเหตุมาจากอะไร พออ่านมาถึงตรงนี้ คงจะมีหลายคน รีบตอบอย่างมั่นใจ ว่าที่เป็นก็เพราะกินเยอะไป จนอ้วนลงพุงนั่นล่ะ แต่คุณจะรู้หรือไม่ ว่าหน้าท้อง ที่มันยื่นออกมานั่น อาจมาจากสาเหตุอื่น นอกจากการกินก็ได้ และที่สำคัญ ลักษณะของพุง หรือหน้าท้องของคนเรา ยังสามารถแบ่งแยกได้เป็นหลายประเภทด้วยนะ แต่จะแบ่งเป็นประเภทไหนบ้าง ลองไปหาคำตอบพร้อมๆ กันเลยค่ะ


“พุงเป็นชั้น” (Spare Tyre Tummy)
                 
          ถือว่าเป็นพุงแบบที่แก้ไขได้ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยสาเหตุหลัก มาจากการกินอาหารที่มีรสหวานมากจนเกินไป และขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ โดยคนประเภทนี้มีแนวโน้มว่า จะเป็นผู้ที่ทำงานแบบนั่งโต๊ะ โดยมีนิสัยชอบกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต พวก ข้าว แป้ง ขนมปัง เค้ก และขนมหวาน โดยที่จะมีชั้นของไขมันที่มาก และมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน

วิธีลดพุงเป็นชั้น

          - ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัว เพิ่มไขมันหน้าท้อง อยากให้ทราบว่า การดื่มแค่เพียงไม่กี่แก้ว จำนวน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้มีไขมันหน้าท้อง หรือเรียกได้ว่าพุงยื่น นั่นเอง
          - หลีกเลี่ยงอาการประเภทที่มีไขมันสูง เลิกกินอาหารจำพวกแป้ง เช่น ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เพราะมันเต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรต น้ำมัน น้ำตาล เกลือ และสารกันบูด ซึ่งไม่ส่งผลดีกับร่างกายเลย
          - เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ ที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารทอด หรือผัด ที่ต้องใช้น้ำมันเยอะๆ
          - ออกกำลังกายให้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเข้ายิมให้วุ่นวาย เพียงแค่ออกกำลังกายง่ายๆ ขณะอยู่บ้าน เช่นการเล่นโยคะ หรือเดินให้มากขึ้น ก็สามารถช่วยได้


“พุงเครียด” (Stress Tummy)
                

          พุงเครียดนี้ มักจะเกิดกับคนที่มีนิสัยชอบความเฟอร์เฟค สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง และอาจมีปัญหาในเรื่องระบบย่อยอาหารควบคู่ไปด้วย เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) จึงทำให้หน้าท้องเกิดการบวมอืด โดยจะมีหน้าท้องยื่นออกมาระหว่างช่วงสะดือ และกระบังลม เมื่อเกิดความเครียดขึ้น ร่างกายก็จะผลิต คอร์ติซอล (cortisol) ฮอร์โมน ที่ทำให้ร่างกายผลิตไขมันขึ้นที่บริเวณหน้าท้อง คนที่มีนิสัยชอบกินอาหารไม่ตรงตามเวลา กินบางมื้อ ข้ามบางมื้อ และทำให้ไตทำงานผิดปกติ เพราะชอบทานเครื่องดื่ม ที่มีสารคาเฟอีน และกินอาหารขยะเป็นประจำ

วิธีลดพุงเครียด

          - ทำใจให้สบาย แล้วนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ถ้าเกิดอาการเครียดจนนอนไม่หลับ ระบบของร่างกาย ก็จะทำงานเผาพลาญพลังงานไม่เป็นปกติ และเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดการสะสมของน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตเอาไว้มากขึ้น
          - หาเวลาผ่อนคลายความเครียด เช่นการนอนแช่น้ำนานๆ หรือไปพักผ่อน เข้าร้านสปา และลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน ห้ามดื่มมากเกินวันละ 2 แก้ว
          - การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อาจไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหา พุงเครียด เพราะมันจะทำให้ฮอร์โมน คอร์ติซอล (cortisol) ถูกผลิตออกมามากขึ้น เปลี่ยนเป็นการเล่นโยคะ เดินไกล หรือกีฬาที่เสริมสร้างความแข็งแรง ให้กับกล้ามเนื้อแทน


"พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง" (The Little Pooch)
               
          ผู้หญิงที่มีพุงลักษณะนี้ มักจะเป็นคนที่มีธุรกิจรัดตัว ยุ่งอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะต้องทำงานอยู่ตลอด อาจจะเป็นคนที่ชอบ หรือเรียกว่าเสพติดการออกกำลังกายด้วยซ้ำ แต่ชอบออกกำลังกายท่าซ้ำๆ แน่นอนว่ามันทำให้ร่างกายคุณดูผอม แต่กลับมีพุงยื่นออกมา ทำลายภาพลักษณ์โดยรวมซะหมด อย่าออกกำลังกายส่วนท้องมากเกินไป เพราะมันจะทำให้หน้าท้องมีกล้ามเนื้อ และยื่นออกมาอย่างที่เห็น

วิธีลดพุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง

          - การรับประทานที่มีกากใยมากๆ สามารถช่วยให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้นได้ และสามารถลดอาการบวดอืด ของหน้าท้อง โดยเน้นการรับประทานอาหารประเภท ผักใบเขียว ธัญพืชให้มากขึ้น
          - การซิทอัพ ที่ผิดวิธี จะทำให้เกิดอาหารปวดหลังได้ ลองเปลี่ยนจากการซิทอัพ เป็นท่าแพลงกิ้ง วิดพื้น เพื่อออกกำลังกายช่วงแขน บ่า ไหล่ บ้าง
          - ลองเปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายแบบเซต สลับกันไปในแต่ละท่า ให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังกายหมด


"พุงคุณแม่" (The Mummy Tummy)
               
          คนที่มีพุงลักษณะนี้ มักจะเป็นคุณแม่ ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตรมาเมื่อไม่กี่ปี หรือมดลูกหย่อน ซึ่งโดยปกติแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ถึงจะกลับคืนสู่สภาพปกติ ซึ่งที่เราเรียกว่า มดลูกเข้าอู่นั่นเอง ซึ่งคุณแม่ทั้งหลาย ก็อย่าเพิ่งรีบร้อน ที่จะทำให้หน้าท้อง กลับคืนสู่สภาพเดิม จนกว่าจะถึงเวลานั้นนะคะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า อย่าเพิ่งออกกำลังกาย จนกว่าร่างกายจะกลับสู่สภาวะปกติ ตอนนี้ให้เอาเวลาไปสนใจลูกน้อยที่เพิ่งคลอดดีกว่า จะไม่ได้ต้องเครียดจนเกินไป

วิธีการลดพุงคุณแม่

          - ให้ลองกินผลิคภัณฑ์เสริมอาหาร ประเภทน้ำมันตับปลา เพื่อเพิ่มฮอร์โมนเผาพลาญไขมัน และลดการทำงานของฮอร์โมนที่เก็บสะสมไขมัน โดยการรับประทานน้ำมันตับปลาชนิดแคปซูล 1,000 มิลลิกรัม จำนวน 3 เม็ดทุกวัน ระหว่างรับประทานอาหาร
          - พยายามรับประทานไขมันที่มีประโยชน์ เช่น ไขมันจากถั่ว น้ำมันมะกอก เป็นประจำทุกวัน
          - นอนกลางวัน และยืดเส้นยืดสายซักเล็กน้อย ก่อนเข้านอน เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ที่ช่วยในการเผาพลาญไขมันให้มากขึ้น


"พุงป่อง" (The Bloated Tummy)
 
             

          พุงลักษณะนี้ มักจะแบนราบในตอนเช้า และบวมอืดในตอนกลางวัน เนื่องจากแก๊ส ที่มาจากอาหารไม่ย่อย หรือที่เรียกว่าท้องอืดนั่นเอง และเป็นไปได้ว่า จะเกิดจากการแพ้อาหาร ลำไส้ทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารไม่ดี และเกิดจากการกินอาหาร แบบนี้เป็นประจำ โดยที่ไม่รู้เลยว่าแพ้อาหารชนิดนั้นๆ

วิธีลดอาการพุงป่อง The Bloated Tummy

          - อาหารส่วนใหญ่ ที่ทำให้เกิดอาหารเช่นนี้ คือ พาสต้า ขนมปัง พิซซ่า เค้ก แอลกอฮอล์ หรือ นม เนย ชีส หรือแม้แต่โปรตีนจากข้าว อย่างกลูเตน ก็ทำให้หน้าท้องบวมขึ้นมา จนเป็นปัญหาหน้าท้องใหญ่
          - ลองลดอาหารน่าสงสัย ที่กินอยู่ทุกวัน แล้วคอยสังเกตดูว่า หน้าท้องยังมีอาการอืดอยู่หรือไม่ และเพิ่มการรับประทานอาหารจำพวกพืชผัก และรับประทานโปรตีน จากปลา หรือไก่แทน
          - รับประทานอาหารมื้อเช้า และหลีกเลี่ยงการทานอาหารในเวลากลางคืน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
          - ลองรับประทานอาหารจำพวก กระเทียม หัวหอม กะหล่ำปลี หรือผักเคล ให้มากขึ้น
          - หลักการรับประทานอาหาร ลองเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารซักครู่ เพื่อช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้น




 http://www.jumbolifeshop.com/product/100/%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1-%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B9%8C

ตัวอย่างผู้ใช้โลชั่นลดไขมัน 


ตัวอย่างผู้ใช้โลชั่นลดไขมัน 





วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

5 อาหารเช้าที่แย่ที่สุด

5 อาหารเช้าที่แย่ที่สุด


1. หมูติดมันทอดกรอบ


ปัจจุบันนี้หันไปทางไหนก็เจอร้านหมูติดมันทอดกรอบ ๆ ขายริมทางคู่กับข้าวเหนียวมากมาย แถมราคาก็ไม่แพง จึงเป็นที่นิยมกันอย่างมาก จริง ๆ แล้วหมูติดมันทอดกรอบพวกนี้ไม่ใช่อาหารที่อันตรายหากทานไม่บ่อย แต่อย่าทานบ่อยแล้วกันเพราะมีน้ำมันและไขมันเยอะ ทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคตได้

2. แท่งธัญพืช

แน่นอนว่าธัญพืชเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่แท่งธัญพืชเป็นอาหารที่ได้รับการแปรรูปจากผู้ผลิตมาแล้ว หลายครั้งผู้ผลิตใส่น้ำตาลมากเกินไป ถ้าทานบ่อยนอกจากส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้วยังทำให้อ้วนอีกด้วย

3. ปาท่องโก๋จิ้มนมข้นหวาน

ปาท่องโก๋เป็นอาหารโปรดยามเช้าของคนไทย หลายบ้านให้ลูกทานปาท่องโก๋คู่กับนมข้นหวาน แต่อย่าให้ทานบ่อยแล้วกันค่ะเพราะส่วนมากปาท่องโก๋ทำจากแป้งขัดขาว เป็นชนิดของแป้งที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลและเข้าสู่กระแสเลือดได้ไว แถมปาท่องโก๋นั้นทำด้วยวิธีทอดในน้ำมันกระทะใหญ่ ยิ่งส่งผลเสียเข้าไปอีก

4. หมูปิ้ง

จริงๆ แล้วการทานหมูปิ้งคู่กับข้าวเหนียวไม่ใช่มื้อเช้าที่เลวร้าย แต่โดยมากหมูปิ้งที่ขายกันอยู่มักมีส่วนที่ไหม้เยอะหากอยากทานพยายามหาร้านที่หมูไม่ไหม้มาก หรือพยายามตัดเอาส่วนที่ไหม้ออก จะได้ลดความเสี่ยงมะเร็งกันนะคะ

5. ขนมครก

ขนมครกเป็นอาหารโปรดยามเช้าของคนไทย บางบ้านให้ลูกทานขนมครกคู่กับนมหรือเครื่องดื่มร้อน แต่อย่าลืมว่าขนมครกนั้นเป็นของหวาน เพราะฉะนั้นหากทานแป็นอาหารเช้าย่อมได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ถ้าจะทานควรทานเป็นของว่างในปริมาณไม่มากดีกว่า




 FOS Detox Apple Flavor - ฟอส ดีท็อกซ์ รสแอปเปิ้ล
FOS Detox Apple Flavor - ฟอส ดีท็อกซ์ รสแอปเปิ้ล
ไม่ใช่การบังคับให้ขับถ่ายแบบหมดไส้ หมดพุง หรือปวดท้องทรมานก่อนการขับถ่าย แต่เป็นการ ดีท็อกซ์แบบองค์รวมที่ไม่เพียงแค่ขับสารพิษออกจากร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ยังช่วยปรับสมดุลระบบการทำงานของร่างกายให้คุณอีกด้วย เพียงทานและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง 3-5 วัน* 
ผลลัพธ์ที่ได้คือ สุขภาพของคุณจะดีขึ้นตามลำดับอย่างเห็นได้ชัด  เช่น

การขับถ่ายจะสะดวกขึ้นใน                1 วัน
การดูดซึมอาหารจะดีขึ้นใน               3 วัน
กลิ่นผายลมจะลดลงใน                      3 วัน
ระบบขับถ่ายจะเข้าสู่ภาวะสมดุลใน  7 วัน
กลิ่นปากและกลิ่นตัวลดลงใน            7 วัน
ผิวพรรณจะเปล่งปลั่งขึ้นใน             14 วัน
ระบบเลือดจะสะอาดขึ้นใน               14 วัน

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก!!!
โทร.089-071-8889 , 094-435-0404
line id : JumbolifeShop




วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เคี้ยวช้าลง เสริมสุขภาพให้ดีขึ้นได้


เคี้ยวช้าลง เสริมสุขภาพให้ดีขึ้นได้

อ้ำๆๆ เคี้ยวช้า เคี้ยวเร็ว คุณสาวๆ เป็นคนเคี้ยวอาหารแบบไหนกันเอ่ย…? 
คุณสาวๆ ทราบมั้ยคะว่า อัตราการเคี้ยวอาหารนั้น สามารถบ่งบอกโรคได้นะคะ ยิ่งเคี้ยวเร็ว กลืนเร็วมากเท่าไหร่ สุขภาพของคุณสาวๆ ก็จะยิ่งแย่ลงเท่านั้น มาดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะว่า ถ้าเราเคี้ยวอาหารให้ช้าลงแล้วนั้น จะส่งผลดีได้อย่างไร…^_^

…..ข้อดีอย่างแรกเลยนั่นก็คือ จะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารนั่นเองค่ะ ถ้าหากว่าคุณสาวๆ เคี้ยวอาหารให้ช้าลง ระบบการย่อยอาหารก็จะทำงานน้อยและช้าลง ทำให้มีประสิทธิภาพในการย่อยสารอาหารต่างๆ ได้มากขึ้น

…..เคี้ยวช้า เคี้ยวดีมีจังหวะ จะช่วยกระตุ้นต่อมน้ำลาย และต่อมใต้หู ส่งผลทำให้ร่างกายหลั่งสารฮอร์โมนที่มีผลต่อสมอง ทำให้เกิดการพัฒนาในด้านการขบคิด มีสมาธิดี ช่วยให้สมองแข็งแรงขึ้นได้นั่นเอง



……………เคี้ยวช้า กี่ครั้ง ส่งผลอย่างไรบ้าง……………

— 30 ครั้ง ต่อ 1 คำ ถ้าหากว่าคุณสาวๆ อยากมีเหงือกและฟันที่แข็งแรง ก็ให้ใช้จังหวะในการเคี้ยวอาหาร 30 ครั้ง ต่อ 1 คำ ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป

— 50 ครั้ง ต่อ 1 คำ อาจจะนานไปสักนิด แต่รับรองว่าถูกใจสาวๆ ที่กำลังไดเอตแน่นอนค่ะ เพราะการเคี้ยวอาหารในจังหวะนี้ จะช่วยลดน้ำหนักได้ เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำ ที่มากเกินความจำเป็นดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แถมยังช่วยลดความตึงเครียด ความกังวลต่างๆ ได้อีกด้วยล่ะค่ะ

— 60 ครั้ง ต่อ 1 คำ อาการท้องผูกจะลดลงได้ ถ้าคุณสาวๆ เริ่มการเคี้ยวอาหารให้ช้าลงถึง 60 ครั้งต่อ 1 คำ ยิ่งถ้าคุณสาวๆ เลือกทานอาหารที่มีกากใยมากๆ ด้วยล่ะก็ จะยิ่งช่วยทำให้ระบบการย่อยทำงานได้ดีขึ้นค่ะ

— 80 ครั้ง ต่อ 1 คำ การเคี้ยวอาหารในลักษณะนี้ จะช่วยให้มีประสาทสัมผัสที่ไวขึ้น ความจำดี ที่สำคัญ ยังสามารถช่วยให้จำแนกรสชาติของอาหารได้อย่างแม่นยำ

— 100 ครั้ง ต่อ 1 คำ ส่งผลทำให้สมองของคุณ มีระบบการจัดการที่เป็นระบบ มีแบบแผนดีขึ้น ลดอารมณ์ที่เกิดจากความตึงเครียดได้มาก แถมยังช่วยให้เกิดความอยากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ลดน้อยลงอีกด้วยล่ะค่ะ

— 150 ครั้ง ต่อ 1 คำ เหมาะมากๆ สำหรับสาวๆ ที่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เมื่อเกิดความโกรธ หรือโมโห เพราะการเคี้ยวอาหารช้ามากแบบนี้ จะช่วยให้อารมณ์เย็นลงได้ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ดีขึ้นได้

— 200 ครั้ง ต่อ 1 คำ ช่วยให้สมองขบคิดกระบวนการคาดการณ์และวินิจฉัยปัญหาต่างๆ ได้แม่นยำมากขึ้น ยิ่งเคี้ยวช้า สมองของคุณก็จะยิ่งทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ

…..เรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องใกล้ตัว อย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ อย่างจังหวะในการเคี้ยวอาหารกันไปนะคะ ใส่ใจเพิ่มเติมอีกสักนิด รับรองว่า คุณจะเป็นคนที่มีสุขภาพจิต และสุขภาพกายที่แข็งแรงได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอนค่ะ



ข้อมูลจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)



 http://www.jumbolifeshop.com/product/227/pendura-ultimate-slimming-set-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C-%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93-%E0%B9%83%E0%B8%991%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7

Pendura Ultimate Slimming Set 
ที่สุดแห่งการลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน 
ดีท็อกซ์ บำรุงผิวพรรณ ใน1เดียว
รายละเอียดเพิ่มเติม 
http://tinyurl.com/penduraslimmingset
หรือ http://www.JumbolifeShop.com
โทร.094-435-0404,089-071-8889
line id : JumbolifeShop










เจ้าสาวอ้วน ลดน้ำหนัก จนสวยปิ๊ง เพื่อ ชุดเจ้าสาวในฝัน


เจ้าสาวอ้วน ลดน้ำหนัก จนสวยปิ๊ง เพื่อ ชุดเจ้าสาวในฝัน



     วันที่ผู้หญิงอยากเป็นคนที่สวยที่สุดในงานก็คือ วันแต่งงาน เมื่อใกล้ถึงวันสำคัญสาวๆ จึงพากัน ลดน้ำหนัก แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเลยทีเดียว แต่สาวคนนี้ทำได้! คริสตี้ โทมัส อายุ 25 ปี เธอพยายามที่จะ ลดน้ำหนัก ให้ได้ เพราะชุดแต่งงานที่เธอหมายตาเอาไว้ มีขนาดเพียงไซด์ 8 เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงชุดที่เธอใส่ใหญ่ถึงไซด์ 16 นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการ ลดน้ำหนัก

        ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยมีความตั้งใจที่จะ ลดน้ำหนัก จนกระทั่ง คริสตี้ ได้เห็นชุดแต่งงานชุดนี้ เธอรู้ทันทีเลยว่าชุดนี้เกิดมาเพื่อเธอ เธอจะไม่ปล่อยให้ความอ้วนมาเป็นอุปสรรคในการใส่ชุดแต่งงานในฝัน แม้มันจะเล็กมากเพียงไซด์ 8 ก็ตาม แทนที่เธอจะยอมแพ้ นี่กลับกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญให้เธอหันมา ลดน้ำหนัก อย่างจริงจัง คริสตี้รู้ว่าเหตุผลครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เธอกลับมามีรูปร่างที่ดีอีกครั้ง


        คริสตี้ อยากมีอัลบั้มรูปแต่งงานที่เธอสามารถภาคภูมิใจ และเธอรู้ว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้เป้าหมายในการ ลดน้ำหนัก สำเร็จ ก็คือ ชุดแต่งงาน เมื่อเธอมีเป้าหมายการ ลดน้ำหนัก ที่ชัดเจน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งพฤติกรรมการกินอาหารและไลฟ์สไตล์ เธอหยุดทานขนมขบเคี้ยวต่างๆ และไม่ทานขนมปังอีกเลย แต่หันไปออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์แทน


  ผลลัพธ์ที่ออกมามันช่างคุ้มค่าและน่าประทับใจจริงๆ เธอใช้เวลาเพียง 9 เดือน ก็สามารถเปลี่ยนไซด์ตัวเองจากสาวไซด์ 16 กลายมาเป็นสาวหุ่นเพรียวลมไซด์ 8 ก่อนหน้านี้เธอมีน้ำหนักถึง 97 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือแค่ 62 กิโลกรัม น้ำหนักหายไปถึง 35 กิโลกรัม


         สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เธอสามารถสวมใส่ชุดแต่งงานในฝันได้อย่างพอดีราวกับว่ามันตัดมาเพื่อเธอ วันแต่งงานเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต และเธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้ดูรูปแต่งงานของตัวเอง งานนี้คนที่ปลื้มที่สุดน่าจะเป็นเจ้าบ่าว เพราะเหมือนได้แฟนใหม่สวยราวกับนางฟ้า


        อยากบอกว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ ถ้าเราสามารถเอาชนะใจตัวเองได้ คุณก็สามารถชนะได้ทุกอย่าง สาวๆที่ตั้งใจอยาก ลดน้ำหนัก ลองหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองสักอย่าง แล้วทำตามความฝันนั้นให้ได้ แล้วคุณจะมีความสุขมากที่สุดเหมือนเจ้าสาวคนนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ




 โกลด์เชพ เฟิร์มมิ่งครีม ลดไขมันส่วนเกิน และเซลลูไลท์

ตัวอย่างผู้ใช้โลชั่นลดไขมัน 



ตัวอย่างผู้ใช้โลชั่นลดไขมัน 




5 วิธีบู๊สต์พลัง ป้องกัน มะเร็งเต้านม

5 วิธีบู๊สต์พลัง ป้องกัน มะเร็งเต้านม



มะเร็งเต้านม เป็นอีกโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกเป็นจำนวนมาก สาวๆหลายๆคนก็คงกลัวและกังวลว่า ตัวเองจะมีโอกาสเป็น มะเร็งเต้านม หรือเปล่า? วันนี้เรามีบทความดีๆจากนิตยสารชีวจิตมาฝากค่ะ กับ 5 วิธีบู๊สต์พลัง ป้องกัน มะเร็งเต้านม ไปดูกันเลยค่ะ


การกินอาหารและการออกกำลังกายของสาวๆ ก่อประโยชน์ทั้งความแข็งแรงแก่ร่างกาย และยังช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ปกติกลายสภาพเป็นเซลล์ร้าย อันเป็นต้นเหตุของ มะเร็งเต้านม อีกด้วย

จึงชวนคุณสาวๆมาดูแลสุขภาพเต้านมให้มีสุขภาพแข็งแรงด้วย 5 วิธี ดังนี้

1. รักษาน้ำหนักตัว

แม้ความสัมพันธ์ระหว่างความอ้วนกับมะเร็งเต้านมจะยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ผู้หญิงที่น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติจะมีความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกิน โดยจากการศึกษาล่าสุด พบว่า ผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) มากกว่า 30 ขึ้นไป มักมีเข้าข่ายเป็นโรคมะเร็ง อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่า 25
สาเหตุมาจากเนื้อเยื่อมะเร็งเต้านมในผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวมาก จะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนปริมาณสูง ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะกระตุ้นเซลล์มะเร็งเต้านมให้เจริญเติบโตและพัฒนามากขึ้น

2. หมั่นออกกำลังกาย

เพราะผู้หญิงที่นั่งนานๆ หรือไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย มีโอกาสที่มะเร็งเต้านมจะลุกลามประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีงานวิจัย ระบุว่า การออกกำลังกายสามารถช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคอ้วน รักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสมดุล และเสริมมวลกระดูก ทั้งนี้ งานวิจัยยังได้แนะนำว่า วิธีออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด คือ การเดิน นั่นเอง โดยทำวันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 วัน

3. กินอาหารให้สมดุล

ควรกินผักและผลไม้ที่มีสารแอนติออกซิแดนต์ อย่างเช่น บลอกโคลี กะหล่ำปลี คะน้า แตงโม ธัญพืช และและอาหารที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น เมล็ดฟักทอง วอลนัท ถั่วเหลือง และปลา เพราะสารอาหารเหล่านี้ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้

4. งดดื่มแอลกอฮอล์

ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าวันละ 1-2 แก้ว มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเต้านม
มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป ถึงแม้รักษาหายดีแล้ว ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นมะเร็งได้เช่นกัน

5. กินวิตามินดีให้เพียงพอ

มีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ได้รับวิตามินดีหรือมีระดับวิตามินดีในร่างกายต่ำ จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่า ผู้ที่มีระดับวิตามินดีอยู่ในเกณฑ์ปกติ

สำหรับผู้ป่วยโรคนี้ที่รักษาตัวเองจนอาการเป็นปกติแล้ว หากร่างกายมีระดับวิตามินดีต่ำ ก็มีโอกาสกลับมาเป็นโรคมะเร็งซ้ำได้
ดังนั้น ควรหมั่นไปตรวจเช็กปริมาณวิตามินดีในร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และหากพบว่ามีปริมาณต่ำ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 366





OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคเอสแอลอี SLE  สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น

http://www.jumbolifeshop.com/category/8/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-operation-bim

 







สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Operation BIM 

โทร 089-071-8889 อานนท์




มะเร็งเต้านม




มะเร็งเต้านม








ไคร้เครือ สมุนไพรอันตราย ทำลายไตและทำให้เป็นมะเร็ง

ไคร้เครือ สมุนไพรอันตราย ทำลายไตและทำให้เป็นมะเร็ง



เมื่อราว 20ปีก่อน เกิดเหตุหญิงชาวเบลเยี่ยมจำนวนหนึ่งเกิดไตวายขึ้น จากการสืบสวนโรคพบว่าหญิงเหล่านั้นได้รับยาสมุนไพรลดน้ำหนักมา เมื่อสืบกลับไปจึงพบว่ายาสมุนไพรเหล่านั้นทำมาจากพืชในตระกูล Aristolochia และเมื่อทำการวิเคราะห์หาสารภายใน ก็พบว่ายาสมุนไพรกลุ่มนี้มีกรดที่เรียกว่า Aristolochic acid ซึ่งทำให้เกิดภาวะไตอักเสบและนำไปสู่ไตวาย นอกจากนั้นสารนี้ยังสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งในทางเดินปัสสาวะได้

ยากลุ่มนี้ถูกผสมอยู่ในตำรับยาจีนหลายชนิด บางครั้งเกิดการสลับด้วยความเข้าใจผิดจากการสะกดชื่อที่คล้ายคลึงกัน ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “ไตวายจากสมุนไพรจีน” (การที่ไต้หวันมีผู้ป่วยไตวายจำนวนมาก เชื่อกันว่าเกิดจากการมีสมุนไพรชนิดนี้แทรกอยู่ในตำรับยา )
และภาวะที่เรียกว่า “ไตวายคาบสมุทรบัลข่าน” (จากการมีเมล็ดของ Aristolochia Clementis ติดเข้าไปในกระบวนการเก็บเกี่ยวข้าวนำไปทำขนมปัง

ในไทย เคยมีการถอดสมุนไพรในตระกูลนี้ออกไปจากตำรับยาไทย ได้แก่สมุนไพรที่ชื่อว่า ไคร้เครือ ไคร้เครือเป็นรากไม้ของพืชในกลุ่ม Aristolochia  ทั้งนี้ในสมัยก่อนเป็นที่สับสนกัน เนื่องจากรูป ไคร้เครือ ที่สั่งห้ามจะถูกผู้ขายบอกว่าเป็นคนละรูปกับที่ประชาสัมพันธ์ห้าม เคยมีงานวิจัยที่สำรวจย้อนทางกลับไปว่า ไคร้เครือ ที่ขายในร้านขายยามีที่มา อย่างไร ซึ่งพบว่า ไคร้เครือ ในไทย ทำมาจากรากของต้น กระเช้าผีมด Aristolochia tagala cham และ หนอนตาย Aristolochia pierrei Lecomte

ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการกินยาสมุนไพรที่ไม่ทราบแหล่งที่มาที่ไป และสมุนไพรที่มีส่วนประกอบจากพืชทุกชนิดที่อยู่ในตระกูล Aristolochia

พืชในตระกูลนี้ มีจุดเด่นที่มีส่วนของดอกที่รูปร่างคล้ายกระเปาะของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง แต่ต่างกันตรงที่มันไม่มีฝาปิด และไม่สามารถกินแมลงได้ nederlandsegokken.nl พืชกลุ่มนี้หลายชนิดจะมีชื่อว่า “กระเช้า” นำหน้า เช่น กระเช้าถุงทอง กระเช้าสีดา

ขอบคุณที่มาจาก : สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย





OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคเอสแอลอี SLE  สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น

http://www.jumbolifeshop.com/category/8/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-operation-bim

 







สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Operation BIM 
โทร 089-071-8889 อานนท์


ข่าวเด็ด7สี วิจัยBIMต้านมะเร็ง



งานวิจัยBIMต้านมะเร็ง